‘บีทีเอส’ แจงเก็บ ‘ค่าโดยสาร’ สถานีในอนาคตตามระยะทางสัญญาสัมปทาน

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม นายอาณัติ อาภาภิรม กรรมการที่ปรึกษาบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ให้สัมภาษณ์กรณีโลกออนไลน์ได้แชร์โพสต์ในเฟซบุ๊กของผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอสรายหนึ่งที่เขียนแสดงความไม่พอใจจากการถูกเรียกเก็บค่าโดยสารอย่างไม่เป็นธรรม เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม โดยได้ใช้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอสจากสถานีช่องนนทรีไปยังสถานีสุรศักดิ์ แต่ด้วยความเคยชินจ่ายค่าโดยสาร 16 บาท เมื่อถึงสถานีสุรศักดิ์กลับออกจากระบบไม่ได้ เพราะจ่ายค่าโดยสารไม่ครบตามจำนวนที่เรียกเก็บ 23 บาท เนื่องจากช่วงดังกล่าวมีสถานีในอนาคต คือ สถานศึกษาวิทยา อีก 1 สถานี ว่า กรณีดังกล่าวอาจเกิดจากความเข้าใจคลาดเคลื่อนของผู้โดยสาร ทั้งนี้การให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอสนั้น ตามสัญญาสัมปทานของกรุงเทพมหานคร (กทม.) กำหนดให้รถไฟฟ้าบีทีเอสคิดอัตราค่าโดยสารตามระยะทาง โดยหากเดินทาง 1 สถานี เก็บค่าโดยสาร 16 บาท หากเดินทาง 2 สถานี เก็บค่าโดยสาร 23 บาท และจะเก็บเพิ่มไปเรื่อยๆ จึงถึงอัตราสูงสุดที่เรียกเก็บในขณะนี้คือ 44 บาท

“กรณีที่ผู้โดยสารเดินทางจากสถานีช่องนนทรีไปยังสถานีสุรศักดิ์นั้น อัตราค่าโดยสาร 23 บาท เพราะระยะทางจากสถานีช่องนนทรี ไปยังสถานีสุรศักดิ์ยังมีอีก 1 สถานี ที่แม้ปัจจุบันยังไม่มีตัวสถานีและยังไม่เปิดใช้ แต่ก็ถือว่าอยู่ในระบบของรถไฟฟ้าบีทีเอสเช่นกัน จึงต้องเก็บค่าโดยสารช่วงนี้เป็น 23 บาท เพราะถือว่าเดินทางตามระยะทางที่เกิดขึ้นจริง” นายอาณัติ กล่าวและว่า การเก็บอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอสในลักษณะนี้ ยังมีอีกจุด คือ ช่วงสถานีสะพานควาย ไปยังสถานีอารีย์ เนื่องจากในช่วงนี้จะมีสถานีในอนาคตคือ สถานีเสนาร่วม เพิ่มอีก 1 สถานี ด้วยเช่นกัน

แฟ้มภาพเส้นทางรถไฟฟ้าบีทีเอส

ทั้งนี้ นับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2560 เป็นต้นมา รถไฟฟ้าบีทีเอสได้ปรับอัตราค่าโดยสารตามระยะทางที่ผู้โดยสารใช้จริงในส่วนของเส้นทางสัมปทานระยะทาง 23.5 กิโลเมตร สายสุขุมวิท สถานีหมอชิต – สถานีอ่อนนุช และสายสีลม สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ – สถานีสะพานตากสิน ไม่รวมส่วนต่อขยายของกรุงเทพมหานคร (กทม.) จากราคา 15-42 บาท เป็น 16-44 บาท โดยเรียกเก็บสถานีแรก 16 บาท สองสถานี ราคา 23 บาท สามสถานี ราคา 26 บาท สี่สถานี ราคา 30 บาท ห้าสถานี ราคา 33 บาท หกสถานี ราคา 37 บาท เจ็ดสถานี ราคา 40 บาท แปดสถานีเป็นต้นไป ราคา 44 บาท ซึ่งอัตราใหม่นี้เพิ่มขึ้น 1 – 3 บาท เมื่อเทียบกับค่าโดยสารเดิม แต่ราคาค่าโดยสารใหม่ยังคงต่ำกว่าเพดานอัตราค่าโดยสารตามสัญญาสัมปทานที่บีทีเอสสามารถเรียกเก็บได้ในอัตรา 20.11-60.31 บาท

ส่วนกรณีปัญหาน้ำรั่วจากเพดานรถไฟฟ้าบีทีเอส เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 22 สิงหาคม ขณะกำลังให้บริการในสายสีลม จากสถานีสนามกีฬาแห่งชาติมุ่งหน้าสถานีบางหว้านั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุด ผู้บริหารรถไฟฟ้าบีทีเอส ชี้แจงว่าเป็นขบวนรถหมายเลข 33 ตู้หมายเลข 3233 โดยขบวนนี้ได้มีการต่อพ่วงตู้เพิ่มจาก 3 ตู้ เป็น 4 ตู้ และขบวนนี้ให้บริการมาเป็นปีที่ 6 จากการตรวจสอบของบริษัท ซีเมนส์ พบว่าเครื่องปรับอากาศของตู้ที่พ่วงใหม่ มีน้ำขังในตัวเครื่องปรับอากาศและรั่วออกมา ล่าสุดได้ทำการเปลี่ยนเครื่องปรับอากาศทดแทนตัวเก่าแล้ว และจะตรวจสอบในตู้ของขบวนอื่นๆด้วย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon