นัด 20 ส.ค.รวมพลเปิดโปงมติ “กก.วัตถุอันตราย” ให้ใช้ “สารเคมีกำจัดศัตรูพืช-ยาฆ่าหญ้า”

เมื่อวันที่ 19  สิงหาคม ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ในฐานะกรรมการปฏิรูประบบสาธารณสุข  กล่าวถึงกรณีการเคลื่อนไหวคัดค้านมติคณะกรรมการวัตถุอันตราย ให้ใช้สารเคมี 3 ชนิด ทั้งพาราควอต ไกลโฟเซตและคลอร์ไพริฟอส  ต่อไปได้ ทั้งที่มีข้อมูลวิชาการว่าส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน ว่า  ตนเป็นหนึ่งในคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง ที่นายกรัฐมนตรีตั้งขึ้นใหม่ ซึ่งจะมีการประชุมในวันที่ 22 สิงหาคมนี้ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยเดิมกำหนดวันที่ 24 สิงหาคม แต่มีการเลื่อนเร็วขึ้น ปัญหาก็เหมือนที่มีหลายคนกังวลว่า คณะกรรมการชุดนี้จะมีความชอบธรรมแค่ไหน เพราะรายชื่อคณะกรรมการ ปรากฎว่าสัดส่วนไม่เป็นธรรม เนื่องจากมีภาคประชาชน 1 คน มีตัวแทนจากนักวิชาการ 4 คน เป็นตัวแทนของกลุ่มสนับสนุนสารเคมี 5 คน นอกนั้นอีก 11 คนเป็นตัวแทนจากราชการ ถามว่านักวิชาการที่รวบรวมข้อมูลผลกระทบสุขภาพจากสารเคมีเหล่านี้ กับภาคประชาชนจะไปเพียงพออะไร อีกทั้งตัวแทนนักวิชาการ 1 ท่าน จากมหาวิทยาลัยมหิดลติดภารกิจต่างประเทศเรื่องประชุมสารพิษ ซึ่งเดิมประชุมวันที่ 24 สิงหาคมก็สามารถมาร่วมได้ แต่เมื่อเปลี่ยนการประชุมเร็วขึ้นทำให้ไม่สามารถมาร่วมได้

“ในการประชุมวันที่ 22 สิงหาคมต้องจับตามองว่า สรุปแล้วทิศทางของคณะกรรมการชุดนี้จะเป็นอย่างไร เพราะในเมื่อที่ผ่านมาก็มีข้อมูลวิชาการทั้งในและต่างประเทศจำนวนมากเกี่ยวกับผลกระทบของสารเคมีเหล่านี้ มีสมุดปกขาวที่เคยทำไว้ให้ทางคณะกรรมการวัตถุอันตราย แต่สุดท้ายก็ยังไม่สนใจ จึงไม่แน่ใจว่าคณะกรรมการชุดนี้จะเป็นเช่นไร แต่ที่แน่ๆต้องยกเลิกการใช้ เพราะหลายประเทศก็ยกเลิกไปหมด ทั้งนี้ ในการประชุมวันนั้นเราจะยืนยันแบบนี้ และจะยืนยันด้วยว่า มติของกระทรวงสาธารณสุขถือเป็นที่สิ้นสุด เพราะหลังจากนั้นไม่นานก็มีการประชุมของกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ร่วมกันมีมติตามกระทรวงสาธารณสุข เห็นว่าต้องไม่ใช้สารเคมีทางการเกษตร แต่ก็ไม่ได้รับความสนใจ” ศ.นพ.ธีระวัฒน์ กล่าว

ศ.นพ.ธีระวัฒน์ กล่าวอีกว่า มติของกระทรวงสาธารณสุขชัดเจนอยู่แล้วว่าต้องยกเลิกการใช้พาราควอต และคลอร์ไพรีฟอสภายในปี 2561 และจำกัดการใช้ไกลโฟเซตอย่างเข้มงวด แต่ปัจจุบันมีข้อมูลว่าไกลโฟเซตมีอันตรายก็ต้องยกเลิกด้วย แต่ที่ผ่านมากลับละเมิด ใช้อย่างไม่เกรงกลัว มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอการใช้ยาฆ่ายาสารเหล่านี้ตามข้างทาง ทางรถไฟ ซึ่งทราบมาว่า จะมีการเปิดเผยเรื่องนี้อย่างละเอียดในการแถลงข่าวของเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (Thai-PAN)และมูลนิธิชีววิถี ซึ่งติดตามเรื่องนี้ ในวันที่ 20 สิงหาคม 2561 เวลา 13.00 น. ที่สวนชีววิถี ไทรม้า จ.นนทบุรี

ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา

ด้าน นายธีระ วงษ์เจริญ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวในงาน “สนับสนุนการยกเลิกสารพิษอันตรายพาราควอท ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส เมื่อวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมาว่า ในการเดินหน้าเพื่อสนับบสนุนให้มีการยกเลิกสารเคมีทั้ง 3 ชนิด นั้น ใน ส่วนที่รับผิดชอบของนายวิวัฒน์ ศัลยกำทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประกาศไว้ชัดเจนว่า เรื่องนี้ต้องเดินหน้าอย่างเข้มแข็ง เพราะเราต้องการเกษตรอินทรีย์ 6 แสนไร่ เกษตรกรแบบยั่งยืน 5 ล้านไร่ ซึ่งขณะนี้ดำเนินการตามเป้าหมาย และกล้าจะเดินชนเพราะเชื่อว่าสิ่งที่ทำเป็นความถูกต้อง โดยมีเป้าหมายคือประเทศชาติและเกษตรกร เพราะตอนนี้มีกฎหมายมาตรา 157 คือการละเว้นหน้าที่ที่ควรทำ ซึ่งทางนายกฯ ก็ได้กำชับว่าถ้าไม่ปฏิบัติตามกฎหมายก็ต้องถูกดำเนินคดี

“สถานการณ์ตอนนี้เปลี่ยนไป จากการสหรัฐอเมริกามีการตัดสินบริษัทสารเคมีต้องเสียค่าปรับ 9,600 ล้านบาท   ให้แก่ผู้ป่วยมะเร็งที่มีหลักฐานชัดเจนว่ามีผลจากการใช้สารเคมีของบริษัท ซึ่งก็มีความชัดเจนว่าข้อมูลเหล่านี้แม่นยำ ก็จะมีการนำข้อมูลนี้มาประกอบการดำเนินการสนับสนุนให้มีการแบนสารเคมีต่อไป ผมเชื่อว่า ส่วนที่รับผิดชอบของรัฐมนตรีช่วยฯ จะไม่เบาแรงแน่นอนเราสามารถทำงานได้เต็มกำลังโดยไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลังกับใคร “นายธีระ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามถึง กรณีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ให้สัมภาษณ์ว่าสนับสนุนให้มีการแบนสารเคมีกำจัดศัตรูพืช แต่ยังมีความกังวลเรื่องสารทดแทน ซึ่งทางภาคประชาชนระบุว่าการหาสารทดแทนเป็นเรื่องของกระทรวงเกษตรฯ โดยตรง ที่จะหากลไกในเรื่องสารทดแทน ไม่ใช่เรียกร้องให้หน่วยงานอื่นรับผิดชอบ นายธีระ กล่าวว่า คิดว่าทุกอย่างอยู่ที่ใจผู้บริหารว่ามองไปทางไหน ซ้ายหรือขวา ถ้ามองขวา คือสิ่งที่ถูก มองซ้ายเป็นสิ่งที่ผิด ซึ่งกรมวิชาการเกษตร โดยกองวัชพืชมีการทำงานวิจัยมากมายตลอดเวลา 20-30 ปีเกี่ยวกับการใช้สารทดแทนสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ซึ่งจากข้อมูลที่มี พบว่าน่าจะมีประมาณ 300 รายการ เพราะฉะนั้นมีข้อมูลมากมายที่พร้อมนำมาใช้

เมื่อถามถึงความคืบหน้าการดำเนินการยกร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรยั่งยืน ซึ่งมีกลุ่มอุตสาหกรรมสารเคมียื่นเรื่องคัดค้าน จะมีผลต่อการยกร่างพ.ร.บ.หรือไม่ นาย ธีระ กล่าวว่า คิดว่าไม่มีผลอะไร  ได้มีการชี้แจงกับกลุ่มดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว   อย่างไรก็ตาม การยกร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวคาดว่าจะเข้า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)แน่นอน หากไม่ครม.สัญจร ก็จะเป็นการประชุม ครม.ในสัปดาห์หน้า

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เช็คเมนูเด็ด-โปรโมชั่นร้านดัง : คอลัมน์อร่อยนอกบ้าน
บทความถัดไป‘พลภูมิ’ ประเดิมคว้าชัยเทนนิสเอเชี่ยนเกมส์ ‘ลักษิกา’ จับคู่ ‘สนฉัตร’ ปราบปากีฯ