“บิ๊กอู๋” เผยเร่งผลิตแรงงานฝีมือในอุตสาหกรรมยานยนต์

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดอาคารสมาคมการซ่อมรถยนต์แห่งประเทศ ว่า ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก และอุตสาหกรรมยานยนต์ยังส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ หรือ GDP ของประเทศไทยเติบโตอย่างต่อเนื่องตลอดห่วงระยะเวลาที่ผ่านมา โดยปัจจุบันมีการจ้างงานในอุตสาหกรรมยานยนต์กว่า 447,000 อัตรา รัฐบาลจึงได้มีนโยบายที่จะต่อยอดอุตสาหกรรมยานยนต์เดิม ซึ่งประเทศไทยมีความได้เปรียบในการแข่งขัน ไปสู่อุตสาหกรรมใหม่ ซึ่งเป็น 1 ใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ ตามแนวทางของยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และได้มีการขับเคลื่อนการพัฒนาเพื่อรองรับอุตสาหกรรมยานยนต์ ภายใต้นโยบายเร่งด่วนในการพัฒนาแรงงานคุณภาพ (Super Worker) จำนวน 11,216 คน จากเป้าหมายรวม 59,300 คน ทั่วประเทศ

พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับการซ่อมรถยนต์ที่เป็นธุรกิจต่อเนื่องนั้น กระทรวงแรงงานได้ดำเนินการฝึกอบรมในสาขาช่างที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้อนเข้าสู่ธุรกิจปีละประมาณ 6,000 คน อาทิ ช่างเคาะตัวถังรถยนต์ และช่างซ่อมรถยนต์ เป็นต้น ซึ่งสมาคมการซ่อมยานยนต์ฯ มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการพัฒนากำลังคนในธุรกิจนี้อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด และในปี 2562 มีเป้าหมายสร้างเครือข่าย ขยายการพัฒนากำลังคนด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยร่วมกับภาคส่วนต่างๆ รวมถึงสมาคมการซ่อมยานยนต์ฯ ดำเนินการฝึกอบรมฝีมือแรงงาน 13,646 คน

“นอกจากนี้ ยังมีการกำหนดอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือแรงงานในสาขาที่เกี่ยวกับช่างซ่อมรถยนต์และยานยนต์ 10 สาขา อาทิ ผู้ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน ระดับ 1 ช่างเคาะตัวถังรถยนต์ ค่าจ้างไม่น้อยกว่าวันละ 420 บาท ระดับ 2 ค่าจ้างไม่น้อยกว่าวันละ 500 บาท และ ระดับ 3 ค่าจ้างไม่น้อยกว่าวันละ 590 บาท เป็นต้น อีกทั้งยังส่งเสริมสถานประกอบกิจการให้พัฒนาฝีมือแรงงานตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ.2545 โดยมีมาตรการส่งเสริมด้านสิทธิประโยชน์ทางภาษี ในการนำค่าใช้จ่ายจากการฝึกอบรมให้กับพนักงานในสถานประกอบกิจการไปหักลดหย่อนภาษีได้ร้อยละ 100 อีกด้วย” พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าว

บทความก่อนหน้านี้‘บิ๊กอ๊อด’ เดือด! แถลงโต้ ‘บิ๊กเจี๊ยบ’ ยันบริจาคเงินเดือนให้ ส.บอล กว่า8ล้าน แฉกลับเคยมาขอนั่ง ปธ.ไทยลีก
บทความถัดไปมติเลื่อนสอบ GAT/PAT 16-19 ก.พ. 62 สั่งร.ร.สอบให้เสร็จภายใน 15 ก.พ.