แนะกลุ่มเสี่ยงตรวจเชื้อเอชไอวีฟรี 2 ครั้ง/ปี

เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณีที่มีการนำเสนอข่าวชายที่มีพฤติกรรมหลอกลวงเด็กชายไปมีเพศสัมพันธ์โดยติดต่อกันผ่านแอพพลิเคชั่นและสื่อโซเชียล ว่า การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ใช้ถุงยางอนามัยอย่างถูกวิธี เป็นช่องทางที่มีการติดเชื้อเอชไอวีมากที่สุด และหากร่วมเพศทางทวารหนักอาจเกิดการถลอก ฉีกขาด เป็นแผลได้ง่าย มีโอกาสติดเชื้อมากกว่าการใช้เข็มหรือกระบอกฉีดยาร่วมกับผู้มีเชื้อเอชไอวี หรือการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูก นอกจากนี้ ปัจจัยที่ทำให้มีโอกาสติดเชื้อได้ต้องมีองค์ประกอบครบ 3 ข้อ คือ ทั้งช่องทางเข้า-ออกของเชื้อ ปริมาณของเชื้อ และคุณภาพของเชื้อ

นพ.สุวรรณชัยกล่าวอีกว่า สำหรับประชาชนที่มีพฤติกรรมเสี่ยงหรือประเมินตนเองว่ามีโอกาสเสี่ยงต่อการรับเชื้อดังกล่าว สามารถเข้ารับคำปรึกษาและตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวีได้ฟรี ปีละ 2 ครั้ง ที่โรงพยาบาลของรัฐทุกแห่ง โดยใช้เพียงบัตรประชาชนที่มีเลข 13 หลักเท่านั้น และรับการรักษาด้วยยาต้านไวรัสได้ฟรีตามสิทธิ สำหรับเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี สามารถรับบริการปรึกษาและตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวีได้โดยไม่ต้องขอคำยินยอมจากผู้ปกครอง เพื่อให้รู้สถานะการติดเชื้อของตนเอง และหากรู้ว่าติดเชื้อเอชไอวีจะได้เข้ารับการรักษาทันที


“ขอแนะนำผู้ปกครองว่า ควรดูแล สอดส่อง และสังเกตบุตรหลานอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการติดต่อสื่อสารกับบุคคลที่ไม่รู้จักผ่านโซเชียลมีเดีย เช่น เฟซบุ๊ก ไลน์ โปรแกรมสนทนาต่างๆ เพราะในช่วงวัยรุ่นอาจเกิดความคึกคะนอง อยากรู้ อยากลอง อาจถูกล่อลวงและนำไปสู่การมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัยได้ง่าย เสี่ยงติดเชื้อเอชไอวี และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ หากพบเห็นบุตรหลานกระทำไม่เหมาะสม ต้องให้คำแนะนำที่ถูกต้อง ผู้ปกครองควรให้เวลากับลูกหลานและส่งเสริมให้ใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ ทั้งนี้ หากต้องการคำปรึกษาเรื่องสุขภาพทางเพศ สามารถเข้ารับบริการได้ที่สถานพยาบาลและเครือข่ายบริการที่เป็นมิตรใกล้บ้าน หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่สายด่วนปรึกษาเอดส์ โทร 1663 หรือโทร 1422