5 สิงหา มรสุมมาอีกรอบ กทม.เรียกประชุมด่วน ติดตามปริมาณน้ำ ทั่วประเทศ เตรียมพร้อมรับมือ

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม นายสมพงษ์ เวียงแก้ว รองปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) ฐานะรับผิดชอบกลุ่มงานด้านสำนักการระบายน้ำ เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำที่มีปริมาณน้ำมากในปีนี้ ว่า กรุงเทพมหานครได้จัดตั้งคณะกรรมการติดตามสถานการณ์น้ำท่วมอยู่แล้ว โดยรูปแบบการทำงานได้มีการติดตามข้อมูลและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด อีกทั้ง ยังได้ประสานความร่วมมือกับกรมชลประทานในการเฝ้าระวังสถานการณ์ด้วย เบื้องต้น ได้รับรายงานว่าปีนี้ปริมาณน้ำในเขื่อนค่อนข้างสูง ทำให้เมื่อคราวประชุมหัวหน้าหน่วยงานกทม. วันที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา ตนได้สั่งการให้สำนักการระบายน้ำจัดประชุมเตรียมความพร้อมเพื่อป้องกันและรับมือสถานการณ์ดังกล่าว โดยให้เรียกประชุมทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นการเร่งด่วน ขณะเดียวกัน พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม.ยังได้จัดประชุมร่วมกับจังหวัดปริมณฑลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางป้องกันและแก้ไขน้ำท่วมร่วมกัน

“ส่วนข้อกังวลว่าปริมาณน้ำมากกล่าวจะทำให้กทม.เกิดน้ำท่วมหรือไม่นั้น ยังไม่เป็นกังวล แต่กทม.มีการติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิด พร้อมประเมินสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง โดยมีการรายงานผลระดับน้ำทุกวัน” นายสมพงษ์ กล่าว

วันเดียวกัน สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและภูมิอากาศ(สสนก.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(วท.) ได้วิเคราะห์ปริมาณน้ำฝน ปี 2561 เปรียบเทียบกับปี 2554 โดยระบุว่า ฝนมากที่ขอบตะวันตกของประเทศ และขอบตะวันออกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วน ภาคเหนือ-กลาง ยังฝนน้อยกว่าปี 2554 มาก ส่วนปริมาณน้ำในเขื่อนนั้น เขื่อนที่มีน้ำมากกว่า ปี 2554 คือเขื่อนที่อยู่ในพื้นที่ตามขอบภาคตะวันตกที่รับลมมรสุม และเขื่อนขอบตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ที่ร่องมรสุมพาดผ่าน ดังนั้น พื้นที่ที่ต้องให้ความสำคัญคือ พื้นที่ขอบด้านตะวันตกของประเทศ ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง ยังไม่มีแนวโน้มเกิดอุทกภัยแบบปี 2554 แต่อย่างใด

 

สำหรับสถานการณ์น้ำโขงเพิ่มปริมาณสูงขึ้น จากการเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ สปป.ลาวนั้น แบบจำลองสภาพอากาศ(วาฟ-รอม) ของสสนก.ได้รายงานว่า ปริมาณฝนในประเทศลาวเริ่มลดลง แต่ยังคงมีฝนตกปานกลางถึงตกหนักได้ในบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักที่สถานีต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว 45 มิลลิเมตร สถานีน้ำอูระดับน้ำมีแนวโน้มลดลง และสถานีเซบั้งไฟระดับน้ำในแม่น้ำโขงมีแนวโน้มทรงตัว โดย ภาพรวมของแม่น้ำโขงตั้งแต่ จ.เลย จนถึง จ.อุบลราชธานี มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะสถานีนครพนม มุกดาหาร และโขงเจียม แม้ระดับน้ำล้นตลิ่งแล้วแต่ยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

วาฟระบุว่า สำหรับ คาดการณ์สภาพอากาศ ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทยและทะเลอันดามันจะเริ่มกลับมามีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับร่องมรสุมจะกลับมาพาดผ่านประเทศพม่าตอนบนและลาวตอนบนในช่วงวันที่ 5 สิงหาคม ส่งผลให้ประเทศไทยกลับมามีฝนเพิ่มมากขึ้น โดยจะมีฝนตกหนักจากอิทธิพลของร่องมรสุมในภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน รวมทั้งแนวปะทะของลมมรสุมในด้านตะวันตกของประเทศ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก โดยเฉพาะบริเวณ จ.เชียงราย พะเยา น่าน แม่ฮ่องสอน ตาก หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี ตราด ระนอง พังงา กระบี่ ภูเก็ต ตรัง และสตูล

สำหรับประเทศลาว มีปริมาณฝนลดลงแต่ยังคงมีฝนตกปานกลางถึงตกหนักได้บางแห่งในตอนกลางของประเทศลาว จากนั้นในช่วงวันที่ 5 สิงหาคม ร่องมรสุมจะกลับมาพาดผ่านประเทศพม่าตอนบนและลาวตอนบน ส่งผลให้ปริมาณฝนจะกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘พระองค์ภา’ ทรงเปิดงาน ‘โครงการหลวง 49’ ทรงย้ำให้ความสำคัญคุณภาพผลิตภัณฑ์
บทความถัดไปนักลงทุนญี่ปุ่น มั่นใจ ศก.ไทย และกว่าครึ่งเล็งลงทุนอีอีซี