สภาการพยาบาลยันเหมือนเดิม! แก้ไข พ.ร.บ.ยา ขออีกวิชาชีพจ่ายยาเพิ่ม!

หลังจากมีการหารือร่วมกันระหว่างกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) และกลุ่มเภสัชกรที่คัดค้านร่างพ.ร.บ.ยา ฉบับใหม่ กระทั่งได้ข้อสรุปในการไม่เดินหน้าเฉพาะมาตรา 22(5) กรณีวิชาชีพจ่ายยา โดยให้คงไว้ตามพ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 ฉบับเดิมที่ให้ 3 วิชาชีพจ่ายยาได้ คือ แพทย์ ทันตแพทย์ และสัตวแพทย์ ส่วนร่างพ.ร.บ.ยาฯ มาตราอื่นๆจำเป็นต้องเดินหน้าต่อไป เนื่องจากถึงเวลาต้องแก้ไขพ.ร.บ.ที่ใช้มานานกว่า 50 ปี ซึ่งความคืบหน้าล่าสุด นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ย้ำว่า ต้องสร้างความเข้าใจกับพยาบาลวิชาชีพเกี่ยวกับเรื่องนี้ เนื่องจากมีกฎระเบียบรองรับ และกำชับให้สธ. ดูแลพยาบาลในเรื่องการทำงานตามความเป็นจริงด้วยนั้น

อ่านข่าว

“ปิยะสกล” รับ 4 ข้อสรุปผลหารือแก้ปัญหาร่าง พ.ร.บ.ยา พร้อมหารือพยาบาลสร้างความเข้าใจ

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 5 กันยายน ผศ.อังคณา สริยาภรณ์ เลขาธิการสภาการพยาบาล กล่าวว่า สภาการพยาบาลยังยืนยันสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ยา พ.ศ. … ที่ผ่านการประชาพิจารณ์เมื่อเดือนกรกฎาคม  2561 เพราะผ่านการแสดงความคิดเห็นจากหลายภาคส่วน โดยเฉพาะประเด็นการให้พยาบาลจ่ายยาได้นั้นต้องกำหนดลงในร่าง พ.ร.บ. ยาฉบับใหม่ เนื่องจากตาม พ.ร.บ.วิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ ก็กำหนดบทบาทหน้าที่พยาบาลไว้อย่างชัดเจน ในการดูแลรักษาบำบัดอาการเบื้องต้นให้แก่คนไข้และจ่ายยาให้แก่คนไข้ของตนเอง และมีการกำหนดไว้อยู่แล้วว่ายาอะไรที่จ่ายได้บ้าง เหตุใดจึงต้องกีดกันไม่ให้มีกฎหมายออกมารองรับตรงนี้

ผศ.อังคณา กล่าวว่า ข้อเสนอที่จะให้กลับไปใช้มาตรา 13 พ.ร.บ. ยา พ.ศ. 2510 ที่กำหนดให้แพทย์ ทันตแพทย์ สัตวแพทย์ จ่ายยาคนไข้ตนเองได้นั้น หากจะมีการปรับแก้ร่าง พ.ร.บ. ยาฉบับใหม่ ด้วยการใช้มาตรานี้จริง ก็ขอเสนอให้เพิ่มในส่วนของวิชาชีพพยาบาลเข้าไปด้วย เพราะเราก็ทำหน้าที่ในการดูแลรักษาสุขภาพเบื้องต้นให้ประชาชนมาตลอด ซึ่งหากระบุเช่นนี้ในร่างกฎหมายเป็นวิชาชีพที่ 4 ก็ยินดี ส่วนเรื่องคุณภาพมาตรฐานในการจ่ายยาสามารถสร้างคุณภาพขึ้นมาได้ เพราะมีข้อกำหนดอยู่แล้วว่าอะไรจ่ายได้ไม่ได้

“ อย่างร้านยายังทำเรื่องร้านยาคุณภาพได้ ก็สามารถทำเรื่องคุณภาพการจ่ายยาของพยาบาลได้เช่นกัน และยืนยันว่า เราไม่ได้ต้องการไปขายยา เพราะร่าง พ.ร.บ.ยา ฉบับใหม่ก็ระบุชัดเจนว่า คนขายยาได้คือ เภสัชกรเท่านั้น เราเพียงต้องการให้ร่าง พ.ร.บ. ยาฉบับใหม่ ที่ออกมารองรับการทำงานของพยาบาลด้วยเท่านั้น” ผศ.อังคณา กล่าว

นายภาคภูมิ สายหยุด ประธานชมรมพยาบาลวิชาชีพโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ก่อนอื่นต้องขอย้ำว่าไม่ได้ต้องการขัดแย้งกับวิชาชีพอื่นๆ เพราะในความเป็นจริงแต่ละวิชาชีพทางการแพทย์และสาธารณสุข ต้องพึ่งพากันทั้งหมด ไม่สามารถตัดขาดกันได้ เป็นเหมือนพี่ๆน้องๆ  เพียงแต่ในเรื่องของการแก้ไข พ.ร.บ.ยา ก็จะเป็นความคิดเห็นที่เสนอกันได้ ซึ่งทางชมรมฯ ก็มองว่าจากผลการหารือเมื่อวันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นในส่วนเภสัชกรกับทางกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) และทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.)  ซึ่งจริงๆก็อยากให้มีการรับฟังทางกลุ่มพยาบาลด้วย เพราะในความเป็นจริงยังต้องทำงานจ่ายยาตามบริบทของแต่ละพื้นที่ ยิ่งพื้นที่ชนบทด้วย อย่างในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(รพ.สต.) ก็จะคุ้นชินกันหมด และปัจจุบันรพ.สต.กว่า 9,800แห่งก็จะเป็นพยาบาล ไม่มีกรอบกำลังของเภสัชกรมาอยู่ในรพ.สต. ด้วยเหตุนี้ พยาบาลจึงต้องจ่ายยาตามผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมสั่งมา แต่ไม่มีกฎหมายใหญ่มาดูแล

“แม้ทางกระทรวงฯ จะบอกว่า มีกฎกระทรวงคอยดูแลกลุ่มพยาบาลที่จ่ายยาในรพ.สต.อยู่เหมือนที่ผ่านมา แต่จะดีกว่าหรือไม่ หากเป็นกฎหมายฉบับใหญ่ เพราะหากเกิดปัญหาโดยไม่ได้เจตนา เราก็อาจถูกฟ้องร้องได้ ซึ่งสุดท้ายก็ต้องอิงกฎหมายใหญ่หรือไม่ ตรงนี้ก็ยังเป็นคำถาม ซึ่งทางเราก็ยังคงทำงานเหมือนเดิม เพื่อประชาชน แต่ก็เพียงอยากให้ทางกระทรวงฯ คิดถึงบุคลากรที่ทำงาน และจากนี้ต้องรอสภาการพยาบาลว่าจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างไรต่อ” นายภาคภูมิ กล่าว และว่า ขอย้ำว่าไม่ได้ต้องการให้เกิดการแตกคอกันในแต่ละวิชาชีพ จึงอยากขอให้ไม่ควรมาโจมตีกัน ยิ่งในสังคมออนไลน์แล้ว พวกเราควรมาหาจุดกลางร่วมกันดีกว่า

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon