ทั่วโลกหัวใจวายวันละ5หมื่นคน หมอแนะฮัมเพลง I will survive-คุกกี้เสี่ยงทาย ช่วยปั๊มหัวใจ

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ที่เวทีด็อกเตอร์ทอล์ก (Doctor Talk) งาน “เฮลท์แคร์ 2018 สายตาดีมีสุข” ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นพ.รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์ อาจารย์แพทย์โรคหัวใจ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) กล่าวในหัวข้อ “รู้ทันโรคสไตล์คุณหมอนักอนุรักษ์” ว่า สถิติประชากรทั่วโลกเสียชีวิตด้วยอาการกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน หรือ “โรคหัวใจวาย” เฉลี่ยเท่ากับอัตราเครื่องบินตกวันละ 100 ลำ ซึ่งภายในโดยสารลำละ 500 คน และคนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าตนเองป่วยเป็นโรคหัวใจ ส่วนอัตราการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของคนไทยพบเป็นโรคหัวใจ โรคมะเร็งและอุบัติเหตุทางถนน สำหรับสัญญาณการเกิดโรคหัวใจ ได้แก่ รู้สึกแน่นหน้าอกรุนแรง อึดอัดเหมือนมีอะไรกดทับหรือบีบรัด ร้าวไปยังแขน คอ เป็นขณะทำงาน เมื่อมีอาการทำให้ต้องหยุดทำกิจกรรมนั้นๆ โดยสำคัญคือ จะไม่สามารถบอกตำแหน่งที่เจ็บได้ หากมีอาการเหล่านี้ให้สันนิษฐานเบื้องต้นว่า เป็นอาการของโรคหัวใจ ให้รีบพบแพทย์ทันที ส่วนอาการเจ็บนานเป็นวัน เจ็บเป็นบริเวณแคบๆ อายุน้อย ไม่มีปัจจัยเสี่ยงและเจ็บแปล๊บๆ เจ็บเสียบแทง อาการเจ็บเช่นนั้นไม่ใช่อาการโรคหัวใจ ส่วนสาเหตุที่คนไทยเป็นโรคหัวใจวายกันมากเพราะความเป็นสังคมเมืองและมีปัจจัยเสี่ยงเกิดโรคมากขึ้น ทั้งนี้ โรคหัวใจสามารถตรวจหาโรคได้ โดยตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ แต่หากเป็นไม่มากจะตรวจไม่เจอ อาจตรวจโดยการวิ่งสายพาน ดูกราฟเปลี่ยนแปลง เอ็กเรย์ด้วยคอมพิวเตอร์ และการตรวจสวนหัวใจ แต่หากไม่จำเป็นไม่ต้องตรวจสวนหัวใจ เพราะตอนนี้มักมีการกล่าวอ้างหรือโฆษณาชวนเชื่อให้ตรวจสวนหัวใจกันมา

นพ.รังสฤษฎ์ กล่าวว่า สำหรับปัจจัยเสี่ยงเกิดโรคได้แก่ 1.ระดับไขมันในเลือดสูง โดยต้องมีระดับเลือดพึงประสงค์อยู่ที่ LDL (ไขมันเลว) ต้องน้อยกว่า 130 mg/dl และ HDL (ไขมันดี) มากกว่า 60 mg/dl และให้หลีกเลี่ยงไขมันทราน อาทิ อาหารฟาสต์ฟู้ด ขนมคบเคี้ยว น้ำมันทอดซ้ำและให้บริโภคน้ำมันพอเหมาะ ฯลฯ 2.ความดันโลหิตสูง เป็นปัจจัยเกิดโรคหลายอย่าง ผู้เป็นความดันให้ลดกินรสเค็ม 3.สูบบุหรี่ เพราะทำลายหลอดเลือด 4.เบาหวาน คนไทยเป็นโรคนี้มากขึ้นเพราะน้ำตาลหาง่ายตามท้องตลาด และน้ำตาลราคาถูกไม่เหมือนอดีต ใครติดหวานอยากให้ลดทานน้ำตาลลงเพราะเป็นตัวร้ายมากกว่าโคเลสเตอรอล จัดเป็นยาเสพติดชนิดหนึ่ง กินแล้วจะติด แนะให้เปลี่ยนไปทานน้ำตาลที่มาจากพืชผักผลไม้แทน และ 5.อ้วนลงพุง โดยการบริโภคไข่ความเชื่อว่ากินแล้วอ้วนนั้นจะขึ้นอยู่กับการกิน เช่น ไข่ต้มจะให้ 70 แคลอรี ไข่เจียว 200 แคลอรี ส่วนพวกเนยพบมาร์การีนมีไขมันอันตรายสูงกว่าเนย ซึ่งผู้ชายมีอัตราเกิดโรคได้มากกว่าผู้หญิง ยกเว้นผู้หญิงที่หมดประจำเดือนจะมีอัตราเกิดโรคเท่ากับผู้ชาย

“ร่างกายมนุษย์ไม่ได้เปลี่ยนแปลงจาก 2แสนปีก่อน แต่เป็นวิถีชีวิตมนุษย์ต่างหากที่เปลี่ยนไป เช่น พฤติกรรมสังคมที่เปลี่ยนบริบทไป ขณะที่คนไทยเองมีค่าดัชนีมวลกายสูงมาก ส่วนเด็กไทยก็อ้วนขึ้นเพราะไม่ชอบออกนอกบ้าน ติดสมาร์ทโฟน มีสิ่งอำนวยสะดวก คนไทยไม่ชอบเดิน พฤติกรรมการนั่งโต๊ะทำงานทั้งวันเผาผลาญแครอลรีเท่ากับกินโดนัท 3 ชิ้น เท่านั้น ฯลฯ จึงอยากให้คนไทยหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ทั้งนี้ หากพบเห็นผู้เป็นลมล้มหงาย ให้คาดว่าเขาเป็นโรคหัวใจก่อนและเข้าช่วยเหลือเบื้องต้น โดยโทรเรียก 1669 จากนั้นให้ช่วยปั้มหัวใจอย่างถูกวิธีหรือมองหาเครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจอัตโนมัติ (เออีดี) โดยการปั๊มหัวใจ เราอาจฮัมเพลงใดก็ได้ในใจ เพื่อกำหนดอัตรากดหน้าอกได้ถูกต้อง เช่น เพลง Stayin’ alive เพลง I will survive หรือแม้แต่เพลงคุกกี้เสี่ยงทายก็ได้ แต่ทั้งนี้หัวใจที่ดี นอกจากสุขภาพหัวใจแข็งแรงแล้ว หัวใจที่ดีต้องเป็นหัวใจที่มีเมตตา คิดถึงผู้อื่นอ่อนโยนหรือเป็นหัวใจที่งดงามด้วย” นพ.รังสฤษฎ์ กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ศิริพร พัชรวัฒน์ 25 ปี บนหน้า ปวศ. Microsoft ต้องวิ่งไปในสปีดเดียวกับองค์กร
บทความถัดไป“อคติ” เหตุผลที่ทีมจากกาฬทวีป “ล้มเหลว”?