กก.ปฏิรูปสธ.หาข้อยุติก.เกษตรฯแบน ‘สารเคมี 3 ชนิด’ ก่อนชงทีมยุทธศาสตร์ชาติตัดสิน!

ความคืบหน้าภายหลัง ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ในฐานะกรรมการปฏิรูปด้านสาธารณสุข เตรียมเสนอคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุขในวันที่ 14 สิงหาคม ถึงการหาทางออกภายหลังคณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติให้ใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช 3 ชนิด คือพาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต ทั้งที่มีอันตรายต่อสุขภาพของประชาชนนั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม ที่สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สป.สธ.) นพ.เสรี ตู้จินดา ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในฐานะประธานกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข แถลงข่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการปฏิรูประบบสาธารณสุข ว่ากรณีของสารเคมีทั้ง 3 ชนิดนั้น ก่อนหน้านี้ทั้งกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมทั้งภาคประชาชนและนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยได้มีการรวบรวมข้อมูลอันตรายของสารเคมีดังกล่าว โดยได้ข้อสรุปว่าต้องแบนสารเคมี 2 ชนิด ส่วนอีกชนิด คือไกลโฟเซต ให้จำกัดการใช้ไปก่อน อย่างไรก็ตาม แต่ข้อมูล ณ ปัจจุบันพบว่าไกลโฟเซตก็มีความเสี่ยงต่อสุขภาพเช่นกัน ก็จำเป็นต้องอิงตามข้อมูลทางวิชาการที่เป็นจริงด้วย เพราะครั้งก่อนยังไม่ได้ข้อมูลใหม่จึงให้จำกัดการใช้

“สำหรับการประชุมคณะกรรมการปฏิรูป เราสนับสนุนการใช้การเกษตรปลอดภัย และเราไม่เห็นด้วยกับการใช้สารพิษในระบบเกษตรกรรม เพราะในฐานะที่เป็นคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข เราต้องดูแลประชาชน และไม่อยากให้ประชาชนไปสัมผัสสารพิษ” นพ.เสรีกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อคณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติไปแล้ว ทางคณะกรรมการปฏิรูปจะทำหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขยืนยันเรื่องนี้หรือไม่ นพ.เสรีกล่าวว่า ในส่วนกระทรวงสาธารณสุขชัดเจนแล้วว่า สารเคมีส่งผลต่อสุขภาพ และ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ก็สนับสนุนข้อมูลนี้ แต่เราจะประสานไปกับทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในลักษณะการทำงานของคณะกรรมการปฏิรูป เพราะเรื่องความปลอดภัยของอาหารอยู่ในแผนการปฏิรูปของประเทศ ว่ากระทรวงเกษตรคิดเห็นอย่างไร และจะดำเนินการอย่างไรต่อไป นอกจากนี้เราจะประสานกับคณะกรรมการปฏิรูปอีก 2 คณะ คือด้านสังคม และสิ่งแวดล้อม โดยจะเชิญหารือเพื่อขอความคิดเห็นเรื่องนี้ประมาณสัปดาห์หน้า

เมื่อถามว่าหากสุดท้ายยังให้ใช้สารเคมี 3 ชนิดต่อไปจะขัดต่อการทำงานของคณะกรรมการปฏิรูป หรือขัดต่อกฎหมายหรือไม่ นพ.เสรีกล่าวว่า ขอหารือกับทางกระทรวงเกษตรก่อนว่าคิดเห็นเรื่องนี้อย่างไร ถ้าคิดเห็นไม่ตรงกัน ต้องให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติเป็นผู้ตัดสิน ซึ่งการกระทรวงเกษตรยังไม่แบนการใช้ต้องมีคำตอบว่าเพราะอะไร ต้องมีเหตุผล

ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ในฐานะกรรมการปฏิรูปด้านสาธารณสุข กล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีสมุดปกขาวมอบให้ทางคณะกรรมการวัตถุอันตรายก่อนมีมติวันที่ 23 พฤษภาคม ซึ่งรวบรวมผลกระทบทั้งในและต่างประเทศ โดยพบว่ามีการปนเปื้อนของสารพิษทั้ง 3 ชนิดทั้งในพืชผักผลไม้ และเนื้อปลา ทั้งหมดมีการปนเปื้อน และส่งผลต่อสุขภาพ อย่างไกลโฟเซตมีข้อมูลว่า แม่ที่อยู่ในพื้นที่เกษตรกรพบว่าเด็กทารกได้รับสารพิษจากไกลโฟเซตด้วย และในศรีลังกาก็พบว่าสารนี้ทำให้เกิดไตวาย และยังมีผลต่อสมอง กระทบต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอย่างเบาหวานด้วย อย่างไรก็ตาม ข้อมูล ณ ขณะนี้ไกลโฟเซตมีการนำเข้ามา 60 ล้านกิโลกรัม เทียบได้เท่ากับร้อยละ 30 ของสารเคมีพิษเข้าในประเทศไทย ส่วนพาราควอตนำเข้า 45.5 ล้านกิโลกรัม หรือร้อยละ 22.5 ส่วนคลอร์ไพริฟอส ซึ่งเป็นยาฆ่าแมลงเข้ามา 3.3 ล้านกิโลกรัม ซึ่งเป็นสัดส่วนที่เยอะมากหากเทียบกับยาฆ่าแมลงตัวอื่นๆ แต่ขณะที่หลากหลายประเทศสั่งห้ามใช้แล้ว ล่าสุดสหรัฐก็สั่งห้ามเช่นกัน

นายพานิชย์ เจริญเผ่า กรรมการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข กล่าวว่า เมื่อเหตุผลทางด้านสุขภาพชัดเจน ก็ไม่ควรมีเหตุผลด้านไหนมาค้านเรื่องความปลอดภัยด้านอาหารได้ ซึ่งอดีตอธิบดีกรมวิชาการเกษตรสามารถยกเลิกได้หากมีข้อมูลวิชาการยืนยันชัดเจน จึงไม่เข้าใจว่าเพราะอะไรถึงไม่ยกเลิก อย่างจีน ลาว เวียดนาม ทั้งหมดยกเลิกหมดแล้ว ซึ่งการปล่อยให้คนในประเทศป่วย ก็จะยิ่งเพิ่มภาระค่ารักษาพยาบาล เห็นได้จากทุกปีก็ต้องของบประมาณด้านสุขภาพเพิ่มตลอด

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้พฐ.ตรวจซากสปีดโบ๊ต จ.ภูเก็ตระเบิด เตรียมเรียก ‘เจ้าของเรือ-กัปตัน-ไกด์’ สอบปากคำ
บทความถัดไปสคร.เผยรสก.นำส่งรายได้ 10 เดือนเกินเป้า21%