กก.ยาเสพติดฯ เลื่อนยกระดับ ‘กัญชา’ หวั่นข้อกฎหมาย ส่งกฤษฎีกาตีความ

ไม่ยกระดับกัญชา-เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 9 พฤศจิกายน ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) มีการประชุมคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษ โดยมี นพ.พิศิษฐ์ ศรีประเสริฐ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) เป็นประธานการประชุม โดยมีการพิจารณาเรื่องการยกระดับกัญชา จากยาเสพติดประเทศ 5 ( ย.ส.5 ) เป็นยาเสพติดประเภท 2 (ย.ส.2) เพื่อให้สามารถนำสารสกัดกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ได้

ต่อมาเวลา 12.00 น. นพ.พิศิษฐ์ พร้อมด้วย นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) และนายมานะ ศิริพิทยาวัฒน์ ผู้อำนวยการกองกฎหมาย สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.)  พร้อมแถลงภายหลังการประชุม โดย นพ.พิศิษฐ์ กล่าวว่า คณะกรรมการได้มีการพิจารณาเรื่องนี้ มีความเห็นพ้องกันในการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ แต่ในประเด็นทางกฎหมายบางประเด็นต้องนำเสนอคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณา อย่างไรก็ตาม ในเรื่องของร่างพ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่…) พ.ศ. ที่เสนอโดย 44 สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ทางกระทรวงสาธารณสุข(สธ.)รับเรื่องนี้มาพิจารณา ซึ่งเป็นพ.ร.บ.ฯ 17 มาตรา โดยจะดูในรายละเอียดต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมในการออกกฎกระทรวงต่อไป

นพ.ธเรศ กล่าวอีกว่า  กรรมการทุกคนเห็นตรงกันว่า ต้องใช้กัญชาให้เกิดประโยชน์ทางการแพทย์ และการวิจัยทางการแพทย์ให้ได้ ซึ่งเบื้องต้นได้พิจารณากัน และเห็นตรงกันว่า สารสกัด ใบและดอกที่ยังเป็นประเด็นคำถามว่าจะใช้ประโยชน์ได้หรือไม่ อย่างไร ซึ่งในที่ประชุมเห็นว่า การย้ายจากยาเสพติดประเภท 5 มาเป็นประเภท 2 นั้น สามารถทำได้หรือไม่ จึงจะเสนอทางผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมายที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณา ไม่เช่นนั้นเกรงว่า หากไม่ได้ ออกประกาศไปก็จะไม่เป็นผล ที่ประชุมจึงมอบให้ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) ทำหนังสือสอบถามตรงนี้ไป เพื่อให้ชัดเจน

นพ.ธเรศ กล่าวว่า  นอกจากนี้  ในระหว่างรอร่างพ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษฯ ทาง อย.จะมีการจัดทำกฎกระทรวงล้อตามร่างพ.ร.บ.ฯควบคู่กันไป  เพื่อให้เมื่อกฎหมายใหญ่ออกมาก็จะมีกฎกระทรวงรองรับได้ทันที  ซึ่งในกฎกระทรวงฯก็จะมีรายละเอียดทั้งหมด  ไม่ว่าจะเป็นวิธีการ เงื่อนไข หลักเกณฑ์แนวทางปฏิบัติต่างๆ ซึ่งจะครอบคลุมการใช้กัญชาทางการแพทย์ได้หมด ทั้งสารสกัด น้ำมัน ดอกใบ  โดยกรรมการฯวิเคราะห์ทั้ง 17 มาตราแล้วว่า เป็นการแก้ตรงจุดที่ตัวยาเสพติดประเภท 5  อีกทั้ง ยังให้วิชาชีพที่เกี่ยวข้อง อย่างแพทย์แผนไทยใช้ได้ด้วย โดยคาดว่า ร่าง พ.ร.บ.นี้จะเข้าสภาฯสัปดาห์หน้า ไม่น่าเกิน 1 เดือนที่กฎหมายนี้จะออกมา และทาง อย.ก็จะมีกฎกระทรวงรองรับ ก็จะทำให้รวดเร็วเช่นกัน

“ในส่วนที่มีการสื่อสารและกังวลเรื่องรายชื่ออนุกรรมการพิจารณาผลิตภัณฑ์ฯ มีข้อจำกัด ไม่เปิดกว้าง ในที่ประชุมจึงยินดีให้มีผู้เชี่ยวชาญข้างนอก หรือผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งจะมีการพิจารณารายชื่อให้หลากหลายมากขึ้น อีกเรื่องคือ ข้อบ่งชี้ทางการแพทย์นั้น คณะกรรมการฯ พิจารณาแล้วว่า เป็นไปตามกรมการแพทย์  คือ มีทั้งกลุ่มโรคที่พิสูจน์แล้วว่าใช้ได้  และมีกลุ่มโรคที่มีประโยชน์กับผู้ป่วยกลุ่มนี้ รวมทั้งอนาคตต้องวิจัย  โดยมอบข้อมูลอนุกรรมการพิจารณาเพิ่มเติมอีก” นพ.ธเรศ กล่าว

