สภากทม.เร่งปูแผนจัดการ ‘ขอทาน-คนไร้ที่พึ่ง-ค้าประเวณี’ ย่านคลองหลอด

จากกรณีที่นายไพฑูรย์ ขัมภรัตน์ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เสนอญัตติในที่ประชุมสภากรุงเทพมหานคร ขอให้กรุงเทพมหานคร (กทม.) จัดระเบียบการบูรณาการจัดการเมืองในพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ให้มีภาพลักษณ์ที่ดีและเหมาะสม เพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยในทุกมิติทั้งด้านกายภาพและด้านอื่นๆ เนื่องจากพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์เป็นศูนย์กลางของอารยธรรมและวัฒนธรรมในยุคกรุงรัตนโกสินทร์มีศิลปวัฒนธรรมที่สวยงามนั้น

 

เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน นายไพฑูรย์ ขัมภรัตน์ ส.ก. ในฐานะประธานคณะกรรมการวิสามัญศึกษาข้อเท็จจริงและกฎหมายที่ใช้ในการบริหารจัดการพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ชั้นในและพื้นที่ต่อเนื่องกัน สภา กทม. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักเทศกิจ และเจ้าหน้าที่เขตพระนคร ลงพื้นที่บริเวณคลองหลอด ถนนอัษฎางค์ ตั้งแต่โรงแรมรัตนโกสินทร์ไปจนถึงกระทรวงมหาดไทย เพื่อติดตามสถานการณ์คนขอทาน คนไร้ที่พึ่ง และผู้ค้าประเวณีรวมไปถึงการทำความสะอาดทางเท้าและศึกษาการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณดังกล่าว

นายไพฑูรย์ กล่าวว่า คณะกรรมการวิสามัญฯ ได้ศึกษาข้อกฎหมายในการจัดระเบียบคนขอทาน คนไร้ที่พึ่งและผู้ค่าประเวณี ซึ่งที่ผ่านมา กทม.ไม่สามารถเข้าไปดำเนินการทางกฎหมายได้ การควบคุมจึงไปเป็นได้ยาก กทม.ทำได้เพียงการจับและส่งให้กับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการทางกฎหมายต่อไป เนื่องจากกทม.ไม่มีอำนาจเด็ดขาดในการบริหารจัดการ ทั้งนี้จึงมีการเสนอข้อบัญญัติเพื่อให้เจ้าหน้าที่ กทม.สามารถดำเนินการจัดการร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างเต็มความสามารถ

“วันนี้จึงเป็นการบุกเบิกในเรื่องนี้ให้ดีขึ้น ไม่ได้มาเพื่อทำร้ายคนขอทาน คนไร้ที่พึ่ง แต่เป็นการช่วยเหลือคนเหล่านี้เพื่อเข้าสู่กระบวนการจัดการสร้างเสริมอาชีพ ฟื้นฟูคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ให้พึ่งพาตัวเองได้ เนื่องจากปัจจุบันมีหน่วยงานที่รองรับในการดูแลช่วยเหลืออยู่มากมาย เพียงแต่ยังไม่ได้นำมาใช้ในการพัฒนาคนได้อย่างเต็มที่ ดังนั้น กทม.จึงผลักดันให้มีการใช้เครื่องมือเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด” นายไพฑูรย์ กล่าว

นายไพฑูรย์ กล่าวว่า ขณะนี้ กทม.ยังไม่มีเครื่องมือในการจัดการบริหารคนในพื้นที่ เนื่องจากประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่และกฎหมายที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอ เนื่องจากอำนาจบริหารขึ้นอยู่กับหน่วยงานอื่น กทม.ไม่สามารถบังคับใช้ข้อกฎหมายได้ จึงดำเนินการเรียกร้องให้มีการมอบอำนาจให้แก่ กทม.เป็นผู้ดำเนินการตั้งแต่กระบวนการดำเนินการปฏิบัติงาน กระบวนการทางกฎหมายไปจนถึงกระบวนการฟื้นฟู ทั้งนี้ไม่ได้เป็นการตัดอำนาจของหน่วยงานอื่น เพียงแต่เพิ่มอำนาจให้ กทม.เป็นผู้ดำเนินการมากขึ้น เพื่อการแก้ไขปัญหาท้องถิ่นได้อย่างถูกต้องและเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘ปณิธาน’ เผยเห็นร่าง พ.ร.บ.ไซเบอร์ ธ.ค.นี้ บิ๊กป้อมชี้เป็นเครื่องมือที่ดีของ รบ.ในอนาคต
บทความถัดไปเฟซบุ๊ก ‘กรุงเทพ กรุงเทพ’ โชว์ภาพ ‘ทักษิณ’ สวมปาเต๊ะ ฟิลลิป 31 ล้านบ. เหน็บ ‘ลุงตู่’ ให้บอก ‘ลุงป้อม’ ซื้อบ้าง