“บิ๊กป้อม” เปิดศูนย์บริหารแรงงานครบวงจร พร้อมเพิ่มศักยภาพแรงงานขานรับอีอีซี ดันไทยทะยานสู่ยุค 4.0

เมื่อวันที่ 17 มกราคม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานพิธีเปิดศูนย์บริหารแรงงานเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี ซึ่งตั้งอยู่ในสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 3 ชลบุรี อ.เมือง จ.ชลบุรี พร้อมเยี่ยมชมกิจกรรมความร่วมมือในการพัฒนาแรงงาน เยี่ยมชมศูนย์ฝึกอบรมเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติ และหุ่นยนต์ กิจกรรมนัดพบแรงงาน และมหกรรมอาชีพ  โดยมี พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมผู้บริหาร ให้การต้อนรับ

พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กำหนดให้เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี และนโยบายประเทศไทย 4.0 โดยมุ่งเน้นการพัฒนา 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย รวมถึงอุตสาหกรรมและบริการที่มีการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการผลิต เพื่อเพิ่มผลิตภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ทั้งนี้ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่ตอบโจทย์การพัฒนาของพื้นที่อีอีซี เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายของรัฐบาล โดยการบริหารจัดการด้านแรงงานในพื้นที่อีอีซี จำเป็นต้องมีข้อมูลความต้องการแรงงานในพื้นที่ เพื่อมาจับคู่คนเข้ากับงาน ตลอดจนกำหนดทิศทางการพัฒนาคนและทักษะอาชีพของกำลังแรงงานให้มีคุณภาพสูง เป็นแรงงานคุณภาพ (Super Worker) และสามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“ศูนย์บริหารจัดการแรงงานเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก จะเป็นศูนย์ที่สามารถอำนวยความสะดวกด้านแรงงานให้แก่นายจ้าง นักลงทุน ผู้ประกอบการ และแรงงาน ได้อย่างรวดเร็วและเบ็ดเสร็จ พร้อมทั้งตอบสนองความต้องการของทุกภาคส่วนด้านแรงงานได้อย่างแท้จริง เพื่อตอบรับความต้องการด้านแรงงานของสถานประกอบการกว่า 37,000 แห่ง และแรงงานกว่า 1.5 ล้านคน” พล.อ.ประวิตร กล่าว

Advertisement

พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า กระทรวงแรงงานเป็นหน่วยงานหลัก ร่วมกับหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา จัดทำฐานข้อมูลเพื่อทำแผนปฏิบัติการ เพื่อให้บริการด้านแรงงานที่ครอบคลุม ทั้งการจัดหาแรงงาน การพัฒนาฝีมือแรงงาน สวัสดิการแรงงานและความปลอดภัยในการทำงาน และประกันสังคม อำนวยความสะดวกให้แก่นายจ้างและนักลงทุนในพื้นที่เพื่อตรวจลงตราวีซ่า และขอใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) ซึ่งจะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบกิจการที่จะเข้ามาลงทุนในพื้นที่อีอีซี โดยกำหนดมาตรการขับเคลื่อนเป็น 3 ระยะ ได้แก่ 1.ระยะเร่งด่วน จัดหาแรงงานที่ขาดแคลนในพื้นที่อีอีซี จำนวน 14,767 อัตรา ให้กับสถานประกอบกิจการกว่า 1,000 แห่ง ซึ่งกระทรวงแรงงานได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ สำนักงาน อีอีซี ในการสำรวจความต้องการ  2.ระยะกลาง 1-5 ปี สำรวจความต้องการแรงงาน ส่งเสริมให้สถานประกอบการพัฒนาทักษะบุคลากรของตนเองกว่า 580,000 คน มุ่งเน้นให้แรงงานมีความเท่าทันความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีในอนาคต และ 3.ระยะยาว 5-10 ปี จัดให้มีระบบฐานข้อมูลที่เชื่อมโยงการจัดหางานกับตัวบุคคล ปรับเปลี่ยนกระบวนการพัฒนาคนของประเทศทั้งระบบ ตั้งแต่กระบวนการคิด การเรียนการสอน การฝึกอบรม ไปจนถึงการทำงานที่ตอบโจทย์ความต้องการของแรงงาน

“ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้บรรลุเป้าหมาย ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการด้านแรงงานในพื้นที่อีอีซี อย่างเป็นระบบ เพิ่มศักยภาพแรงงาน ด้วยการฝึกฝนอบรม และเพิ่มทักษะ ในสาขาวิชาชีพเป้าหมายให้เป็นแรงงานที่มีคุณภาพ สามารถใช้เทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ ในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการจัดตั้งศูนย์ดังกล่าว จะช่วยผลักดันให้นโยบายดังกล่าวเป็นรูปธรรม สร้างโอกาสการขับเคลื่อนพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกให้เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของภูมิภาคในอนาคตอันใกล้” พล.ต.อ.อุดลย์ กล่าวว่า

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image