นายมานะ กล่าวว่า ในส่วน ป.ป.ส. ขอยืนยันในส่วนการพิจารณาปรับปรุงกฎหมายเพื่อนำกัญชามาใช้ทางการแพทย์เดินหน้าเรื่องนี้ โดยการปรับปรุงกฎหมายนั้น รัฐบาลมีความพยายามเสนอกฎหมายทุกๆด้าน โดยกรอบใหญ่ของกฎหมาย คือ ร่างประมวลกฎหมายยาเสพติดที่ได้นำเสนอไป และอยู่ระหว่างการพิจารณาคณะกรรมาธิการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งกำลังเร่งพิจารณา แต่จากข้อห่วงใหญ่ว่าจะไม่ทันนั้น จึงมีการเสนอร่างพ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ โดยสมาชิก สนช. ซึ่งได้เข้าสภาฯแล้ว โดยจะเร่งดำเนินการและเสนอครม.วันที่ 13 พฤศจิกายนนี้  จะเห็นว่ามีกระบวนการดำเนินการอย่างเร่งด่วน แต่สิ่งสำคัญที่สุดก็เพื่อความปลอดภัยของประชาชนของผู้ป่วย ขณะเดียวกันต้องมีการมาตรการกำกับควบคุมการใช้อย่างเหมาะสม

ผู้สื่อข่าวถามว่าการส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณา เนื่องจากเหตุผลอะไร และเมื่อมีร่างพ.ร.บ.ใหญ่ ยังจำเป็นต้องมีประกาศยกระดับโดยใช้อำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขลงนามอีกหรือไม่ นพ.ธเรศ กล่าวว่า  ต้องเรียนว่าจะทำคู่ขนานกันไป ซึ่งการยกระดับจากประเภท 5 เป็นประเภท 2 ก็ยังดำเนินการอยู่ เพียงแต่มีประเด็นที่ต้องตรวจสอบทางกฎหมาย เนื่องจากยาเสพติดประเภท 5 ในกฎหมายเขียนว่า ได้แก่กัญชา สิ่งที่เป็นห่วงคือ จะเอาเฉพาะสารสกัด น้ำมันกัญชา ย้ายมาเป็นยาเสพติดประเภท 2 เพื่อใช้ทางการแพทย์ได้หรือไม่  เพราะมีความเห็นทางกฎหมายว่า อย่างไรเสียก็ยังเป็นกัญชา เพราะเขียนไว้ในกฎหมายใหญ่  ในที่ประชุมคณะกรรมการยาเสพติดให้โทษจึงมีความเห็นว่า ควรถามให้ชัดเจนว่าทำได้หรือไม่ จะได้ไม่มีปัญหาตอนออกประกาศ และให้รวมถามไปถึงใบและดอกด้วย ไม่ใช่แค่สารสกัด และน้ำมัน

“เราจะเดินคู่ขนานกันไป ระหว่างรอกฤษฎีกาพิจารณาเรื่องยกระดับกัญชา ยาเสพติดจากประเภท 5 เป็นประเภท 2 ก็ได้มอบหมายให้กองควบคุมยาเสพติดจัดทำร่างกฎกระทรวงควบคู่ไปด้วย อันไหนสามารถทำได้ก่อนก็ใช้อันนั้น โดยในส่วนการขอความเห็นทางกฤษฎีกานั้น จะทำได้เลย โดยวันนี้จะทำเรื่องส่งไปยังกฤษฎีกา ซึ่งเมื่อส่งกลับมาก็จะเสนอต่อคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษอีกครั้ง” เลขาธิการ อย.กล่าว

เมื่อถามว่ากฎกระทรวงที่จะล้อตามร่าง พ.ร.บ.ฯเป็นอย่างไร นพ.ธเรศ กล่าวอีกว่า หากดูตามพ.ร.บ.ใหม่ เขียนว่า ยาเสพติดประเภท 5 สามารถใช้ทางการแพทย์ได้ ดังนั้น ไม่ว่าใบดอก จะใช้ได้หมด แต่จะมีวิธีการทำ แนวทางปฏิบัติ  ความปลอดภัยต่างๆ ผู้ที่สามารถใช้ได้ ต้องมีการควบคุมหมด ซึ่งจะกำหนดในกฎกระทรวงทั้งหมด

เมื่อถามว่าสำหรับอนุกรรมการที่จะดึงทุกภาคส่วนเข้ามาจะมีหน้าที่อย่างไร นพ.ธเรศ กล่าวว่า อนุกรรมการฯ จะอยู่ภายใต้คณะกรรมการควบคุมยาเสพติด ตั้งขึ้นเพื่อพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์  วิธีการใช้ โดยจะช่วยดูว่าจะใช้ในผลิตภัณฑ์อะไร มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลหรือไม่ ใช้ในกลุ่มอะไร อย่างไร เกี่ยวกับทางการแพทย์ ซึ่งชุดนี้จะทำงานคู่กับคณะกรรมการพิจารณาการนำกัญชาไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ที่มี นพ.โสภณ เมฆธน ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการ สธ. เป็นประธาน

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า คาดว่าร่างพ.ร.บ.ฯจะออกทันปีใหม่ และกฎกระทรวงจะทันด้วยหรือไม่ เพื่อเป็นของขวัญให้ผู้ป่วย นพ.ธเรศ กล่าวว่า  ตัวร่างพ.ร.บ.คาดว่าอีก 1 เดือนน่าจะได้ ส่วนกฎกระทรวงก็พยายามทำให้ล้อตามกันเช่นกัน

 

 

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon