เวลา 12.25 น.วันที่ 4 มกราคม แบบจำลองสภาพอากาศ(วาฟ-รอม) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(สสนก.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(วท.) รายงานสถานการณ์พายุโซนร้อน ปาบึก ว่า ล่าสุดเวลา 12.00 น.นั้นพายุเข้าใกล้จ่อชายฝั่ง อ.ปากพนังมากแล้ว คาดว่าช่วงเย็นๆประมาณ 17.00น. บวกลบ 1 ชั่วโมง น่าจะเคลื่อนที่เข้าชายฝั่งระหว่าง อ.ปากพนังกับ อ.ท่าศาลา ของ จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งจะทำให้เกิดกำลังลม ที่จะให้คลื่นแรงที่สุดในเวลา 14.00 น. ถึง 16.00 น.โดยเวลานี้ มีปริมาณน้ำฝนเกิดขึ้น ที่ อ.หัวไทร อยู่ที่ระดับ 100 มิลลิเมตร(มม.) และคาดว่า ตลอดคืนวันที่ 4 มกราคม นี้จะทำให้เกิดปริมาณน้ำฝนสะสมอยู่ที่ 200-300 มม.ได้
วาฟ-รอม ระบุว่า สำหรับกำลังลมล่าสุด ที่จุดวัดลมในทะเลอ่าวไทยเวลา 12.00 น.นั้นวัดได้ 42 นอต หรือประมาณ 75.6 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง และบางช่วงจะมีลมกระโชกแรงถึง 46 นอต หรือประมาณ 82.8 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง ซึ่งขนาดความแรงของคลื่นดังกล่าวคาดว่า จะส่งผลเสียหายยังบริเวณชายฝั่งทะเลตอนล่าง ของ จ.ชุมพร พื้นที่ เกาะสมุย เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี โดยจะเกิดคลื่นสูงประมาณ 3-5 เมตร
วาฟ-รอม ยังระบุว่า ตั้งแต่ช่วงเวลา 17.00 น.เป็นต้นไป คาดว่า ทั่วทั้ง จ.นครศรีธรรมราช และ จ.สุราษฎร์ธานี จะมีปริมาณน้ำฝนสะสมประมาณ 100-200 มม.ตลอด 24 ชั่วโมง และจะมีฝนตกอยู่ในช่วง 200-300 มม.บริเวณแนวเชิงเขา พื้นที่ จ.ชุมพน นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี ซึ่ง พื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบจากน้ำฝน และน้ำหลาก ประกอบด้วย จ.สุราฎร์ธานี ที่ อ.ไชยยา ท่าชนะ กาญจนดิตถ์ นาสาร และบ้านนาเดิม จ.นครศรีธรรมราช ที่ อ.นบพิตำ ท่าศาลา ลานสกา คีรีวง พรหมคีรี ร่อนพิบูลย์ ชะอวด ทุ่งสง ทั้งนี้ อ.เมือง จะเป็นพื้นที่ที่รองรับน้ำหลากที่ไหลลงมาจากบนเขา
“เวลานี้ยังเกิดเหตุการ สตอร์ม เสิร์จ หรือ คลื่นยกตัวสูงเป็นเวลานาน ที่บริเวณ ปากน้ำ ปากนคร ทำให้เกิดน้ำท่วมขัง บางจุด ในพื้นที่ อ.เมือง นครศรีธรรมราชแล้ว สำหรับแรงลมจะมีความรุนแรงที่สุดเมื่อเข้าใกล้ฝั่ง และจะค่อยๆลดระดับลงเรื่อยๆเมื่อเข้าสู่ฝั่ง คาดว่า ในเมืองนครศรีธรรมราช จะมีแรงลมในช่วงเวลาพีคสุดอยู่ที่ 30 นอต หรือ ราว 54 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง”วาฟระบุ

