หมอจุฬาฯ ย้ำกัญชาไม่กระทบจิตเวช เหตุงานวิจัยสหรัฐยืนยันชัดเจน

หมอจุฬาฯ หนุนแนวทางปลดล็อกกัญชา เปลี่ยนจากยาเสพติดประเภท 5 เป็นประเภท 2 เพื่อใช้ทางการแพทย์เท่านั้น  ย้ำชัดกัญชาไม่กระทบจิตเวช มีงานวิจัยสหรัฐยืนยันชัดเจน

จากกรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงแนวทางการออกกฎหมายเพื่อรองรับการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ซึ่งมองว่ายังไม่ถึงขั้นต้องใช้มาตรา 44 อาศัยอำนาจคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) แต่อาจพิจารณาข้อเสนอต่างๆ ซึ่งแนวทางที่น่าพอจะทำได้ก่อน อาจใช้กฎกระทรวงของกระทรวงสาธารณสุข แต่จะทำทันรัฐบาลนี้หรือไม่ยังไม่ทราบนั้น

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม  ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์  โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ในฐานะกรรมการพิจารณาการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า  หากใช้กฎกระทรวง หรือแนวทางการพิจารณาจากคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้เป็นอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ลงนามเปลี่ยนแปลงประเภทของสารสกัดกัญชา จากสารเสพติดประเภทที่ 5 เป็นประเภท 2   เพื่อให้นำมาใช้ทางการแพทย์นั้น ตนก็เห็นด้วย เพราะจะรวดเร็วขึ้น เนื่องจากสามารถลงนามในประกาศกระทรวงฯได้ในเดือนพฤศจิกายน ที่จะมีการประชุมขของคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และรอประกาศใช้คาดว่าประมาณเดือนมกราคม 2562 ซึ่งก็เป็นเรื่องดีที่ผู้ป่วยจะได้รับโอกาสในการรักษาผู้ป่วยเสียที


ศ.นพ.ธีระวัฒน์ กล่าวอีกว่า ประเด็นสำคัญคือ หากมีการเปลี่ยนเป็นประเภทที่ 2 แล้ว เมื่อทางองค์การเภสัชกรรม(อภ.) ผลิตน้ำมันกัญชาออกมาได้ในเดือนมกราคม แต่จะต้องผ่านการขึ้นทะเบียนเป็นยาก่อนกับทาง อย. ซึ่งตรงนี้ที่กังวลเล็กน้อยคือ ส่วนผสมอาจไม่สามารถบอกชัดเจนว่า สารสำคัญอย่าง   ทีเอชซี (THC)   และซีบีดี (CBD)  โดยสารทั้งสองชนิดจะอยู่คู่กัน แต่จะบอกแบบตรงๆ ว่าจำนวนมากน้อยเท่าไหร่อาจไม่ได้ทั้งหมด เพราะอยู่ที่การบำบัดรักษาแต่ละกลุ่มโรค แต่แจ้งคร่าวๆได้ ซึ่งไม่ต้องกังวลตรงจุดนี้ การนำมาใช้มีการควบคุมปริมาณโดยรวมอยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวถามกรณีเคยมีข่าวในต่างประเทศว่า หากใช้กัญชามากๆ อาจกระทบต่อระบบประสาทระยะยาว   ศ.นพ.ธีระวัฒน์ กล่าวว่า ไม่จริง เนื่องจากมีข้อมูลงานวิจัยชัดเจนจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งวิจัยในคนกว่า 1,000 คนพิสูจน์แล้วว่า อาการทางจิตเวชไม่ได้เกิดจากกัญชา แต่ในทางกลับกันนำมารักษาโรคต่างๆ ได้ ทั้งพาร์กินสัน ลมชัก เป็นต้น ซึ่งขอยืนยันว่า การใช้สารสกัดกัญชาเป็นไปในทางการแพทย์ และการใช้ก็เป็นการใช้ที่ควบคู่กับการแพทย์แผนปัจจุบัน เป็นการเสริมการรักษาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ

บทความก่อนหน้านี้กัปตันโสภณแจงเหตุ ‘นักบิน Deadhead’ ต้องนั่ง’เฟิร์สต์คลาส’ – ใช้ ‘ที่นอนนักบิน’ ไม่ได้
บทความถัดไป‘อลงกรณ์’ ชี้ ไม่ชนะเลือกตั้ง 27 ปี คือจุดอ่อน ปชป. ลั่นกลางเชียงใหม่ ไม่หนุนนายกฯคนนอก หวั่นเป็นชนวนจลาจล