ศูนย์พักพิงสุนัข กทม. ไม่ได้เลวร้ายอย่างใครคิด

ปัญหาสุนัขจรจัดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) จำนวนมาก จากสถิติพบมีเรื่องร้องเรียนสุนัขจรจัดตามพื้นที่สาธารณะปีละ 4,500-5,000 คำร้อง และยังไม่มีแนวโน้มลดลง รวมทั้งยังพบปัญหาการนำสุนัขไปปล่อยตามพื้นที่สาธารณะ เช่น วัด ตลาด ทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างคนรักสัตว์กับผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนในพื้นที่บ่อยครั้ง กทม.จึงต้องจับสุนัขจรจัดเหล่านั้นมาไว้ที่ศูนย์ควบคุมสุนัขเขตประเวศ กทม. เพื่อคัดกรองโรค ฉีดวัคซีน ทำหมัน และรอเจ้าของสุนัขมารับคืน ก่อนจะขนย้ายไปที่ศูนย์พักพิงสุนัขจรจัดกรุงเทพมหานคร ต.โคกหม้อ อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี

เมื่อไม่นานมานี้ “มติชน” ได้ลงพื้นที่ร่วมกับคณะผู้บริหาร กทม. เพื่อติดตามความเป็นอยู่ของสุนัขจรจัดที่ศูนย์พักพิงสุนัขจรจัด อ.ทัพทัน โดยศูนย์พักพิงแห่งนี้ มีเนื้อที่ขนาด 200 ไร่ รองรับสุนัขจรจัดได้ 8,000 ตัว แบ่งพื้นที่เป็นคอกสุนัขขนาดใหญ่ทั้งหมด 16 โดม รองรับได้โดมละ 500 ตัว ซึ่งแต่ละโดมยังแยกออกเป็น 5 คอก พร้อมมีรั้วเหล็กล้อมคอกสูงประมาณ 2 เมตร (ม.) กั้นรอบด้าน ปัจจุบันมีสุนัขอยู่ 4,871 ตัว โดยสุนัขทุกตัวอยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ดี สุขภาพแข็งแรง แต่บางตัวจะได้รับบาดเจ็บจากการกัดกันเอง สำหรับศูนย์พักพิงแห่งนี้จะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลสุนัข 80 คน สัตวแพทย์ประจำศูนย์ 2 คน และมีจิตอาสาที่เข้ามาช่วยงาน

นสพ.ศิวะ ไม้สนธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานสัตวแพทย์สาธารณสุข สำนักอนามัย กทม. กล่าวว่า วัตถุประสงค์ในการจัดตั้งศูนย์พักพิงสุนัข อ.ทัพทัน เพื่อรองรับการพักพิงสุนัขจรจัดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร หลังจากเจ้าหน้าที่เคลื่อนย้ายสุนัขมาจากศูนย์ควบคุมสุนัขประเวศ เดือนละ 2-3 ครั้ง หรือเที่ยวละ 120-150 ตัว สัตวแพทย์จะต้องตรวจสุขภาพ กักกันโรค โดยสุนัขทุกตัวต้องผ่านการทำหมันและฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ส่วนปัญหาที่พบ คือ การอยู่รวมกันระหว่างสุนัขเก่าและสุนัขใหม่ที่เพิ่งเคลื่อนย้ายมา สุนัขจะกัดกันอยู่บ่อยครั้ง จึงแก้ปัญหาโดยนำสุนัขที่เคลื่อนย้ายมาพร้อมกันมาอยู่รวมในคอกเดียวกัน ต่อมาปัญหาน้ำใช้ เนื่องจากระบบน้ำประปายังเข้าไม่ถึง โดยเฉพาะช่วงหน้าแล้ง ล่าสุด ได้ประสานไปยังสำนักการโยธา กทม.ให้เข้ามาขุดบ่อบาดาลเพิ่มเติมเพื่อจ่ายน้ำใช้ภายในศูนย์แล้ว

Advertisement

นสพ.ศิวะกล่าวว่า ส่วนการกำจัดซากสุนัขที่ตาย เจ้าหน้าที่จะนำไปเผายังเตาแบบปลอดมลพิษ เช่นเดียวกันกับขยะอันตราย ย่อยสลายยาก ได้แก่ เข็มฉีดยา ไซรินจ์ ขวดยา ส่วนมูลสัตว์จะใช้การฝังกลบเพื่อป้องกันโรคติดต่อ ซึ่งปัสสาวะของสุนัขจะมีบ่อบำบัดน้ำเสียในแต่ละคอกเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม รวมถึงพัฒนาพื้นที่สีเขียว แหล่งน้ำให้ศูนย์พักพิงมีสภาพแวดล้อมที่ดี โดยเฉพาะการปลูกต้นไม้ยืนต้นจะช่วยลดมลภาวะทางเสียงต่อชุมชนใกล้เคียง ทั้งนี้ ในแต่ละปี กทม.จะจัดสรรงบประมาณ 20 ล้านบาท เพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายบริหารจัดการศูนย์พักพิงแห่งนี้ แบ่งเป็นค่าอาหาร 12 ล้านบาท หรือคิดเป็นอาหารเฉลี่ยตัวละ 8 บาทต่อวัน ค่าเวชภัณฑ์ปีละ 5 ล้านบาท เช่น การทำหมัน ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ค่าวัสดุปีละ 1 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นค่าอุปกรณ์และเครื่องใช้ภายในศูนย์พักพิง ค่าเงินเดือนพนักงาน 80 คน เป็นค่าจ้างลูกจ้างประจำเดือนละ 10,000 บาท และค่าจ้างรายวัน 45 คน คนละ 320 บาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนในชุมชน ต.โคกหม้อ

“แม้ศูนย์พักพิงแห่งนี้ มีให้เฉพาะที่พักและอาหาร เพื่อช่วยลดปัญหาสุนัขจรจัดใน กทม. แต่สิ่งสำคัญของสุนัขคือเป็นสัตว์ที่ต้องการเจ้าของ และเลี้ยงดูด้วยความรักความเอาใจใส่” นสพ.ศิวะกล่าว

ส่วน น.ส.ธีราพร กสิกรรม หรือ “พี่แหม่ม” อายุ 43 ปี เจ้าหน้าที่ดูแลสุนัขประจำคอก 12 และครูฝึกสุนัข เล่าว่า เริ่มทำงานที่ศูนย์พักพิงเมื่อปี 2550 เหตุที่เข้ามาทำงานเพราะเป็นคนรักสัตว์ ซึ่งที่บ้านยังเลี้ยงสุนัข 3-4 ตัว รวมถึงอาศัยอยู่ละแวกนี้ สำหรับการดูแลสุนัขในทุกวัน จะเริ่มตั้งแต่เวลา 07.00 น. จะเข้าทำความสะอาดทั้งกรงและสุนัข จับสุนัขอาบน้ำทีละตัว จากนั้นคอยสังเกตอาการเจ็บป่วย หรือบาดเจ็บ เป็นแผลหรือเจ็บป่วยจะแจ้งต่อนายสัตวแพทย์ให้เข้ามาดูอาการ ก่อนเวลาบ่ายจะให้อาหารเม็ดสำเร็จรูป ซึ่งแต่ละวันจะให้อาหารวันละ 1 มื้อ รวมถึงเจ้าหน้าที่จะต้องสร้างความคุ้นเคย และสังเกตพฤติกรรมการอยู่ร่วมกันของสุนัข ซึ่งในแต่ละคอกจะมีเจ้าหน้าที่ดูแลสุนัข 4 คน นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่จะต้องคัดเลือกสุนัข ลักษณะรูปร่างดี ดูเป็นมิตร เลี้ยงง่ายเพื่อนำไปฝึก โดยจะฝึกตั้งแต่เคารพธงชาติ ฝึกนั่ง ยืน เดิน เพื่อลดพฤติกรรมก้าวร้าว

“บางเดือนจะมีคนรักสัตว์ให้ความสนใจติดต่อขอรับเลี้ยงสัตว์ โดยสุนัขที่มีรูปร่างดี นิสัยไม่ดุ ขี้เล่น เข้ากับคนง่ายจะถูกเลือก ซึ่งก่อนส่งมอบสุนัข เจ้าหน้าที่จะต้องนำสัตว์ตรวจสุขภาพ รอดูอาการและกักกันโรค หากสุขภาพไม่ดีจะไม่ให้นำสุนัขไปเลี้ยง จากนั้นก็ขึ้นอยู่กับผู้มาขอรับว่าจะนำสุนัขตัวอื่นไปเลี้ยงแทนหรือไม่ ฝากถึงคนเลี้ยงสุนัขว่า อยากให้มีความเมตตา เพราะสุดท้ายเมื่อสุนัขอายุมากขึ้น ก็เหมือนคนที่อยากจะอยู่บ้านของตัวเอง” พี่แหม่มบอก

พิสูจน์แล้วว่าศูนย์พักพิงสุนัข อ.ทัพทันแห่งนี้ ไม่ได้เลวร้ายอย่างหลายคนคิด

แต่ไม่แน่ใจว่าการที่จับสุนัขมาอยู่รวมในคอกเช่นนี้

เป็นการแก้ปัญหาปลายทางที่ถูกต้องหรือไม่….

 

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image