กรมอนามัยเผย “มะเร็งช่องปาก”  พบมาก “ลิ้น เหงือก กระพุ้งแก้ม”

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม  ที่กรมอนามัย พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย กล่าวเปิดงาน “ต้นแบบคลินิกทันตกรรมเลิกบุหรี่” ว่า  โรคมะเร็งยังคงเป็นโรคที่มีความอันตรายอัตราการเสียชีวิตสูง อย่างมะเร็งช่องปากเองก็จะอยู่ในอันดับที่ 6 ที่พบในโรคมะเร็งรายใหม่ กว่าร้อยละ 95 เป็นมะเร็งช่องปากชนิดรุนแรง ที่ทำให้มีอัตราการเสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 90 ทั้งนี้ พบว่าการสูบบุหรี่ร่วมกับการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จะเพิ่มโอกาสในการเกิดโรคดังกล่าวสูงกว่าคนทั่วไปถึง 15 เท่า ดังนั้นทางกรมอนามัยจึงได้มีการเพิ่มมาตรการให้คลินิกทันตกรรมไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือเอกชนซึ่งเป็นด่านแรกที่ได้มีการตรวจรักษาช่องปากของผู้ป่วยได้ช่วยคัดกรอง และหากพบว่าผู้ที่มารับบริการทันตกรรมมีการสูบบุหรี่ก็จะมีการสอบถามและสนับสนุนให้ผู้ป่วยเลิกบุหรี่ตามกระบวนการต่อไปคือส่งต่อไปยังคลินิกเลิกบุหรี่

ด้าน ศ.ทพ.อะนัฆ เอี่ยมอรุณ อาจารย์ประจำคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่ปรึกษาโครงการคัดกรองรอยโรคก่อนมะเร็งช่องปากของโครงการทันตแพทย์ไทยต้านภัยยาสูบ กล่าวว่า โรคมะเร็งช่องปากพบได้ทุกตำแหน่ง มากสุดคือลิ้น เหงือก กระพุ้งแก้ม เป็นต้น อันดับหนึ่งคือ บุหรี่ รองลงมาคือเหล้า การเคี้ยวหมาก การติดเชื้อเอชพีวี และการรับประทานเนื้อสัตว์แปรรูป เป็นต้น ส่วนใหญ่พบมากในคนอายุ 40 ปี ขึ้นไป อดีตผู้ชายพบมากกว่าผู้หญิง แต่ปัจจุบันอัตราการเกิดโรคใกล้เคียงกันเพราะพบว่าผู้หญิงมีการสูบบุหรี่เพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ เป็นที่น่าเสียดายที่คนส่วนใหญ่มาพบแพทย์เมื่อโรคลุกลามไปมากแล้ว รักษาให้หายขาดน้อยมาก แต่เราอยากให้ผู้ป่วยมารักษาเร็วๆ ตั้งแต่ที่ยังพบเพียงรอยโรค ซึ่งจะทำให้มีโอกาสหายขาด และช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการรักษาได้อีกมาก

ศ.ทพ.อะนัฆ กล่าวต่อว่า สำหรับการรักษาจะใช้การผ่าตัด ร่วมกับการฉายแสง ให้เคมีบำบัด แต่เคมีบำบัดไม่ได้อยู่ในสิทธิประโยชน์ผู้ป่วยในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และมีราคาแพง ทั้งนี้การรักษาเป็นไปตามระยะของการเกิดโรค หากเป็นระยะที่ 1 รอยโรคน้อยกว่า 2 เซนติเมตร โอกาสหายร้อยละ 80-90 ระยะที่ 2 โรคมีขนาด 4 เซนติเมตร แต่ยังไม่แพร่กระจาย โอกาสหายร้อยละ 50-60 ส่วนระยะที่ 3 กระจายไปที่ต่อมน้ำเหลืองและคอ โอกาสหายร้อยละ 30-40 ส่วนระยะที่ 4 ระยะลุกลามดอกาสหายเพียงร้อยละ 10 เท่านั้น  ดังนั้นขอให้ประชาชนหมั่นดูแลตัวเอง และสังเกตตัวเอง อย่างไรก็ตามประชาชนเองสามารถสังเกตได้ด้วยตัวเอง หลักคือ เป็นฝ้าขาวที่ลิ้นขูดไม่ออก  ปื้นสีแดงเพลิงไม่เจ็บ เป็นแผลเรื้อรังไม่หายใน 2 สัปดาห์ ให้รีบมาพบทันตแพทย์ ส่วนคนทั่วไปก็ขอให้มาพบทันตแพทย์สม่ำทุกๆ 6 เดือน หรือ 1 ปี