“ปิยะสกล” ประกาศเดินหน้าแก้ปัญหาภาระงานทั้งระบบ  เรียกประชุมทุกวิชาชีพ 1-2 สัปดาห์

“ปิยะสกล” ประกาศเดินหน้าแก้ปัญหาภาระงานบุทั้งระบบ  เรียกประชุมทุกวิชาชีพ 1-2 สัปดาห์ ด้านสภาการพยาบาล เตรียมข้อเสนอแล้ว ส่วนชมรม รพศ.รพท.ประชุมท่าที 7 พ.ย.นี้

 ตามที่หนังสือพิมพ์มติชนได้ติดตามประเด็นปัญหาบุคลากรสาธารณสุข ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบ้านพักที่พักบุคลากรสาธารณสุข และล่าสุดประเด็นปัญหาภาระงานแพทย์ที่ต้องทำงานเกิน 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ซึ่งภาระงานหนักจะส่งผลต่อการทำงานการให้บริการแก่ประชาชนได้ นอกจากนี้ ทางมูลนิธิเครือข่ายพยาบาลชุมชนได้ออกมาเรียกร้องขอให้ทางผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขให้ความสนใจและพิจารณากรอบเวลาการทำงานในทุกวิชาชีพ โดยเฉพาะพยาบาลทำงานทะลุเวลา จนไม่มีการพักผ่อน และยังมีความเสี่ยงในการความเสียหายจากการให้บริการทางการแพทย์ เห็นได้จากอุบัติเหตุจากการส่งต่อผู้ป่วย ซึ่งมีพยาบาลเสียชีวิตเป็นข่าวในช่วงที่ผ่านมานั้น

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวถึงเรื่องนี้ ว่า กระทรวงฯ จะดูเป็นเรื่องเป็นราวเลยว่า ภาระงานบุคลากรสาธารณสุขทุกวิชาชีพเป็นอย่างไร ซึ่งแน่นอนว่าภาระงานต้องขึ้นกับอัตรากำลังด้วย ต้องยอมรับว่าอัตรากำลังเรายังขาดแคลนอยู่ เพราะฉะนั้นภาระงานจึงมากขึ้น แต่จะทำอย่างไรให้ภาวะดังกล่าวสามารถช่วยเหลือกันให้ได้ดีที่สุด เรื่องนี้ นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัด สธ.รับเรื่องนี้ไปดูแล้ว และให้ความสำคัญเต็มที่ โดยหลักๆ คือ ทรัพยากรบุคคลเป็นเรื่องสำคัญที่สุด จึงขอให้ใจเย็น เพราะเหตุการณ์นี้ไม่ใช่ว่าเพิ่งมาปะทุ  แต่เป็นมานานเป็นมาตลอด ซึ่งครั้งนี้จะทำให้เป็นระบบ แต่ต้องรอสักนิด

ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีมูลนิธิเครือข่ายพยาบาลชุมชนเสนอให้ สธ.มีมาตรการช่วยเหลือพยาบาลหรือบุคลากรที่ได้รับความเสียหายทางการแพทย์มากกว่าการเยียวยาเบื้องต้นตามมาตรา 41 ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ที่ให้เงินชดเชยไม่เกิน 4 แสนบาท  นพ.ปิยะสกล กล่าวว่า กระทรวงฯจะรับเรื่องนี้ไปพิจารณา เพราะทุกคนอยากช่วยทั้งนั้น เนื่องจากพยาบาล เป็นทรัพยากรบุคคลสายวิชาชีพหนึ่งในหลายวิชาชีพที่เราเป็นห่วงเสมอ อะไรที่ช่วยได้ก็ช่วยเต็มที่ ฝากให้กำลังใจกันเต็มที่ เราไม่เคยทอดทิ้งกัน

