ไทยทำสำเร็จลดก๊าซเรือนกระจกเกินเป้า ทส.เปิดโรดแมปเดินหน้าเคลื่อนต่อเนื่อง

ไทยทำสำเร็จลดก๊าซเรือนกระจกเกินเป้า ทส.เปิดโรดแมปเดินหน้าเคลื่อนต่อเนื่อง

วันที่ 28 มกราคม พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) เปิดเผยว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างชัดเจน เช่น กรณีการเกิดพายุปาบึกในภาคใต้ที่พึ่งผ่านไป หรือแม้แต่ภัยพิบัติอย่างน้ำท่วมและภัยแล้งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่เราต้องให้ความสำคัญและตื่นตัวในการวางแนวทางป้องกันและแก้ไข โดยเฉพาะการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เป็นสาเหตุสำคัญของปัญหา โดยที่ผ่านมาเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2559 ประเทศไทยได้ให้สัตยาบันเข้าร่วมความตกลงปารีส ซึ่งเป็นกลไกภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งปัจจุบันมีรัฐภาคีเข้าร่วมจำนวน 184 ประเทศ และได้จัดทำเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (Nationally Determined Contribution: NDC) โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศให้คำมั่นต่อนานาชาติว่าประเทศไทยจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในเฟสแรกให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 7 ภายในปี พ.ศ.2563 และร้อยละ 20-25 ภายในปี 2573

พล.อ.สุรศักดิ์ กล่าวว่า ทั้งนี้หลังจากที่นายกรัฐมนตรีได้ประกาศเป้าหมายดังกล่าว ประเทศไทยก็ได้มีการดำเนินงานภายใต้มาตรการต่าง ๆ โดยเฉพาะในภาคพลังงานและการขนส่งซึ่งเป็นภาคที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุดของประเทศ เช่น การประหยัดไฟ การใช้อุปกรณ์ติดฉลากเบอร์ 5 และการใช้พลังงานทดแทน ทำให้ปัจจุบันประเทศไทยสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 45.68 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ หรือเท่ากับร้อยละ 12 ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่ประกาศไว้ ทำให้นานาชาติแสดงความชื่นชมอย่างมาก โดยหลังจากนี้จะเร่งเดินหน้ามาตรการอื่น ๆ เช่น การลงทุนก่อสร้างระบบขนส่งทางรางเพิ่มอีก 2,000 ก.ม. มีทั้งระบบรถไฟทางคู่ 32 เส้นทาง ระบบรถไฟฟ้า ระบบรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยลดการปล่อยมลพิษในอนาคต

“นอกจากนี้ เรายังมีแผนงานสำคัญ นั่นคือ การเพิ่มพื้นที่สีเขียวหรือป่าไม้ให้ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 55 ของพื้นที่ประเทศภายในปี 2580 จากที่ปัจจุบันมีพื้นที่ป่าร้อยละ 32 ของพื้นที่ประเทศ หรือประมาณ 102.4 ล้านไร่ โดยจะดำเนินการปกป้องป่าจำนวนนี้เอาไว้ไม่ให้ถูกตัดอีกแม้แต่ต้นเดียว และใช้มาตรการต่าง ๆ เข้ามาเสริมในการเพิ่มพื้นที่ป่า เช่น การผลักดันการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับป่าไม้ 5 ฉบับ เพื่อสนับสนุนการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับป่า และสนับสนุนการปลูกป่าชุมชน เป็นต้น ดังนั้นจึงมั่นใจว่าประเทศไทยจะสามารถบรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในเฟสที่ 2 คือ ร้อยละ 20-25 ภายในปี 2573 โดยคาดว่าจะทำได้ถึงร้อยละ 28 หรือเกินกว่าเป้าหมายอย่างแน่นอน” รัฐมนตรีทส.กล่าว

นางรวีวรรณ ภูริเดช เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(สผ.) เปิดเผยว่า นอกจากภาคการพลังงานและการขนส่งแล้ว ยังมีภาคการเกษตร อุตสาหกรรม และของเสียซึ่งครอบคลุมทั้งของเสียชุมชนและของเสียโรงงานที่เป็นตัวการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปริมาณสูง คณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ จึงมีมติเห็นชอบแผนที่นำทาง แผนปฏิบัติการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ปี 2564-2573 ในสาขาต่าง ๆ โดยคาดว่าเมื่อถึงปี 2573 ประเทศไทยจะสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 156.86 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซต์ หรือร้อยละ 28.2 โดยแผนงานสำคัญสาขาต่าง ๆคือ สาขาพลังงาน สาขาคมนาคมขนส่ง สาขาการจัดการของเสีย และสาขากระบวนการทางอุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์ รวมถึงน้ำเสียงอุตสาหกรรม เช่น การทดแทนหรือปรับเปลี่ยนสารทำความเย็น

บทความก่อนหน้านี้ปชป.เปิดตัวผู้สมัครปทุมธานี “มาร์ค”เชื่อได้ที่นั่งครบ 6 เขต ชงผู้ว่าฯควรมาจากเลือกตั้ง
บทความถัดไป‘รปช.’ ยื่นเอกสารจัดตั้งสาขา-ตัวแทนพรรคเพิ่ม มั่นใจ กกต.รับรองครบก่อน ‪4 ก.พ.‬