‘มหิดล’ ชวนปลูกต้นไม้สกัด พีเอ็ม 2.5 บุกบ้าน

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 18 มกราคม ที่ห้องประชุมคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ตึกอำนวยการ โรงพยาบาลศิริราช ศ.นพ.บรรจง มไหสวริยะ รักษาการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นประธานแถลงข่าว “มาตรการการดูแลสุขภาพและการจัดการที่ประชาชนสามารถดำเนินการได้เกี่ยวกับฝุ่นขนาดเล็ก PM2.5”

รศ.ดร.กัมปนาท ภักดีกุล คณบดีคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ทุกวันนี้ในชีวิตประจำวันของเราได้รับผลกระทบจากการพัฒนาค่อนข้างมาก พื้นที่ในเมืองมีการก่อสร้างมีการรุกล้ำเข้ามามากมาย สิ่งที่ลดน้อยไปมากคือ พื้นที่สีเขียวซึ่งจะช่วยปกป้องความรุนแรงจากสภาวแวดล้อมที่ผิดแผก โดยเฉพาะฝุ่นที่เกิดขึ้น

ปกติพื้นที่สีเขียว 1.5 ไร่ รองรับ 1,000 คน ปัจจุบันพื้นที่สีเขียวของเราลดน้อยลงไปมาก ปัจจัยที่จะช่วยปกป้องเราก็ลดน้อยลงไปด้วย เราจึงต้องใช้พืชพันธุ์ต่างๆ เข้ามาช่วย จากการศึกษาเราพบว่า พืชแต่ละชนิดมีคุณสมบัติบรรเทาฝุ่นที่จะเข้าสู่ร่างกายได้ในระดับหนึ่ง เราอาจจะต้องสร้างพื้นที่สีเขียวให้มากขึ้น ทั้งในแนวตั้งและแนวดิ่ง อาจจะสร้างในรูปแบบของกรีนรูฟ ใครที่อยู่คอนโด อาจจะต้องใช้พืชกระถางที่เป็นไม้พุ่ม โดยเฉพาะพืชที่มีผิวใบที่มีขน ที่มีความสามารถในการดักจับฝุ่นละออง

ทางด้าน ผศ.ดร.ธรรมรัตน์ พุทธไทย ซึ่งทำวิจัยร่วมการใช้พืชพรรณเพื่อการดักจับฝุ่นละอองในอากาศ กล่าวว่า ต้นไม้เป็นสิ่งกำบัง ดักจับผลพิษทางอากาศที่ดี ในต่างประเทศเราพบว่ามีการศึกษาทั้งในจีน และยุโรปหลายประเทศ

จากการศึกษาพบว่ามีพืชแต่ละชนิดสามารถดักจับฝุ่นได้อย่างน้อย 10-90% ขึ้นกับชนิดของพืช ไทยเรามีพันธุ์พืชมากกว่า 1 หมื่นชนิด แต่เราหยิบมาใช้น้อยมาก ผมอยากให้คนไทยสร้างพื้นที่สีเขียว ไม่ว่าจะเป็นไม้กระถาง ไม้เลื้อย สวนแนวตั้ง ซึ่งนอกจากตะขบฝรั่ง ที่ช่วยได้จริง เพราะใบมีความเหนียว เนื่องจากขนต่อม ที่มีลักษณะเหนียวช่วยดักจับฝุ่นละอองได้ดีกว่าพืชชนิดอื่นๆ”

“สำหรับพืชของไทยมีหลายพันธุ์ เช่น อินทนิล เล็บมือนาง พวงชมพู อัญชัน ฯลฯ นอกจากกันฝุ่น ยังเพิ่มออกซิเจนในอากาศ ทำให้ภูมิทัศน์ในบ้านเรือนเราสวยงาม ส่วนไม้ยืนต้น มี โมกมัน ชงโค ฯลฯ ซึ่งเป็นไม้ที่เราคุ้นเคย เวลาเราเพิ่มพื้นที่ก่อสร้าง เราเอาพื้นที่สีเขียวกลับไปคืนได้มั้ย อย่าง ประเทศสิงค์โปร์ ซึ่งถือเป็นพื้นที่ตัวอย่างได้ดีที่สุด”

จากการศึกษาพบว่ามีพืชแต่ละชนิดสามารถบรรเทาฝุ่นเข้าในร่างกายเรา อย่าง ใบจับได้ 10 ไมครอนเลยทีเดียว จึงจำเป็นต้องหาพื้นที่สีเขียวเพิ่ม อย่างคอนโดมิเนียมก็ปลูกได้ หาพืชกระถางที่เป็นไม้พุ่มโดยเฉพาะที่มีผิวใบมีขน

ผศ.ดร.ธรรมรัตน์ กล่าวว่า ต้นไม้เป็นสิ่งกำบังชั้นดีในการดักจับฝุ่นละอองในอากาศได้ดี ในต่างประเทศมีงานวิจัยเยอะมาก อย่าง จีน หรือสหรัฐอเมริกา ในยุโรปหลายๆ ประเทศ ก็ทำควบคู่ไปกับเทคโนโลยี

จากการศึกษาพบว่ามีพืชแต่ละชนิดสามารถดักจับฝุ่นได้อย่างน้อย 10-90% ขึ้นกับชนิดของพืช ไทยเรามีพันธุ์พืชมากกว่า 10,000 ชนิด แต่เราหยิบมาใช้น้อยมาก ผมอยากให้คนไทยสร้างพื้นที่สีเขียว ไม่ว่าจะเป็นไม้กระถาง ไม้เลื้อย สวนแนวตั้ง ซึ่งนอกจากตะขบฝรั่ง ที่ช่วยได้จริง เพราะใบมีความเหนียว เนื่องจากขนต่อมที่มีลักษณะเหนียวช่วยดักจับฝุ่นละอองได้ดีกว่าพืชชนิดอื่นๆ สำหรับพืชไทยก็มีหลายพันธุ์ เช่น อินทนิล เล็บมือนาง พวงชมพู อัญชัน ฯลฯ นอกจากกันฝุ่น ยังเพิ่มปริมาณออกซิเจนในอากาศ ทำให้ภูมิทัศน์ในบ้านเรือนเราสวยงาม ส่วนไม้ยืนต้น มี โมกมัน ชงโค ฯลฯ ซึ่งเป็นไม้ที่เราคุ้นเคย

“เวลาเราเพิ่มพื้นที่ก่อสร้าง เราเอาพื้นที่สีเขียวกลับไปคืนได้มั้ย อย่าง ประเทศสิงค์โปร์ ซึ่งถือเป็นพื้นที่ตัวอย่างได้ดีที่สุด” 

บทความก่อนหน้านี้‘อภิสิทธิ์’ บุกถิ่นสุเทพ ขอกวาด 6ที่นั่งสุราษฎร์ ปลุกคนใต้ไปโหวตเพื่อหลุดพ้นวังวนแบบเก่า
บทความถัดไปปชช.หลั่งไหลกราบรูปหล่อ ‘หลวงพ่อคูณ’ ลูกศิษย์ฮือฮา หัวนกหัสดีลิงค์เบี่ยงหัว 45 องศา