เมื่อถามว่าหากทำกรอบชั่วโมงการทำงานแพทย์ มีการลดเวลาลดภาระงานลง จะเปิดช่องให้แพทย์เปิดคลินิกเพิ่มขึ้นหรือไม่ นพ.ปิยะสกล กล่าวว่า ขอดูผลการหารือที่จะตั้งทีมขึ้นมาแก้ปัญหา แต่อย่าลืมว่างานของหมอไม่มีที่สิ้นสุด อย่างทำงานอยู่ห้องฉุกเฉิน กำลังผ่าตัดช่วยชีวิต เมื่อหมดเวลางาน ก็ไม่ใช่จะเลิกผ่าตัดเลิกช่วยชีวิตผู้ป่วยได้ ซึ่งหมอถูกฝึกให้มาช่วยชีวิต มาทำประโยชน์เพื่อผู้ป่วยอยู่แล้ว ดังนั้น การดำเนินการใดๆ ก็ต้องยืดหยุ่นด้วย ไม่ใช่ว่าพอหมดเวลางานต้องเลิกงานทันที แบบนี้ไม่ใช่แพทย์ ไม่ใช่พยาบาล เราทำแบบนั้นไม่ได้ ก็ต้องดูตามบริบทด้วย  เพราะการดูแลชีวิตคนต้องมีความยืดหยุ่นด้วย

นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวว่า  ขณะนี้กำลังดำเนินการประสานกับสภาวิชาชีพต่างๆ รวมทั้งสมาคม ชมรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อเรียกประชุมและกำหนดการทำงานเพื่อหาทางแก้ปัญหาให้แก่ทุกวิชาชีพ คาดว่าจะเรียกประชุมนัดแรกได้ภายใน 1-2 สัปดาห์ไม่เกินจากนี้ เนื่องจากต้องประสานเวลาของแต่ละวิชาชีพ แต่เรื่องนี้กระทรวงฯ แก้ปัญหาแน่นอน ไม่ต้องกังวล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องภาระงานหนัก หรือการกระจายบุคลากรให้เหมาะสมกับภาระงานของแต่ละพื้นที่ รวมทั้งเรื่องระบบส่งต่อที่มีพยาบาลออกมาแสดงความกังวลต่างๆ หากมีการเสนอในที่ประชุมก็จะมีการพูดคุยถึงเรื่องนี้ด้วยแน่นอน

ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีมูลนิธิเครือข่ายพยาบาลชุมชนเสนอให้ สธ.มีมาตรการช่วยเหลือพยาบาลหรือบุคลากรที่ได้รับความเสียหายทางการแพทย์มากกว่าการเยียวยาเบื้องต้นตามมาตรา 41 ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เป็นเงินชดเชยไม่เกิน 4 แสนบาท นพ.ไพศาล กล่าวว่า จริงๆมีระเบียบของกระทรวงการคลังให้มาช่วยผู้ให้บริการทางการแพทย์ที่ประสบความเสียหายจากการให้บริการ ซึ่งไม่ใช่แค่หน่วยงานในกระทรวงสาธารณสุขเท่านั้น แต่รวมบุคลากรทางการแพทย์ในทุกสังกัดก็จะได้การช่วยเหลือจากระเบียบนี้ อย่างไรก็ตาม เกี่ยวกับเรื่องนี้ในการประชุมที่จะนัดหารือทั้งหมด หากมีการเสนอข้อเสนอใดๆเข้ามาก็พร้อมรับพิจารณา เพื่อร่วมหาทางออกร่วมกัน

น.ส.กฤษดา แสวงดี

น.ส.กฤษดา แสวงดี ผู้แทนนายกสภาการพยาบาล กล่าวว่า  การทำงานของพยาบาลทุกวันนี้พบเกิน 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์มาตลอด ซึ่งมีทั้งความสมัครใจของพยาบาลเอง และบังคับสมัครใจแบบให้โอที แต่ส่วนใหญ่เป็นแบบบังคับสมัครใจ เนื่องจากปริมาณคนไข้จำนวนมาก และอัตรากำลังของพยาบาลสัดส่วนไม่เพียงพอ เพราะปัจจุบันมีอัตรากำลังในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขร้อยละ 60 แต่ก็ไม่พออยู่ดี ซึ่งจริงๆการทำงานที่เหมาะสมต้องเป็นเช้า 8 ชั่วโมง และบ่าย 8 ชั่วโมง โดยมี 1 ชั่วโมงพัก แต่ความเป็นจริงบางคนควงกะเช้าบ่ายมากถึง 16 ชั่วโมง ทั้งที่งานวิจัยพบว่าต้องทำงานต่อเนื่องไม่ควรเกิน 12 ชั่วโมง เพราะจะส่งผลต่อการปฏิบัติงานและจะส่งผลต่อการให้บริการคนไข้ เหมือนกรณีที่เกิดอุบัติเหตุรถพยาบาล ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่ก็เกิดขึ้น

น.ส.กฤษดา กล่าวอีกว่า ขณะนี้รอเรียกจากทางปลัดกระทรวงสาธารณสุข เพื่อเข้าหารือเรื่องนี้ โดยสภาการพยาบาล เตรียมเสนอ ดังนี้ 1. ควรมีการกระจายอัตรากำลังในสัดส่วนที่เหมาะสม ไม่กระจุกตัวเหมือนปัจจุบัน ที่แออัดในตัวเมือง อย่างกรุงเทพฯ และ 2. ภาระงานบางอย่างไม่จำเป็น ไม่ควรให้ทำ เช่น การปูเตียง เช็ดตัว สามารถให้ผู้ช่วยพยาบาลทำได้ และงานเอกสารก็ควรให้ธุรการทำ เพื่อให้การทำงานไม่เป็นภาระงานจนเกินไป  อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญ พยาบาลไม่ควรทำงานแบบควงเวรติดต่อกันเกิน 3 วันต่อสัปดาห์ เพราะจะส่งผลต่อการบริการได้

ด้าน นางประภัสสร พงศ์พันธุ์พิศาล กรรมการและผู้ช่วยเลขาธิการสภาการพยาบาล กล่าวว่า ขณะนี้สภาการพยาบาลอยู่ระหว่างรอการหารือร่วมกับ นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ถึงการกำหนดชั่วโมงภาระงานของพยาบาล ซึ่งทางสภาการพยาบาลได้เตรียมข้อมูลไว้หมดแล้ว โดยสิ่งที่จะเสนอมีอยู่ 3 ประเด็น คือ 1.เรื่องของชั่วโมงการทำงาน ซึ่งปัจจุบันพยาบาลมีภาระงานที่หนักมาก ทำงานเกินกว่า 30-40 เวร ส่งผลให้คุณภาพชีวิตแย่ลง คุณภาพการบริการก็ด้อยลงด้วย เนื่องจากอัตรากำลังของพยาบาลไม่สัมพันธ์กับจำนวนคนไข้ เมื่อคนไข้มากก็ปฏิเสธการรับคนไข้ไม่ได้ การทำงานของพยาบาลก็จะยาวออกเหมือนกับของแพทย์เช่นกัน และบางทีเราต้องอยู่เวร 24 ชั่วโมงด้วย

นางประภัสสร กล่าวอีกว่า  2.เรื่องของความปลอดภัย จะเห็นว่ารถพยาบาลเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำบ่อยครั้ง เมื่อเวลาออกไปก็มักเป็นชั่วโมงที่เกินจากการทำงานปกติแล้ว ตัวคนทำงานก็มีภาวะเหนื่อยล้า พอส่งคนไข้เสร็จแล้วบ่อยครั้งต้องรับคนไข้ที่อาการดีขึ้นกลับมา เช่น กรณีที่ รถพยาบาล รพ.อมก๋อย เป็นต้น ชั่วโมงของการพักรถ พยาบาล และพนักงานขับรถ ทำให้ไม่เกิดความปลอดภัย และ 3.เรื่องสวัสดิการค่าตอบแทนและความก้าวหน้าต่างๆ เช่น บ้านพักพยาบาล การดูแลเมื่อเจ็บป่วยจากการทำงาน เช่น เกิดอุบัติเหตุขณะออกไปส่งคนไข้ ตรงนี้ต้องดูแลด้วย ซึ่งปัจจุบันเราดูแลกันเอง

“ประเด็นต่างๆ เหล่านี้ คือ สิ่งที่สภาการพยาบาลจะเสนอต่อท่านปลัด สธ. ซึ่งทั้งจะต้องแก้กันเป็นแพ็กเกจเดียวกัน อย่างเรื่องภาระงานที่มาก คนทำงานไม่พอกับงานหรือผู้ป่วย ต่อให้ผลิตแพทย์หรือพยาบาลเพิ่มมากเท่าไร แต่เรื่องของความปลอดภัย สิทธิสวัสดิการต่างๆ ต้องดูแลด้วย จึงจะสามารถคงคนเอาไว้ในระบบ หากไม่แก้ปัญหาเหล่านี้ คนก็จะไหลออกจากระบบไปอีก คนก็จะไม่เพียงพอต่อไป” นางประภัสสร กล่าว

นางประภัสสร กล่าวว่า ข้อเสนอของสภาการพยาบาลคือ 1.อัตรากำลังคนต้องเพียงพอกับภาระงาน จะช่วยเรื่องของชั่วโมงการทำงานได้ด้วย ซึ่งเรามีข้อมูลอยู่ว่า การดูแลในช่วงฉุกเฉิน หรือการดูแลช่วงปกติอัตรากำลังควรเป็นเท่าไร และชั่วโมงการทำงานควรเป็นอย่างไร  2.กำหนดเวลาพักเวลาทำงานให้ชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องของการส่งต่อผู้ป่วย ต้องมีมาตรฐานที่ชัดเจนแบบที่กรมการขนส่งดำเนินการ เช่น มาส่งแล้วต้องมีเวลาพัก ไม่ใช่รับกลับทันที พนักงานขับรถและพยาบาลต้องมีเวลาพักผ่อนที่เพียงพอ ซึ่งจะช่วยลดอุบัติเหตุได้  3.จัดประเภทและภาระงานของโรงพยาบาลให้ชัดเจน ทั้ง รพ.ศูนย์ รพ.ทั่วไป รพ.ชุมชน ให้ทำงานในสเกลของโรงพยาบาล รวมถึงการส่งต่อแบบไร้รอยต่อ จะช่วยลดความแออัดในโรงพยาบาลขนาดใหญ่  4.ต้องส่งเสริมเรื่องการดูแลสุขภาพป้องกันโรค เพื่อลดจำนวนคนไข้มาโรงพยาบาล รวมถึงชุมชนมีส่วนร่วมในการดูแลด้วย และ 5.สวัสดิการและค่าตอบแทนต่างๆ ต้องมีความเหมาะสม

นพ.โมลี วนิชสุวรรณ

ด้าน นพ.โมลี วนิชสุวรรณ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมุทรสาคร และประธานชมรมโรงพยาบาลศูนย์โรงพยาบาลทั่วไป(รพศ.รพท.) กล่าวว่า ในวันที่ 7 พฤศจิกายนนี้ ทางชมรมฯ จะประชุมหารือกันเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว เนื่องจากภาระงานของบุคลากรทางการแพทย์เป็นปัญหามานาน แต่ละแห่งก็จะต้องหาทางแก้ปัญหากัน เพราะโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงฯมีความแตกต่าง มีทั้งโรงพยาบาลเล็ก โรงพยาบาลใหญ่ หลายแห่งมีหมอเยอะ หลายแห่งหมอน้อย การบริหารจัดการก็ต้องดำเนินการตามบริบทของพื้นที่นั้นๆ แต่ภาพรวมปัญหาภาระงานมีหมด และมีมานานจริงๆ แต่ก็ต้องเห็นใจ กระทรวงสาธารณสุข เพราะเป็นเหมือนบ่อ อย่างคนไข้มาก็ต้องรับหมด ไม่สามารถมากำหนดเกณฑ์ได้ว่า ถ้าส่งต่อมาจะรับได้เท่านี้ๆ

“โรงพยาบาลต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมง การจะหาทางออกเพื่อลดภาระงานแพทย์  ก็ต้องไม่กระทบการให้บริการตรงนี้  ซึ่งในวันที่ 7 พฤศจิกายน จะหารือถึงทางออก ทั้งการกระจายแพทย์ให้เหมาะสม การพัฒนาระบบส่งต่อคนไข้ เจ้าหน้าที่ปลอดภัย ซึ่งตรงนี้กระทรวงฯ มีการพัฒนามาตลอด แต่ก็คงต้องมาหารือว่ายังมีจุดที่ต้องพัฒนาอย่างไรต่อไป” นพ.โมลี กล่าว

 

 

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon