‘วิฑูรย์’ ลั่นรัฐบาลแหกตาประชาชน ไร้ยกเลิกสิทธิบัตรผิดกม. เคลื่อนไหวไม่เลือกแน่ พปชร.!!

เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ  ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี หรือไบโอไทย กล่าวว่า วันนี้ชัดเจนแล้วว่า รัฐบาลไม่ได้สนใจปกป้องคนไทยเลย แม้วันนี้ร่างพ.ร.บ.ยาเสพติดฯ ที่มีกัญชาเตรียมใช้ทางการแพทย์จะเข้าสู่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) วาระสุดท้าย ซึ่งที่ผ่านมา สนช.คาดหมายว่าจะยกเลิกสิทธิบัตรก่อนกฎหมายมีผล แต่เมื่อความจริงปรากฎว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญาไม่ได้ดำเนินการตามที่นายสนธิรัตน์ เคยให้ข่าวไว้ว่าจะมีการยกเลิก 3 คำขอสิทธิบัตร ซึ่งจะเหลืออีก 7 คำขอ กลายเป็นว่า เหลืออีก 10 คำขอที่ไม่ได้ยกเลิก คือ ไม่ได้ทำอะไรเลย ไม่ได้ฟังเสียงประชาชน เสียงของนักวิจัยไทยเลย แบบนี้คือ แหกตาประชาชนหรือไม่ แค่นี้ยังหลอกลวง แล้วอนาคตจะฝากความหวังอย่างไร ซึ่งตรงนี้ประชาชนจะได้เรียนรู้แล้วว่า คำรับปากของทีมเศรษฐกิจ หรือรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งเป็นแกนสำคัญของการจัดตั้งพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) หาความเชื่อถือไม่ได้ จึงไม่ต้องหวังว่า หากมาเป็นรัฐบาลมีบทบาทอีกจะทำอะไรตามที่หาเสียงหรือไม่

“ผมไม่เลือกพรรคพลังประชารัฐแน่นอน มีหลายเหตุผล รวมทั้งเหตุผลนี้ชัดเจนมาก และภาคประชาชนก็เห็นแล้ว และเชื่อว่าประชาชนที่ต้องการปกป้องทรัพยากร และภูมิปัญญาท้องถิ่น รวมทั้งกลุ่มคนที่จะได้ประโยชน์ รวมทั้งผู้ป่วยที่จะได้ใช้กัญชาทางการแพทย์ก็จะได้หูตาสว่างว่า ควรเลือกมาบริหารประเทศหรือไม่” นายวิฑูรย์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะดำเนินการเคลื่อนไหวอย่างไรต่อไป นายวิฑูรย์ กล่าวว่า โดยส่วนตัวคิดว่าประชาชนจะใช้กรณีนี้ในการสั่งสอนโดยการไม่สนับสนุนแกนนำที่ก่อตั้งพรรคพลังประชารัฐแน่นอน อย่างไรก็ตาม ทางมูลนิธิฯ จะร่วมหารือกับเครือข่ายภาคประชาชนว่า จะเคลื่อนไหวอย่างไรต่อไป นอกเหนือจากเดินหน้าฟ้องร้องร่วมกับมหาวิทยาลัยรังสิต แต่ทางกลุ่มจะเดินหน้ารณรงค์เรื่องนี้ให้ประชาชนรับทราบมากยิ่งขึ้น ว่า จะทำอย่างไรให้ทีมรัฐบาลนี้ได้รับบทเรียนจากภาคประชาชน ทั้งนี้ ยังมีอีกหลายเรื่องที่เมื่อเรียกร้องไปแล้วแต่ก็กลับมาที่เดิม คือ การยกเลิกสารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่มีพิษร้ายแรง เช่นพาราควอต  ก็ไม่ได้ยกเลิกเหมือนเดิม

นายวิฑูรย์ กล่าวอีกว่า เรื่องนี้มีหลักฐานปรากฎตามสื่อชัดเจน จะมากล่าวว่าไม่จริงไม่ได้ เพราะเมื่อสื่อออกไปแล้ว หากไม่จริงก็ควรต้องมีการชี้แจง แต่กลับไม่มี เรื่องนี้เห็นชัดแบ่งเป็น 1.เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้แถลงว่า “คำขอจดสิทธิบัตรสารสกัดจากกัญชาที่เป็นที่สนใจของสังคมมีข้อยุติแล้ว” โดยได้ใช้มาตรา 30 ให้อธิบดียกเลิกคำขอที่ 1101003758 (การใช้ไฟโตแคนนาบินอยด์ หรือสารผสมของสารดังกล่าวในการรักษาโรคลมบ้าหมู) และต่อมาเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2561 ได้แถลงอีกครั้งว่า คำขอสิทธิบัตรกัญชาเลขที่ 0501005232 (วิธีการสำหรับการทำให้ทรานส์-(-)- เดลตา9 -เตตราไฮโดรแคนนาบินอล และทรานส์-(+)- เดลตา9 -เตตราไฮโดรแคนนาบินอล บริสุทธิ์) และคำขอเลขที่ 0601002456 (ส่วนผสมเชิงเภสัชกรรมที่ออกฤทธิ์ของแคนนาบินอยด์สำหรับรูปแบบขนาดยาที่ถูกปรับปรุง) เจ้าหน้าที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้แจ้งปฏิเสธการจดสิทธิบัตรแล้ว

ผู้อำนวยการไบโอไทย กล่าวว่า 2.จากการตรวจสอบของไบโอไทยล่าสุดเช้าวันที่ 25 ธันวาคม 2561 ซึ่ง พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่…) พ.ศ….. จะเข้าพิจารณาเพื่อลงมติในวาระ 3 ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ กลับพบว่า สถานะของคำขอสิทธิบัตรทั้ง 3 ดังกล่าวยังอยู่ในชั้น “ประกาศโฆษณาคำขอสิทธิบัตร” และ “ระหว่างการจัดทำเอกสารตอบรับและจัดส่งเอกสาร” โดยมิได้มีวี่แววว่า จะมีการยกเลิกคำขอและมิได้ชี้ให้เห็นว่า “สิทธิบัตรจากกัญชามีข้อยุติแล้ว” ดังคำแถลงของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์แต่ประการใด 3. จากการสอบถามเจ้าหน้าที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้รับแจ้งว่า คำขอ 1101003758 นั้น “กรมก็ยังไม่ได้ดำเนินการเพิกถอน” โดยข่าวสารที่ออกมาก่อนหน้านั้น “คงเป็นความเข้าใจผิดของสื่อมวลชน” เพราะกรมฯบอกว่าจะดำเนินการ “พิจารณาเพิกถอน” เท่านั้น ส่วนสถานะของสิทธิบัตรต่างๆในเว็บไซท์ทั้งหมด “อาจมีความคลาดเคลื่อนของข้อมูล

“4. จากคู่มือ “การตรวจสอบคำขอรับสิทธิบัตรการประดิษฐ์และอนุสิทธิบัตรฉบับปรับปรุงใหม่ ปี 2555” ของกรมทรัพย์สินทางปัญญา ระบุว่า เมื่อแจ้งยกเลิกคำขอแล้ว ผู้ขอรับสิทธิบัตรมีเวลา 90 วันในการชี้แจง และอาจขอเลื่อนคำชี้แจงไปมากกว่านั้นก็ได้ ดังนั้นสิ่งที่อ้างว่าการยกเลิกสิทธิบัตรที่บอกว่า “มีข้อยุติแล้ว” จึงไม่เป็นความจริงแต่ประการใด และเมื่อสภาผ่าน พ.ร.บ.ยาเสพติดฯเพื่อคลายล็อคกัญชาให้ใช้ทางการแพทย์ได้ ก็ไม่มีหลักประกันใดๆว่าสิทธิบัตรของต่างชาติจะถูกยกเลิก จากแนวปฏิบัติของกรมทรัพย์สินทางปัญญาและท่าทีของผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง คาดว่าเรื่องการยกเลิกสิทธิบัตรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของต่างชาติ ทั้ง 3 สิทธิบัตรที่รัฐมนตรีแถลงเองว่าจะปฏิเสธคำขอ และสิทธิบัตรที่เหลืออีกอย่างน้อย 7 สิทธิบัตรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายคงไม่สามารถดำเนินการได้โดยรัฐบาลนี้ค่อนข้างแน่” นายวิฑูรย์ กล่าวและว่า  5. และหากประชาชน สื่อมวลชน และผู้ที่เกี่ยวข้องไม่ติดตามเรื่องสิทธิบัตรกัญชาอย่างใกล้ชิด “คำขอสิทธิบัตร” ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายทั้งหมดหรือบางส่วน จะกลายเป็น “สิทธิบัตร” ในที่สุด เรียกได้ว่า ทั้งหมดกลาย “ปาหี่” ระดับชาติ โดยมีผู้ได้ประโยชน์เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่และบริษัทยาข้ามชาติที่ครอบครองสิทธิบัตรกัญชาในที่สุด

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon