จ่อขึ้นค่าใบอนุญาต40% คาด กทม.รายได้เพิ่ม3พันล./ปี

สภากทม.ไฟเขียวขึ้นค่าธรรมเนียมใบอนุญาตกิจการด้านสาธารณสุข 40% สถานเลี้ยงเด็ก 1,500 บาท/ปี ผู้สูงอายุ 1,400 บาท/ปี ร้านสัก 7,000 บาท/ปี ตลาด 3,000-1หมื่นบาท/ปี

เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ในฐานะประธานคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ค่าธรรมเนียมสำหรับการดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข พ.ศ. … ได้รายงานผลศึกษาค่าธรรมเนียมสำหรับการดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข ต่อที่ประชุมสภากรุงเทพมหานคร (กทม.) ที่มี ร.ต.ต.เกรียงศักดิ์ โลหะชาละ เป็นประธาน ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบผลศึกษาดังกล่าว 19 ราย งดออกเสียง 2 ราย พร้อมส่งเรื่องให้ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม.เห็นชอบและประกาศราชกิจจานุเบกษามีผลบังคับใช้

นพ.พรเทพ กล่าวว่า ร่างข้อบัญญัติ กทม.ดังกล่าว เป็นการกำหนดค่าธรรมเนียมการออกใบอนุญาตดำเนินกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพในลักษณะการค้า สอดคล้องกับข้อบัญญัติ กทม. เรื่อง กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ พ.ศ.2561 ที่แก้ไขและปรับปรุงรายชื่อกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ สำหรับการปรับปรุงค่าธรรมเนียมเป็นการปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 40 ตามสภาวะเศรษฐกิจอัตราเงินเฟ้อ ร้อยละ 4 ต่อปี ไม่เกินอัตราที่กฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมการออกใบอนุญาต หนังสือรับรองการแจ้งและการให้บริการในการจัดการสิ่งปฏิกูล พ.ศ.2559 ซึ่งยังไม่เคยมีการปรับค่าธรรมเนียมมาตั้งแต่ปี 2547 จึงให้เร่งปรับปรุงค่าธรรมเนียมจัดเก็บขยะให้แล้วเสร็จ หากมีผลบังคับใช้ คาดว่า กทม.จะมีรายได้เพิ่มขึ้นถึงปีละ 3,000 ล้านบาท รวมถึงมีข้อเสนอแนะให้ควรปรับปรุงค่าธรรมเนียมทุก 5 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจและภาระค่าใช้จ่ายในการควบคุมกิจการแต่ละประเภท

“การปรับปรุงค่าธรรมเนียมครั้งนี้ เป็นการปรับปรุงข้อบัญญัติกว่า 100 รายการ ตามข้อบัญญัติ กทม. เรื่อง กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพฯ ล้อตามกฎกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ.2559 โดยมีสาระสำคัญหลายส่วน อาทิ การเพิ่มรายการการประกอบกิจการสักผิวหนัง หรือเจาะส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกาย โดยการขอใบอนุญาตประกอบกิจการสักผิวหนังหรือเจาะส่วนใดส่วนหนึ่งของรายการ ปรับขึ้นค่าธรรมเนียมฉบับละ 7,000 บาทต่อปี จากฉบับละ 5,000 บาทต่อปี ส่วนรายการใหม่ คือ การประกอบกิจการให้บริการเลี้ยงและดูแลเด็กที่บ้านของผู้รับบริการ ต้องเสียค่าธรรมเนียมฉบับละ 1,500 บาทต่อปี และการประกอบกิจการให้บริการผู้สูงอายุที่บ้านของผู้รับบริการ ฉบับละ 1,400 บาทต่อปี” นพ.พรเทพ กล่าว

นอกจากนี้ นพ.พรเทพ กล่าวว่า สำหรับการออกใบอนุญาตจัดตั้งตลาดนั้น เดิมมีค่าธรรมเนียมทุกประเภท 2,000 บาทต่อปี โดยตลาดประเภทที่ 1 เป็นตลาดที่จัดตั้งภายในอาคาร แบ่งเป็น 1.การออกใบอนุญาตจัดตั้งตลาดที่มีจำนวนแผงค้าไม่เกิน 50 แผง มีค่าธรรมเนียม 3,000 บาทต่อปี 2.ตลาดที่มีแผงค้าเกิน 50 แผง ไม่เกิน 100 แผง 5,000 บาทต่อปี 3.ตลาดที่มีแผงค้าเกิน 100 แผง 10,000 บาทต่อปี และตลาดประเภทที่ 2 ที่จัดตั้งในพื้นที่ ไม่มีโครงสร้างอาคาร แบ่งเป็น 1.ตลาดที่มีจำนวนแผงค้าไม่เกิน 50 แผง มีค่าธรรมเนียมฉบับละ 4,000 บาทต่อปี 2.ตลาดที่มีจำนวนแผงค้าเกิน 50 แผง ไม่เกิน 100 แผง ฉบับละ 6,000 บาทต่อปี และ 3.ตลาดที่มีแผงค้าเกินกว่า 100 แผง ฉบับละ 10,000 ต่อปี โดยการปรับค่าธรรมเนียมตลาดประเภทที่ 2 เพื่อผลักดันให้มีการจัดตั้งเป็นตลาดที่มีโครงสร้าง ลดการจัดตั้งตลาดนัด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการหารือดังกล่าว บรรดา ส.ก.ที่เข้าประชุมต่างมีความเห็นให้ กทม.เร่งรีบดำเนินการออกเป็นกฎหมาย เพื่อให้มีผลบังคับใช้อย่างเร่งด่วน อาทิ นายสุทธิชัย ทรรศสกฤษดิ์ ที่สนับสนุนว่า เห็นควรให้ กทม.เร่งรัดดำเนินการประกาศใช้ข้อบัญญัติดังกล่าว เนื่องจากเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม สามารถแก้ไขปัญหาได้หลายเรื่อง หากไม่รีบอาจไม่ได้ใช้ เพราะเรื่องการขึ้นค่าธรรมเนียมมีผลกระทบต่อประชาชน ผู้บริหาร กทม.ชุดใหม่อาจไม่ทำ เพราะเกรงจะเสียคะแนนเสียง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon