ผู้บริโภคโต้กรมการค้าภายใน แจ้ง ‘ราคายาออนไลน์’ ไม่แก้ปมแพง

วันที่ 11 ธันวาคม น.ส.สุภัทรา นาคะผิว อนุกรรมการด้านบริการสุขภาพ คณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองภาคประชาชน (คอบช.) กล่าวถึงกรณีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ปฏิเสธที่จะควบคุมค่ายาและค่ารักษาพยาบาลที่ราคาสูงเกินจริง แต่แก้ปัญหาด้วยการเผยแพร่ราคาผ่านเว็บไซต์โดยอ้างว่าให้ประชาชนเปรียบเทียบราคาก่อนตัดสินใจใช้บริการ เริ่มปี 2562ว่า วิธีการแจ้งราคาทางเว็บไซต์ ไม่ได้แก้ปัญหายาแพง ค่ารักษาพยาบาลแพง แต่ชัดเจนว่ากรมการค้าภายในไม่ยอมทำหน้าที่ตนเองตามกฎหมาย แถมเริ่มต้นผิดที่อาศัยโรงพยาบาลเอกชน เพราะโรงพยาบาลเอกชนไม่ได้ต้องการให้ควบคุมราคายาและกำกับค่ารักษาพยาบาล

“การควบคุมกำกับค่ายา ค่ารักษาพยาบาลแพงต้องมีส่วนร่วมจากทุกฝ่าย ไม่ใช่เรื่องร้องขอให้ลดราคาหรือแจ้งราคา แต่เป็นบทบาทของกรมการค้าภายในที่ต้องควบคุมและกำกับราคาให้เป็นธรรมกับผู้บริโภค อนุกรรมการ ได้เสนอให้ใช้ราคากลางของยาและค่าบริการจากการแพทย์ฉุกเฉินที่มีราคาต้นทุนอยู่แล้ว โดยกรมสามารถควบคุมจากราคาต้นทุนนั้นได้ เพราะเป็นราคาที่โรงพยาบาลเอกชนยอมรับ มีกำไร ถึงแม้จะไม่ใช่กำไรสูงสุดกรมการค้าภายใน จะต้องสนับสนุนให้การพิจารณาเรื่องนี้ มีส่วนร่วมจากองค์กรผู้บริโภค ผู้ป่วย และผู้เสียหายจากค่าบริการทางการแพทย์ราคาแพง เพราะที่ผ่านมามีเพียงผู้มีส่วนได้เสียคือโรงพยาบาลเอกชนร่วมกำหนดฝ่ายเดียวและเป็นฝ่ายที่ไม่ได้ต้องการให้มีการควบคุมและกำกับราคาอยู่แล้ว” น.ส.สุภัทรา กล่าว

น.ส.สุภัทรา กล่าวว่า ที่ผ่านมา อนุกรรมการด้านบริการสาธารณสุข คอบช. องค์กรผู้บริโภค เสนอให้กรมการค้าภายใน ควบคุมกำกับค่ารักษาพยาบาลให้เป็นธรรมกับผู้บริโภคภายใต้กฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ เรื่องการกำหนดให้เป็น “สินค้าและบริการควบคุม” โดยต้องควบคุมราคายา ควบคุมค่าวัสดุที่จำเป็น และควบคุมกำกับค่าวิชาชีพ และยืนยันว่า การควบคุมกำกับราคายา ไม่ได้เกี่ยวกับบังคับให้บริษัทยาต้องจำหน่ายยาให้โรงพยาบาลเอกชนเท่ากับโรงพยาบาลรัฐ และไม่ได้เกี่ยวกับการส่งเสริมการวิจัยและพัฒนายาและการรักษาในอนาคต

น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า การที่กรมฯ อ้างเหตุผลที่สั่งลดราคาไม่ได้ เพราะเหตุต้นทุนยาแพงกว่าโรงพยาบาลรัฐ เป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้นและไม่น่าจะเป็นจริง เพราะปัจจุบันโรงพยาบาลเอกชน มีไม่กี่กลุ่ม ที่เป็นโรงพยาบาลขนาดเล็กมีน้อยมาก แถมโรงพยาบาลเอกชนบางแห่งมีบริษัทยาเป็นของตัวเอง การกำกับเรื่องราคายาทำได้ไม่ยาก เช่น ห้ามโรงพยาบาลเอกชนขายยาแพงกว่าร้านขายยา 2 เท่าก็ทำได้แล้ว จากเดิมที่โรงพยาบาลเอกชนคิดค่ายาแพงกว่า 60-400 เท่า เช่น ไวตามินบีคอมเพล็กฉีดหลอดละ 1.50 บาท ในโรงพยาบาลศูนย์ (รพศ.) ของกระทรวงสาธารณสุข กลายเป็น 600 บาท ใน รพ.เอกชน ยาฉีดแก้ปวดขนาด 50 มก. ราคา 6.50 บาทใน รพศ. กลับแพงถึง 450 บาทใน รพ.เอกชน จากงานวิจัยของนายแพทย์ไพบูลย์ สุริยวงศ์ไพศาล ในอดีต รพ.เอกชนนำค่ายาบวกเป็นค่าบริการโรงพยาบาล เพราะค่าวิชาชีพในด้านต่างๆ ไม่ได้สูงมาก แต่ปัจจุบันไม่ใช่ มีการเรียกเก็บค่าวิชาชีพทุกสาขา เช่น กรณีผ่าตัดกระดูกคอ ราคา 430,000 บาท มีค่าตอบแทนวิชาชีพแพทย์ผ่าตัดสูงถึง 170,000 บาท ค่าแพทย์ดมยา 10,000 บาท ค่าวิชาชีพพยาบาล 3,500 บาท

Advertisement

“ที่ผ่านมา มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค และเครือข่ายองค์กรผู้บริโภค มีเรื่องร้องเรียนโรงพยาบาลเอกชนระหว่าง ปี 2014 – 2017 จำนวน 159 เรื่อง จาก 67 โรงพยาบาล โดยเป็นปัญหาสำคัญ คือ 1.ถูกเรียกเก็บเงินจากการใช้สิทธิฉุกเฉิน โรงพยาบาลให้ญาติเซ็นหนังสือปฏิเสธการใช้บริการฉุกเฉิน 2.ได้รับความเสียหายจากการรักษาพยาบาล 3.ค่ารักษาพยาบาลแพง เรียกเก็บค่าบริการโดยไม่มีสิทธิเรียกเก็บหรือเกินกว่าอัตราที่กำหนด หรือ 4.ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานการให้บริการสาธารณสุข เป็นต้น” น.ส.สารี กล่าว

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image