พีเอ็ม 2.5 คลี่คลายลงบ้าง ตามสภาพลม ที่พัดเข้าพัดออก
เวลา 07.30 น.วันที่ 19 มกราคม กรมควบคุมมลพิษ(คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) รายงานสถานการณ์ฝุ่นละออง พีเอ็ม 2.5 ว่า จากสภาพอุตุนิยมวิทยาที่อากาศในช่วงเช้า อากาศลอยตัวได้ดี ความเร็วลม 10 – 30 กม./ชม. มีเมฆมากบางพื้นที่ ไม่มีฝน ส่งผลทำให้สถานการณ์ พีเอ็ม 2.5 พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในวันนี้ 19 มกราคม 2562 คุณภาพอากาศในภาพรวมอยู่ในระดับ ‘ดี’ ปริมาณฝุ่นละอองมีแนวโน้มลดลง โดยพื้นที่ริมถนน คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง มีค่าเกินมาตรฐาน หรือ 50 ไมโครกรัม(มคก./ลบ.ม.) 2 พื้นที่ คือ ริมทางคู่ขนานพระราม 2 อ.เมือง สมุทรสาคร และ ริมถนนรัชดา-ท่าพระ เขตธนบุรี สาเหตุมาจากการจราจร พื้นที่ทั่วไป (ห่างจากริมถนนสายหลัก) คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับดี มีค่าเกินมาตรฐาน 1 พื้นที่ คาดการณ์ว่าคุณภาพอากาศในวันพรุ่งนี้จะอยู่ในระดับ “ปานกลาง” ถึง “เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ” ในบางพื้นที่ และจากแบบจำลองการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา พื้นที่ กทม. ในวันที่ 20 มกราคม อุณหภูมิจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ทำให้เกิด สภาวะอากาศปิด ทำให้ฝุ่นละอองอาจเพิ่มขึ้นได้
ต่อมาเวลา 12.30 น. พบว่า พื้นที่ริมถนน มีปริมาณฝุ่น พีเอ็ม 2.5 เกินมาตรฐานเพิ่มขึ้นเป็น 6 พื้นที่ คือ ริมทางคู่ขนานพระราม 2 อ.เมือง สมุทรสาคร และ ริมถนนรัชดา-ท่าพระ เขตธนบุรี เขตปทุมวัน ริมถนนลาดพร้าวซอย 95 เขต วังทองหลาง ริมถนนพระราม 3-เจริญกรุง เขตบางคอแหลม และ ริมถนนเจริญนคร เขตคลองสาน ส่วนพื้นที่ทั่วไปยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่
ทางด้านแบบจำลองสภาพอากาศ(วาฟ-รอม) ของสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(สสนก.) ระบุว่า ช่วงประมาณ ตีสามของวันที่ 19 มกราคมนั้น ความกดอากาศสูงที่แผ่เข้ามาทางตอนเหนือของประเทศไทยเริ่มอ่อนกำลังลง ทำให้ช่วงเช้า แม้จะไม่ใช่วันทำงานที่ทำให้ประชาชนต้องใช้รถ แต่ปริมาณฝุ่นขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน ก็สูงขึ้นมาหลายจุดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และหลังเวลา 10.00 น. มีลมแรงขึ้นที่ความเร็วประมาณ 9-19 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง ทำให้ช่วงกลางวันปริมาณฝุ่นลดลงไปบ้าง
“อย่างไรก็ตามช่วงเช้าของวันที่ 20-21 มกราคม ความกดอากาศสูงยังคงอ่อนแรง ปริมาณฝุ่นสะสมในบรรยากาศอาจจะเพิ่มขึ้นและเห็นผลชัดใชนช่วงเช้าวันที่ 21 มกราคมซึ่งเป็นช่วงวันทำงาน มีการใช้รถ ใช้ถนนกันมากตามปกติ แต่วนช่วงกลางวันของวันที่ 21 มกราคมความกดอากาศสูงก็เริ่มส่งกระแสลมเข้ามามากขึ้น คาดว่า ความแรงของลมจะอยู่ที่ 20 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง เป็นต้นไป ซึ่ง จะทำให้ฝุ่นละอองที่สะสมในช่วงเช้าคลี่คลายได้”วาฟ ระบุ

