‘ไวโป้’ ชมไทยก้าวกระโดดนวัตกรรมดีที่สุดในโลก ปลดล็อกระเบียบจัดซื้อ ‘สตาร์ทอัพ’

เมื่อวันที่ 20 กันยายน รศ.นพ.สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) แถลงว่า ตามที่นายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการให้ วท.จัดงานส่งเสริมการพัฒนาการจัดซื้อจัดจ้างของตลาดภาครัฐสำหรับวิสาหกิจเริ่มต้น หรือสตาร์ทอัพ เพื่อเป็นตลาดซื้อขายที่สำคัญ นำไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีภาครัฐ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 นั้น ต้นแบบการทำงานที่คาดว่าจะนำมาปรับใช้กับประเทศไทยได้ คือ สหรัฐอเมริกาและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE)

รศ.นพ.สรนิต ศิลธรรม

“วท.โดย สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สนช.ได้ประชุมหารือกับหน่วยงานภาครัฐและสตาร์ทอัพ จัดทำข้อสรุปแนวทางการจัดงานและแนวทางการขับเคลื่อน มาตรการส่งเสริม พร้อมกำหนดจัดสตาร์ทอัพแฟร์ Government Procurement Transformation ภายใต้แนวคิด “ปลดล็อคข้อจำกัด พัฒนาสตาร์ทอัพ สู่ตลาดภาครัฐ” ในวันที่ 28-29 กันยายนนี้ ที่ฮอลล์ 5-6 อิมแพค เมืองทองธานี

นายพันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการ สนช. แถลงว่า ล่าสุด องค์การทรัพย์สินทางปัญญาแห่งโลก หรือ ไวโป้ (WIPO) ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์กรเฉพาะทางของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ได้ประกาศจัดอันดับดัชนีชี้วัดความสามารถทางนวัตกรรม ประจำปี 2561 ซึ่งไทยได้รับการจัดให้อยู่ในลำดับที่ 44 จากทั้งหมด 126 ประเทศ ขยับอันดับดีขึ้นอย่างก้าวกระโดด จากปี 2560 ที่อยู่ในลำดับที่ 51 มาถึง 7 ลำดับ ถือว่า ขยับมากที่สุดในโลก และขยับดีขึ้นมาอย่างต่อเนื่องติดต่อกันเป็นเวลา 4 ปี นับจากปี 2558 โดยยังอยู่ในลำดับที่ 5 ของโลก ในกลุ่มประเทศรายได้ปานกลางที่มีการพัฒนาความสามารถทางด้านนวัตกรรมที่ดีที่สุดรองจาก จีน มาเลเซีย บัลเกเรีย และโครเอเชีย สำหรับนวัตกรรมภายในประเทศที่ถือว่าเข้มแข็งมากที่สุดเวลานี้คือ การให้บริการทางการตลาด และความสามารถในการสร้างองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

นายพันธุ์อาจ ชัยรัตน์

“ถือว่าเป็นประเทศที่มีความก้าวกระโดดในเรื่องความก้าวหน้าการทำธุรกิจสตาร์ทอัพ ก็ไม่ผิดนัก การนำเอาการจัดซื้อจัดจ้างในรูปแบบของสตาร์ทอัพเข้าสู่ภาครัฐ จึงเป็นเหมือนการเปิดประตู เพื่อเปิดโอกาสให้เอกชนที่ทำเรื่องนี้แสดงศักยภาพอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ ภายในงานจะมีสตาร์ทอัพที่พร้อมให้บริการสำหรับภาครัฐ ประมาณ 100 ธุรกิจสตาร์ทอัพ 7 ประเด็น คือ 1.การพัฒนากำลังคนภาครัฐและการสื่อสารนโยบายสาธารณะ 2.การพัฒนาการท่องเที่ยวและส่งเสริมวัฒนธรรมและพื้นที่เรียนรู้ 3.การบริการสาธารณูปโภค 4.การอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ 5.รัฐบาลดิจิทัล 6. ความมั่นคงและการป้องกันประเทศ และ 7.การพัฒนาตลาดในประเทศ พร้อมการให้บริการจับคู่ธุรกิจระหว่างภาครัฐกับสตาร์ทอัพ รวมทั้งจัดนิทรรศการที่จะให้ความรู้ด้านกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐพร้อมการสนับสนุนจากภาครัฐแก่สตาร์ทอัพ

นายพันธุ์อาจ แถลงถึงขั้นตอนปลดล็อกข้อจำกัดการจัดซื้อจัดจ้างของตลาดภาครัฐ สำหรับสตาร์ทอัพด้านอุตสาหกรรมเทคโนโลยีภาครัฐ ว่า วท.ยังจะได้ดำเนินการเปิดรับสมัครสตาร์ทอัพ และหน่วยงานภาครัฐที่มีความประสงค์ใช้บริการ สตาร์ทอัพ โดยจะมีการลงนามความร่วมมือกันภายในงานนี้ด้วย การเริ่มต้นนี้ สนช.จะสนับสนุนงบประมาณเพื่อให้สตาร์ทอัพทดสอบตลาดและการใช้งานระบบกับภาครัฐที่เข้าร่วมโครงการ 23 หน่วยงาน เช่น กรุงเทพมหานคร (กทม.) กระทรวงการต่างกระเทศ กระทรวงสาธารณสุข เป็นต้น พร้อมติดตามและประเมินผลการทำงานร่วมกัน รวมไปถึงการแต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำบัญชีจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐและปรับปรุงเกณฑ์อ้างอิงพิเศษ เพื่อให้ภาครัฐสามารถดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างสตาร์ทอัพ ตามเงื่อนไขการประกวดราคา (ทีโออาร์) ที่คณะกรรมการฯ กำหนดได้ ซึ่งกระบวนการทั้งหมดอยู่ในระหว่างการดำเนินงาน โดยได้ปรึกษากับทาง สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง และได้รับความเห็นชอบแล้ว ซึ่งปลดล็อกข้อจำกัดนี้ จะเป็นโอกาสให้หน่วยงานภาครัฐและวิสาหกิจเริ่มต้นได้เกิดการซื้อขายบริการ กระตุ้นให้เกิดการจัดซื้อจัดจ้าง และเพิ่มการลงทุนจากภาครัฐในระบบนิเวศของวิสาหกิจเริ่มต้น คาดหวังการซื้อขายเกิดขึ้นในงานนี้ประมาณ 1,000 ล้านบาท

บทความก่อนหน้านี้เจ็บระนาว! หลังนักบิน “เจ็ทแอร์เวย์ส” ป้ำเป๋อ ลืมเปิดปุ่มควบคุมความดันบนเครื่อง (มีคลิป)
บทความถัดไปถึงกับยิ้ม! สาวไลน์ ถามหมอช้าง ฤกษ์ศัลยกรรมปาก หลงเข้าใจผิด ไอคอน “รูปปาก”