“ดร.อาทิตย์” ลั่น 27 ธ.ค. รบ.ยังเมินไร้แก้ปัญหาสิทธิบัตรกัญชา ขอปชช.คว่ำบาตรไม่เลือก พปชร.

ม.รังสิตขีดเส้นรบ. 27 ธ.ค.ไม่คืบสิทธิบัตรกัญชา เดินหน้ามาตรการกฎหมาย ขอปชช.คว่ำบาตรอย่าเลือกพลังประชารัฐ พร้อมเดินสายฟังนโยบายกัญชาทุกพรรคการเมือง พรรคไหนใช้กัญชาขายชาติอย่าไปเลือก

เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม ที่มหาวิทยาลัยรังสิต  ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต แถลงข่าวกรณีปัญหาสิทธิบัตรกัญชา ว่า ก่อนหน้านี้เราได้เรียกร้องให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาแก้ไข ยกเลิกคำขอสิทธิบัตรกัญชาของบริษัทต่างประเทศภายใน 15 วัน และจะครบกำหนดตามข้อเรียกร้องในวันที่ 27 ธันวาคมนี้ แต่กรมทรัพย์สินทางปัญญายังไม่ดำเนินการใดๆ เลย หากถึงวันที่ 27 ธันวาคมจะดำเนินการทางกฎหมายต่อไป ทั้งการฟ้องกรมทรัพย์สินทางปัญญา และฟ้องร้องยกเลิกคำขอรับสิทธิบัตรเหล่านั้น ในขณะที่การพิจารณาแก้ไขกฎหมายปลดล็อกกัญชาทางการแพทย์ 2 ฉบับ คือ ร่างพ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่…) พ.ศ…และ ร่างประมวลกฎหมายยาเสพติด ไม่เป็นไปตามข้อเรียกร้อง แทนที่จะให้ประชาชนได้รับสิทธิ แต่กลับเป็นการผูกขาดโดยกลุ่มทุน จากนี้หากรัฐบาลยังไม่แก้ไขตามที่เรียกร้องถือว่ารัฐบาลไม่มีความจริงใจกับประชาชนก็ขอให้ประชาชนคว่ำบาตร ง่ายๆ คืออย่าเลือกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เป็นรัฐบาลต่อ อย่าเลือกพรรคการเมืองที่ไม่สนับสนุนกัญชา

นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีสถาบันการแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า เครือข่ายประชาสังคมกัญชาเพื่อการแพทย์สำหรับประชาชน ได้ออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 2 มีข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลและสภานิติบัญญัติแห่งชาติ 6 ข้อคือ 1.ยกเลิกคำขอจดสิทธิบัตรกัญชาที่เกี่ยวข้องกับสารสกัดกัญชาทั้งหมด 2.ถอดกัญชาออกจากบัญชียาเสพติดให้โทษทุกประเภท และให้เป็นพืชสมุนไพรควบคุมทางการแพทย์ 3.ให้ผู้ป่วยที่ได้รับใบรับรองจากแพทย์ แพทย์แผนไทย และแพทย์แผนไทยประยุกต์ สามารถเพาะปลูกกัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ได้ตามจำนวนที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย 4.ให้แพทย์แผนไทย แพทย์แผนไทยประยุกต์สามารถขึ้นทะเบียนขอเพาะปลูก ผลิต ปรุงยา ที่เข้ากัญชาตามภูมิปัญญาทางการแพทย์แผนไทยได้ 5.ให้เกษตรกรสามารถเพาะปลูกตามคำสั่งซื้อหรือสัญญาการเพาะปลูกของสัญญาสถานประกอบการทางการแพทย์ แพทย์แผนไทย แพทย์แผนไทยประยุกต์ เภสัชกรรมทั้งรัฐและเอกชนที่ขึ้นทะเบียนเพื่อให้ในทางการแพทย์อย่างถูกต้อง รวมถึงให้เกษตรกรสามารถเพาะปลูกไปต่างประเทศได้ และ 6.ยกเลิกบทเฉพาะกาล 5 ปีที่ให้รัฐผูกขาดหรือบังคับให้เอกชนต้องร่วมกับรัฐในการเพาะปลูกหรือผลิตเพื่อจำหน่ายกัญชาในทางการแพทย์ เพื่อทำให้เกิดการแข่งขันทั้งคุณภาพและราคา

“หากไม่สามารถทำตามข้อเรียกร้อง ก็ขอให้เห็นแก่ประชาชนขอให้ยุติการเดินหน้าออกกฎหมายทั้ง 2 ฉบับไว้ก่อน และปล่อยให้พรรคการเมืองได้เสนอนโยบายกัญชาต่อประชาชน ให้ตัดสินใจในวันเลือกตั้ง ซึ่งในสัปดาห์หน้าจะเดินสายพบพรรคการเมืองที่มีนโยบายที่สนับสนุนกัญชาทางการแพทย์ ซึ่งตอนนี้เท่าที่ดูมีพรรคการเมืองใหญ่ไม่กี่พรรคที่มีนโยบายเรื่องนี้ แต่ยังไม่ชัดเจน ดังนั้นเราจะขอรับฟังให้ชัดพรรคไหนที่ใช้กัญชากู้ชาติก็ให้เลือก ถ้าพรรคไหนใช้กัญชาขายชาติก็อย่าไปเลือก ทั้งนี้หากกฎหมายจะต้องล่าช้าออกไปก็ไม่เป็นไร ดีกว่าปล่อยออกมาแล้วแฝงด้วยกลุ่มทุนผูกขาดสัมปทาน ก็อย่ามีกฎหมายทำร้ายประชาชนดีกว่า” นายปานเทพ กล่าว

นพ.ศุภชัย คุณารัตนพฤกษ์ รองอธิการบดีฝ่ายการแพทย์และวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า  การปลดล็อกครึ่งๆ กลางๆ จะทำให้ยาฝรั่งที่ทำจากกัญชาไหลเข้าประเทศ เพราะต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาเมืองไทยกฎหมายยังไม่อนุญาตให้ทำการวิจัยอย่าลึกซึ้ง  มีเพียงองค์ความรู้แพทย์แผนไทยที่ใช้กันมาอย่างยาวนาน ดังนั้นต้องปลดปล่อยให้ใช้องค์ความรู้การแพทย์แผนไทยได้ ไม่อย่างนั้นการปลดล็อกก็ไม่มีค่าอะไรเลย ยิ่งทำให้ถูกมองว่าทำเพื่อเอื้อประโยชน์ให้ต่างชาติ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ภาคประชาสังคมเปิดปัญหาใหม่ ‘สิทธิบัตรกัญชา’ จ่อแก้กม.คุ้มครองพันธุ์พืช เอื้อต่างชาติ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ช็อค! สาวไทยวัย 19 ถูกทำร้ายในญี่ปุ่น สภาพเปลือยอาการสาหัส
บทความถัดไปถกสมาชิกบูมกีฬาม.อาเซียนให้เจ๋งขึ้นเหตุนักกีฬาซุป’ตาร์น้อย-คนไม่ค่อยดู