หมอจุฬาฯชี้งานวิจัยร่วมต่างชาติเป็นความหวังของการรักษา ‘พิษสุนัขบ้า’ ในคน

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงความสำเร็จในการวิจัยระดับทดลองเกี่ยวกับการรักษาโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์ ว่า มีการวิจัยและดำเนินการมาประมาณ 5 ปี และพบว่ามีความเป็นไปได้ในการรักษาโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์ ซึ่งจะนำไปสู่ความหวังในการรักษาผู้ป่วยโรคพิษสุนัขบ้าในอนาคตด้วย โดยเริ่มจาก 3 วิธีการ คือ 1.การนำไวรัสมาตกแต่งพันธุกรรม และฉีดเข้าไปในน้ำของไขสันหลังสุนัข ซึ่งพบว่ามี 3 ใน 4 ที่รอดตายเกิน 1 ปี เนื่องจากโรคพิษสุนัขบ้าจะอยู่ในสัตว์ประมาณ 1 ปี 2.ใช้ยาชนิดหนึ่งที่นำมาใช้ในคนที่เป็นไข้หวัดใหญ่ที่มีอาการรุนแรง ซึ่งพบว่ายาตัวนี้ไปออกฤทธิ์ยับยั้งการเพิ่มจำนวนของไวรัสกลุ่มอาร์เอ็นเอ (RNA) โดยเอามาให้หนูที่ถูกฉีดเชื้อพิษสุนัขบ้า ปรากฎว่าร้อยละ 10 ของหนูรอดชีวิต ส่วนหนูที่ตายก็ตายช้าลง จากเดิม 6 ชั่วโมง เพิ่มเป็น 48 ชั่วโมง และ 3.สารประกอบที่เป็นกรดอะมิโน เป็นนวัตกรรมของสิงคโปร์ ใช้กลไกลเข้าไปทำลายเปลือกไวรัสอาร์เอ็นเอ วิธีนี้จะไปทำลายเปลือกหุ้มไวรัส ซึ่งมีผลต่อไวรัสที่มีอยู่ในเซลล์ของสัตว์ โดยศึกษาโดยใช้ยาตัวนี้เข้าไปทางช่องท้องของหนูติดเชื้อพิษสุนัขบ้า พบว่ารอดร้อยละ 40

“ซึ่งทั้งหมดก็เป็นความร่วมมือจากต่างประเทศ แต่ปัจจุบันก็ยังไม่มีหน่วยงานรัฐใดเข้ามาที่จะประสานหรือร่วมมือกันใดๆ” ศ.นพ.ธีระวัฒน์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ความร่วมมือกับต่างประเทศนี้ จะทำให้อนาคตผลงานเป็นของต่างชาติหรือไม่ หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์ฯ กล่าวว่า ยังไม่ทราบถึงขั้นไหน แต่หากพัฒนาจนได้ตัวยา จะไม่แพงมาก เวลานี้ก็จะพยายามหารือกับหน่วยงานรัฐของไทย แต่ก็ยังไม่ชัดเจนมากนัก

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image