“ปิยะสกล” เผยปีนี้เตรียมการรองรับภารกิจ ‘พระองค์โสมฯ’ ทรงตอบรับคำทูลเชิญทูตสันถวไมตรี

เมื่อวันที่  10 กุมภาพันธ์ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวภายหลังตรวจติดตามผลการดำเนินงานของกรมควบคุมโรค ที่สถาบันราชประชาสมาสัย อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ว่า ผลงานกรมควบคุมโรค(คร.) ที่ผ่านมา ประสบความสำเร็จเป็นที่ชื่นชมของนานาชาติ   เช่น การกำจัดโรคเท้าช้าง การกำจัดการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูกของประเทศไทยเหลือเพียงร้อยละ 1.7 ได้รับการรับรองการยุติการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีและซิฟิลิสจากแม่สู่ลูกครั้งที่ 2 จากองค์การอนามัยโลก รวมทั้งเป็นตัวอย่างการสร้างนวัตกรรมสำคัญเช่น ระบบการปรึกษาทางไกลในการตรวจเชื้อผ่านกล้องจุลทรรศน์ และการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพระบบการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรค

“ปีนี้ได้เตรียมการเพื่อรองรับพระภารกิจพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ที่ทรงตอบรับคำทูลเชิญตำแหน่งทูตสันถวไมตรีระดับภูมิภาคของโครงการเอดส์แห่งสหประชาชาติ หรือ UNAIDS ประจำภาคพื้นเอเชียแปซิฟิค  ซึ่งจะมีคุโณปการสำคัญต่อแผนงานเร่งรัดการยุติปัญหาเอดส์ในไทย  รวมทั้งเตรียมแผนงานเร่งรัดการยุติปัญหาเอดส์ในเรือนจำไว้รองรับพระภารกิจทูตสันทวไมตรีของพระองค์ และได้รับพระกรุณาธิคุณจากพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงเป็นองค์ที่ปรึกษา  โดยเป็นความร่วมมือของกรมราชทัณฑ์ กรมควบคุมโรค และองค์กรภาคีเครือข่าย มีเป้าหมายเพื่อคืนคนดีและคนสุขภาพดีสู่สังคม และลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการสาธารณสุข ตั้งเป้าในปี 2564 ต้องขังรู้สถานะร้อยละ 95 รับการรักษาร้อยละ 95 และกดไวรัสสำเร็จร้อยละ 95” นพ.ปิยะสกล กล่าว

นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดี คร. กล่าวว่า ความสำเร็จการดำเนินงานสำคัญ ได้แก่ โครงการจิตอาสาพระราชทานฯ กับการลดโรคไข้เลือดออก ทำให้ผู้ป่วยลดลงประมาณ 5 หมื่นราย ลดเสียชีวิต 50 รายจากที่คาดการณ์ไว้ ลดการสูญเสียทางเศรษฐกิจถึง 250 ล้านบาท  ความร่วมมือในการควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า โครงการพระปณิธานฯ บูรณาการทุกภาคส่วน ทั้งการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรค และสื่อสารความเสี่ยง ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย

โดยปีนี้ คร. ได้ปฏิรูปสถาบันราชประชาสมาสัย เพิ่มบทบาทด้านการเฝ้าระวัง ป้องกันโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม เนื่องจากผู้ป่วยโรคเรื้อนลดลงจนไม่เป็นปัญหาด้านสาธารณสุข  โดยจะพัฒนาระบบบริการสุขภาพและเครือข่ายการส่งต่อ เทคโนโลยีด้านการเฝ้าระวังป้องกันโรค องค์ความรู้และเสริมสร้างศักยภาพคน และระบบการฟื้นฟูสภาพด้านโรคจากการประกอบอาชีพ เพื่อให้เป็นสถาบันที่เป็นเลิศด้านโรคเรื้อนระดับนานาชาติและโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อมระดับชาติภายในปี 2563

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘บุญถึง’ คว้าแชมป์คนไทย 3 สมัยติด ศึกบุรีรัมย์ มาราธอน 2019(คลิป)
บทความถัดไปพบเพิ่มอีก “โคลนผุด”โคราช ชาวบ้านหวั่นอันตราย เร่งติดป้ายห้ามเข้าใกล้