คนท้องระวัง! เตือนอายุครรภ์ห้ามนวด! สธ.เผยเคสนวดเชียงใหม่ลูกดับในท้อง แม่โคม่า!!

กรมแพทย์แผนไทยฯ เตือนคนท้อง อายุครรภ์ถึง 3 เดือน และอายุครรภ์ 6 เดือนขึ้นไปใกล้คลอดอย่านวด!! เสี่ยงอันตราย มีข้อห้ามเพียบ! เผยเคสเชียงใหม่ ยังไม่ทราบรายละเอียดมาก รู้เพียงนวดเท้า แต่หากมีนวดเค้นน่อง อาจเกิดปัญหาลิ่มเลือดอุดตัน รอประสานข้อมูล สสจ. ส่วนเรื่องร้านนวดต้องสบส.ดูแล

ข่าวเกี่ยวข้อง

หมอสูติฯแนะ หญิงท้องนวดได้ แต่มีข้อควรระวัง!

สธ.เร่งตรวจสอบหลังพ่อหญิงท้องร้อง ลูกสาวเข้าร้านนวดจนอาการโคม่า-ลูกในท้องดับ

เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ นพ.ขวัญชัย  วิศิษฐานนท์ รองโฆษกกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวถึงกรณีหญิงตั้งครรภ์เข้าร้านนวด แล้วเกิดอาการโคม่าจนลูกในครรภ์เสียชีวิต ว่า  ที่เป็นข่าวที่จ.เชียงใหม่ ทราบว่าเป็นการนวดฝ่าเท้า ซึ่งก็ยังไม่ชัดเจนว่า การนวดฝ่าเท้า มีลักษณะอย่างไร เพราะหากกดจุดฝ่าเท้าจะไม่ค่อยมีปัญหา แต่หลายแห่งก็จะไปนวดเค้นบริเวณน่อง ซึ่งเราก็ค่อนข้างกังวล เพราะเราไม่รู้ทำอะไรบ้าง อย่าลืมว่า หญิงตั้งครรภ์ มดลูกจะใหญ่ขึ้น ก็จะไปกดเส้นเลือดที่อยู่ในท้อง ก็เป็นส่วนที่ต่อมายังบริเวณน่อง บริเวณขา ก็จะมีเลือดไปตกค้างอยู่ ไหลเวียนไม่สะดวก อาจมีลิ่มเลือดเกิดขึ้นในเส้นเลือดได้ หากไปนวดเค้นก็อาจเกิดปัญหา ลิ่มเลือดอาจหลุดออกมาวิ่งไปที่ปอดที่สมองได้ แต่ตามข่าวนี้ ข้อมูลยังไม่เพียงพอ ทำให้ไม่ทราบรายละเอียดมากนัก ซึ่งขณะนี้เรากำลังประสานสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด(สสจ.) เกี่ยวกับข้อมูลเพิ่มเติมเช่นกัน แต่ขอย้ำว่าการนวดกดจุดฝ่าเท้าไม่ได้ส่งผลขนาดนั้น หากกดจุดที่ฝ่าเท้าอย่างเดียว

“ ดังนั้น เราต้องไปดูก่อนว่า ร้านนวดที่ไปรับบริการเป็นร้านนวดที่ขออนุญาตเป็นสถานประกอบการเพื่อสุขภาพที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ และเกี่ยวกับบุคลากร หรือหมอนวด เป็นผู้ที่ผ่านการอบรมตามมาตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ เพราะปกติสถานประกอบการที่เป็นร้านนวด หมอนวดต้องผ่านการอบรมหลักสูตรอย่างน้อย 150   ชั่วโมง ซึ่งก็ต้องไปสืบหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติม ดังนั้น ในรายละเอียดเกี่ยวกับร้านนวดอาจต้องรบกวนสอบถามทางกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ(สบส.) เพราะดูแลโดยตรง” นพ.ขวัญชัย กล่าว

นพ.ขวัญชัย กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม การนวดไทย เป็นองค์ความรู้จากบรรพบุรุษของเรา ใช้องค์ความรู้มาเป็นพันๆปี ปรากฏในเอกสารกฎหมายตราสามดวง มีตั้งแต่สมัยอยุธยา มีกรมนวดฝ่ายซ้าย ฝ่ายขวา เสนาบดีดูแลกรมนวดมีศักดินาสูง เห็นได้ว่า ในสมัยโบราณก็มีการใช้การนวดไทยในการดูแลสุขภาพของคนไทยมาแต่โบราณแล้ว ซึ่งการนวดไทยจะเป็นการบำบัดรักษาโดยพื้นฐานของเส้นประธานสิบ เป็นเส้นทางเดินของพลังงาน หรือเส้นทางเดินของเลือดและลม เป็นการแก้ไขปัญหาการอุดตัน การเดินไม่สะดวกของลม ดังนั้น ผู้ที่จะเป็นหมอนวดจะทำการบำบัดรักษาได้ ต้องมาเรียนรู้ บนพื้นฐานเส้นประธานสิบ ซึ่งเรามีหลักสูตรเบื้องต้นคือ 150 ชั่วโมง ซึ่งร้านนวดทั้งหลายต้องผ่านหลักสูตรนี้เป็นอย่างน้อย ก็จะเป็นการนวดเพื่อผ่อนคลาย ถัดขึ้นไปจะเป็นการนวดเพื่อบำบัดอาการ 20 กลุ่มอาการ 330 ชั่วโมงขึ้นไป และถัดขึ้นไปเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ เป็นแพทย์แผนไทยต้องอบรมอย่างน้อย 800 ชั่วโมง และยังมีหลักสูตรต่อยอดขึ้นไปอีก 1.300 ชั่วโมง เรียกว่าเป็นปริญญาเอก ดังนั้นการนวดจึงเป็นเรื่องที่ต้องอบรม ต้องผ่านการรับรอง ซึ่งมีทั้งประโยชน์ และมีความเสี่ยง หากทำโดยคนไม่มีความรู้ก็จะเสี่ยงอันตรายได้

นพ.ขวัญชัย กล่าวว่า ข้อแนะนำสำหรับพี่น้องประชาชนในการตัดสินใจเลือกการนวดนั้น จะมีคำถามว่า ผู้ที่เป็นหญิงตั้งครรภ์จะนวดได้หรือไม่ นวดได้ เพียงแต่ต้องเลือก เพราะเมื่อท้อง ร่างกายเราเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง และหญิงตั้งครรภ์เป็นกลุ่มเสี่ยง ที่กระทบกระเทือนต่อสุขภาพได้ จึงต้องเลือกอย่างเหมาะสม ดังนั้น หากอายุครรภ์ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์จนถึง 3 เดือน ไม่ควรนวด เพราะการนวดจะกระตุ้นให้แท้งลูกได้ เพราะจะกระตุ้นให้มดลูกรัดตัว เสี่ยงแท้งลูกได้ ดังนั้น ช่วง 3 เดือนแรกต้องยกเว้นอย่านวด แต่หากเกิดอาการเจ็บป่วยและจำเป็นต้องนวดจริงๆ ต้องไปนวดกับหมอแผนไทย อย่านวดตามร้านทั่วไป

“ส่วนอายุครรภ์ 6 เดือนขึ้นไป มดลูกจะไปกดเส้นเลือดดำ เส้นเลือดแดงไปกดในท้อง ในลำไส้ ก็ไม่ควรไปนวดร้านนวดทั่วไปเช่นกัน หากจำเป็นก็ต้องเป็นหมอแผนไทยมีการร่ำเรียนมา 800 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย จึงอยากฝากเตือนหญิงตั้งครรภ์  ปัจจุบันมีร้านนวดเพื่อการผ่อนคลาย จะดูแลโดยกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ จะมีกฎหมายเฉพาะ ต้องมาขออนุญาตขึ้นทะเบียน ดังนั้น หากเราเข้าร้านนวดทั่วไป ต้องดูก่อนว่ามีการติดใบอนุญาตหรือไม่ และจะมีรูปถ่าย และใบประกาศนียบัตรของหมอนวดว่า ผ่านการอบรม 150 ชั่วโมงถูกต้องหรือไม่ ส่วนอีกระดับหนึ่ง ที่เป็นคลินิกการแพทย์แผนไทย ต้องมีใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมสาขาการนวดไทย ที่หมอแผนไทยต้องแสดงไว้ และใบอนุญาตการเปิด หากไม่มีทั้งหมด ถือว่าเถื่อน ผิดกฎหมาย ต้องไม่ใช่บริการ เพราะมีความเสี่ยง  สรุปคือ สำหรับหญิงตั้งครรภ์ช่วงก่อน 3 เดือน และ 6 เดือนขึ้นไปไม่ควรนวด แต่ระหว่างนั้น คือ ช่วง 3 เดือนถึง 6 เดือนอาจนวดได้ แต่ก็ย้ำว่าต้องไปนวดกับแพทย์แผนไทยที่ผ่านการอบรมเท่านั้น” นพ.ขวัญชัย กล่าว

รองโฆษกกรมการแพทย์แผนไทยฯ กล่าวอีกว่า   สำหรับการนวดกล่อมท้อง ก็มีการทำในสมัยโบราณ เพื่อให้เด็กในครรภ์อยู่ในท่าที่เหมาะที่จะคลอด ซึ่งผู้ทำต้องเป็นหมอพื้นบ้าน ที่ต้องได้รับการขึ้นทะเบียนจากกรมการแพทย์แผนไทยฯเท่านั้น จึงจะทำได้  แต่ประเด็นการนวดกล่อมท้องคนละประเด็นกับเคสที่เกิดขึ้นที่จ.เชียงใหม่ เพราะเคสเชียงใหม่เขาไปนวดฝ่าเท้า ที่สำคัญการนวดกล่อมท้องก็ไม่ค่อยมีกันมาก เพราะคนทำต้องเชี่ยวชาญกันจริงๆ และมีใบประกอบวิชาชีพ

นางชนิกานต์ เหลือหลาย หญิงอายุครรภ์ 9 เดือน กล่าวว่า วันนี้เดินทางมากรมแพทย์แผนไทยฯ เพื่อเลือกซื้อชุดอยู่ไฟหลังคลอด โดยส่วนตัวแล้ว ไม่คิดรับบริการนวดขณะตั้งครรภ์ เพราะว่า ตั้งแต่ฝากครรภ์ แพทย์ได้ย้ำว่า ห้ามรับบริการนวดเด็ดขาด และแนะนำว่า ในคนท้องที่อาจเกิดอาจเมื่อยขบ สามารถ แก้เมื่อยได้ด้วยตัวเอง คือการแขนกางออกฝ่ามือเหยียดตึงกับฝาผนัง ออกแรงดันเบาๆ แล้วไต่เพื่มระดับความสูงขึ้นเรื่อยๆ แก้ปวดหลัง ส่วนอาการปวดเท้า เท้าบวมในคนท้องก็ใช้วิธีแช่น้ำร้อนเอา  ไม่ใช้การนวดกดจุด

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon