“บิ๊กอู๋” ทบทวน C188 ยันได้ข้อสรุปให้ชาวประมงก่อนยื่นสัตยาบัน 30ม.ค.นี้

เมื่อวันที่ 24 มกราคม พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานประชุมทบทวนและปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ไอแอลโอ) ฉบับที่ 188 ว่าด้วยการทำงานภาคประมง พ.ศ.2550 (ค.ศ.2007) โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมประมง กรมเจ้าท่า กรมการแพทย์ ศูนย์บัญชาการแก้ไขการทำประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) ตัวแทนชาวประมง 22 จังหวัดชายทะเล เข้าร่วม

พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า ที่ประชุมยึดแนวทางปรับปรุงหลักเกณฑ์การดำเนินการให้สอดคล้องกับอนุสัญญา C188 ตามที่ประชุมเมื่อวันที่ 8 มกราคม โดยมีข้อสรุปร่วมกัน 11 ข้อ ได้แก่ 1.อัตราการส่งเงินสมทบเข้ากองทุนเงินทดแทน และการเรียกเงินคืนจากกองทุนฯ กรณีลูกจ้างอยู่ไม่ครบปี 2.การเปิดโอกาสให้สามารถซื้อประกันสุขภาพของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ควบคู่กับประกันของภาคเอกชน ทดแทนการเข้าอยู่ในระบบของประกันสังคม 3.นิยาม “เรือประมงที่ทำการประมงเพื่อการค้า” ยังไม่ชัดเจน ซึ่งเรือประมงพื้นบ้านจะต้องถูกบังคับใช้ตามกฎหมายด้วยหรือไม่ 4.การจัดที่พักอาศัยบนเรือประมงมีผลบังคับใช้กับเรือขนาดและประเภทใดบ้าง 5.ความเหมาะสมเกี่ยวกับปริมาณ/คุณภาพของอาหารและเครื่องดื่ม 6.การนำเข้าแรงงานตามเอ็มโอยูใช้เวลานาน และเป็นภาระค่าใช้จ่ายของนายจ้างฝ่ายเดียว ทำให้แรงงานต่างด้าวไม่มีความรับผิดชอบ มักหลบหนีไปทำงานกับนายจ้างรายใหม่ 7.การตรวจสุขภาพ ไม่เห็นด้วยหาก สธ. จะเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มในการตรวจสายตาและการได้ยิน พร้อมขอให้จัดทำคู่มือ/แนวปฏิบัติในการส่งต่อผู้ป่วย 8.การนับชั่วโมงพักไม่สอดคล้องกับสภาพการทำงานบนเรือประมง โดยศูนย์แจ้งการเข้าออกเรือ (PIPO) บางแห่งมีการตรวจนับชั่วโมงพักยาวติดต่อกัน 10 ชั่วโมง 9.ขอให้แก้ไขความซ้ำซ้อนของกฎหมายเกี่ยวกับบัญชีรายชื่อลูกเรือ 10.การกำหนดอัตรากำลังตามขนาดของเรือไม่ชัดเจน และปัญหาจำนวนลูกเรือไม่ครบตามที่แจ้งเรือออก (Port Out) ทำให้ไม่สามารถออกทำการประมงได้ 11.เงื่อนไขการส่งตัวแรงงานกลับประเทศต้นทาง นายจ้างไม่ควรต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ค่าใช้จ่ายโดยเฉพาะกรณีที่ลูกจ้างเป็นฝ่ายผิด

“นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้พิจารณาข้อเรียกร้องของชาวประมงที่ต้องหารือเพิ่มเติมอีก 3 ประเด็น คือ 1.แนวทางและประเภทเรือที่ต้องขอใบรับรองการตรวจสภาพเรือ 2.การเปิดโอกาสให้บุคคลอายุ 16 ปีขึ้นไป ฝึกงานในเรือประมงได้ 3. ปัญหาการจ่ายค่าจ้างผ่านบัญชีธนาคาร/ตู้เอทีเอ็มสร้างภาระให้กับนายจ้าง/ลูกจ้าง เสนอให้แก้ไขกฎหมายให้สามารถจ่ายเป็นเงินสดและจ่ายค่าจ้างล่วงหน้าได้ และข้อเรียกร้องอื่นๆ ที่ได้ข้อสรุปร่วมกัน 4 ข้อ ได้แก่ 1.เสนอให้มีการควบคุมมาตรฐานการปฏิบัติหน้าที่ ณ ศูนย์ PIPO 2.เสนอให้แก้ไขปัญหาเกี่ยวกับระบบติดตามเรือประมง (VMS) 3.เสนอให้รัฐบาลออกมาตรการช่วยเหลือด้านเงินทุนสำหรับทำการประมง 4.ปัญหาการแจ้งเรือเข้าออก ณ ศูนย์ PIPO ในพื้นที่เกาะยาว จ.พังงา ซึ่งมีเกาะแก่งและกระแสน้ำที่เป็นอุปสรรค ไม่สามารถเดินเรือได้ตามกำหนดเวลา” พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวและว่า ทุกประเด็นจะมีการหารือให้ได้ข้อยุติก่อนเดินทางไปยื่นสัตยาบันในวันที่ 30 มกราคมนี้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon