เคลื่อนใหญ่ ส.ค.! ระดมผู้เสียหายสารพิษ 3 ชนิดฟ้องกก.วัตถุอันตราย ร้อง ‘บิ๊กตู่’ แสดงจุดยืน

หลังจากคณะกรรมการปฎิรูปประเทศด้านสาธารณสุข ยืนยันต้องแบนสารเคมีอันตราย 3 ชนิด คือ พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส เนื่องจากมีอันตรายต่อสุขภาพชัดเจน และก่อนหน้านั้นกระทรวงสาธารณสุขก็เคยยืนยันข้อมูลว่าต้องแบน ขณะที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายกลับออกมติตรงกันข้าม

ล่าสุดเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี กล่าวว่า ในการเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องให้มีการแบนสารเคมี 3 ชนิด คือพาราควอต คลอร์ไพริฟอส และจำกัดการใช้ไกรโฟเซต ซึ่งจากข้อมูลใหม่เห็นควรว่าควรจะมีการแบนสารเคมีทั้งหมดไปด้วยนั้น เบื้องต้นภาคประชาชนจะมีการดำเนินการใน 3 เรื่องเพื่อเรียกร้อง  คือ 1.มูลนิธิชีววิถี และมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคจะมีการรวบรวมรายชื่อผู้ได้รับผลกระทบจากสารเคมีทั้ง 3 ชนิด เพื่อฟ้องร้องคณะกรรมการวัตถุอันตรายต่อศาลปกครอง กรณีมีมติไม่แบนสารเคมีทั้ง 3 ชนิด ตามมติของกระทรวงสาธารณสุข(สธ.)  ซึ่งอยู่ระหว่างการหาข้อมูลและรวบรวมรายชื่อ คาดว่าจะใช้เวลา 2 สัปดาห์จะสามารถทำการฟ้องร้องได้ และจะฟ้องประเด็นไม่ปฏิบัติหน้าที่เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคตามพ.ร.บ.วัตถุอันตรายฯ และยังขัดต่อกฎหมายมาตรา 157 ประมวลกฎหมายอาญาที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายไม่ปฏิบัติตามมติของกระทรวงสาธารณสุข

2.ได้รับข้อมูลเบื้องหลัง ซึ่งเป็นเอกสารที่ใช้ในการตัดสินมติไม่ชอบมาพากลของคณะกรรมการวัตถุอันตราย โดยจะมีการเปิดเผยข้อมูลในวันจันทร์ที่ 20 สิงหาคมจะมีการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนถึงข้อมูลดังกล่าว และหลังจากแถลงคาดว่าใน 1-2 วันนี้จะสามารถเปิดข้อมูลต่อประชาชนเพื่อให้ประชาชนดาวโหลดผ่านเว็บไซต์ Thai-Pan  3.การจับตามองคณะกรรมการชุดใหม่ ชื่อคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูงที่ นายกฯ แต่งตั้งขึ้นเพื่อพิจารณาเรื่องนี้อีกครั้ง โดยขอให้คณะกรรมการรายงานผลการประชุมต่อ นายกฯภายใน 60 วัน

“คณะกรรมการชุดใหม่ ถูกมองว่าเป็นคณะกรรมการที่ถูกแต่งตั้งขึ้นเป็นการยื้อเวลาการแบน สารพิษทั้ง 3 ชนิด โดยขอให้คณะกรรมการเปิดเผยข้อมูลต่อนายกฯ ภายใน 60 วัน ซึ่งต้องมาจากการประมวลข้อมูลจากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร นายกฯ ซึ่งเป็นผู้แต่งตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ขึ้นมาเองต้องเป็นผู้รับผิดชอบ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่โลกมีการแบนสารเคมีทั้ง 3 ชนิด เห็นได้จากการที่สหรัฐอเมริกามีการตัดสินให้บริษัทสารเคมีชดใช้ค่าเสียหายให้ผู้ป่วยมะเร็ง ที่มีหลักฐานชัดเจนว่าเกิดจากสารเคมีของบริษัทนั้น แต่กลับมีการตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ขึ้นมา ซึ่งในคณะกรรมการมีมีกลุ่มของผู้สนับสนุนให้มีการใช้สารเคมีทั้ง 3 ชนิด และมี 3 คนที่ชัดเจนว่ามีความสัมพันธ์กับบริษัทผู้ผลิต ซึ่งเราจะเปิดเผยในวันที่ 20 สิงหาคมนี้ ” นายวิฑูรย์ กล่าวและว่า คณะกรรมการชุดใหม่ต้องตัดสินด้วยความโปร่งใส ซึ่งต้องมีความรอบคอบไม่ให้เกิดการตัดสินซ้ำรอยเดิมของคณะกรรมการวัตถุอันตราย และเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีก็ต้องออกมาแสดงจุดยืนเรื่องนี้ด้วย

นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ

นายวิฑูรย์ กล่าวว่า ทั้งนี้  นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ออกมาให้สัมภาษณ์แสดงจุดยืนให้มีการแบนตามมติเดิม เป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมมาก หากเรื่องนี้สำเร็จมีการแบนสารพิษทั้ง 3 ชนิด จะกลายเป็นคุณูปการ และเป็นเกียรติคุณให้ประชาชนได้พูดถึงคุณงานความดีของท่านเมื่อท่านได้พ้นจากตำแหน่งไปแล้ว โดยทางภาคประชาชนกว่า 700 องค์จะให้การสนับสนุนท่านในเรื่องนี้ ซึ่งจะให้การสนับสนุนทางคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุขโดยมี นพ.เสรี ตู้จินดา เป็นประธาน และ ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ที่มีความเห็นตรงกับกระทรวงสาธารณสุขด้วย ส่วนรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้นที่ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ก็ขอชื่นชมกรณีท่านบอกว่าเห็นด้วยให้มีการแบน แต่มีความกังวลว่าประชาชนจะไม่มีทางเลือก ตนเห้นว่าเรื่องนี้เป็นหน้าที่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยตรง ในฐานะรัฐมนตรีท่านสามารถหากลไกแก้ไขและหาสารทดแทนได้ ไม่ใช่เรียกร้องให้หน่วยงานอื่นหาทางแก้ไข

ผู้สื่อข่าวถามว่าตลอดเดือนสิงหาคมนี้จะมีการขับเคลื่อนเพื่อขอให้มีการห้ามสารเคมีนี้อย่างชัดเจนใช่หรือไม่ นายวิฑูรย์ กล่าวว่า ใช่ เนื่องจากเรื่องนี้ยืดเยื้อมานาน ต้องจบสักทีว่า รัฐบาลจะให้ความสำคัญกับประชาชนมากน้อยแค่ไหน มีผู้ได้รับผลกระทบจากสารเคมี แต่กลับไม่สนใจเลยหรืออย่างไร ซึ่งทางกลุ่มจะมีการประสานและรวบรวมบุคคลเหล่านี้เพื่อให้เห็นว่ามีผลกระทบจริงๆ

ด้าน ศ.นพ.ธีระวัฒน์ กล่าวว่า ในวันที่ 18 สิงหาคม เวลา 17.00 น. จะมีการแถลงข่าวร่วมระหว่างรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเครือข่ายเกษตรกร ร่วมกับคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข สนับสนุนการแบนสารพิษที่มีความเสี่ยงสูง และทางเลือกของเกษตรกร ณ ตึกสันนิบาตสหกรณ์ ถนนพิชัย เขตดุสิต  ซึ่งก็จะทำให้เห็นชัดเจนว่า สารเคมีนี้อันตราย และทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็คิดเห็นเช่นเดียวกัน ก็ต้องมาดูว่าในวันที่ 22 สิงหาคมที่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งจะมีการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง เป็นชุดที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งขึ้น ว่าสุดท้ายจะเป็นอย่างไร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับหมายกำหนดการขับเคลื่อนไม่เอาสารพิษ 3 ชนิด นอกจากวันที่ 18 สิงหาคม ในวันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม 2561 เวลา 13.00 น. Thai-PAN และ BioThai แถลงข่าวเปิดเผยข้อมูลลับ เอกสารที่ถูกปกปิด และมติเบื้องหลังคณะกรรมการวัตถุอันตรายไม่แบนสารพิษอันตรายร้ายแรง ณ สวนชีววิถี ไทรม้า จ.นนทบุรี มีถ่ายทอดผ่าน FB live ผ่านเพจ Thai-PAN และ BioThai

วันที่ 21 สิงหาคม 2561 คณะทำงานปฏิรูประบบความหลากหลายทางชีวภาพ กรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูป จัดประชุมนำเสนอข้อมูลผลกระทบของพาราควอตต่อความหลากหลายทางชีวภาพ และเรียกร้องให้แบนสารพิษร้ายแรง

วันที่ 22 สิงหาคม คณะกรรมการปฏิรูประบบสาธารณสุขและคณะกรรมการปฏิรูปทางด้านสังคมและคณะปฏิรูปทางสิ่งแวดล้อมประชุมสารพิษและหลังจากนั้นจะเสนอกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ  วันเดียวกันจะมีการประชุมของคณะกรรมการแก้ไขปัญหาสารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ลงนามแต่งตั้ง จัดประชุมนัดแรก ที่ทำเนียบรัฐบาล และประมาณอีกไม่เกิน 2 สัปดาห์ มูลนิธิชีววิถี และมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคจะเตรียมแถลงฟ้องคณะกรรมการวัตถุอันตราย รอเอกสารพร้อมแล้วจะมีการแถลงอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้นักธุรกิจอสังหาฯปากช่อง เครียดจัด ทิ้งจ.ม.สั่งเสียลูกเมีย ก่อนยิงปลิดชีพตัวเองดับ
บทความถัดไปเผยอาการล่าสุด ‘อ๊อฟ พงษ์พัฒน์’ ร่างกายซีกขวาขยับได้ช้า ต้องกายภาพบำบัด 3 เดือน