บิ๊กเต่า ชี้ ป่าถูกรุกก่อน 30 มิ.ย.41- 3.66 ล้านไร่ ก่อนคำสั่ง คสช.1.2 ล้านไร่ หลัง คสช.เข้ามามี ถูกรุกแค่ 5.69 หมื่นไร่

บิ๊กเต่า แจงป่าถูกรุกก่อน 30 มิ.ย.41- 3.66 ล้านไร่ ก่อนคำสั่ง คสช.1.2 ล้านไร่ หลัง คสช.เข้ามามี ถูกรุกแค่ 5.69 หมื่นไร่

เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) เป็นประธานการประชุมเพื่อมอบหมายการปฏิบัติงานและลงนามบันทึกข้อตกลงการมอบหมายให้ปฏิบัติงานในการจัดการพื้นที่ป่าอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าต้นน้ำเสื่อมสภาพ โดยมีนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานฯ นายจงคล้าย วรพงศธร รองอธิบดีกรมอุทยานฯ นายประกิต วงศ์ศรีวัฒนกุล ผอ.สำนักอนุรักษ์และจัดการต้นน้ำ ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์และหัวหน้าหน่วยงานภาคสนามที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม

พล.อ.สุรศักดิ์ กล่าวว่า สถานการณ์ความขัดแย้งต่อการใช้ทรัพยากรที่ดินและป่าไม้ ซึ่งเกิดขึ้นจากรูปแบบการถือครองพื้นที่ในผืนป่าอนุรักษ์ นับตั้งแต่อดีตที่ผ่านมา ส่งผลให้พื้นทีป่าของประเทศไทยมีอัตราลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตนได้มอบนโยบายการจัดการป่าไม้ไทยอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างความตระหนักในการอนุรักษ์ และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น โดยได้วางกรอบมาตรการแก้ไขปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน แก่ชุมชนที่อยู่ในเขตป่า อนุรักษ์ทั้งก่อนและหลังมติ ครม. 30 มิถุนายน 2541 และมอบหมายให้กรมอุทยานฯ เดินหน้าสำรวจภายใต้แผนปฏิบัติงานการจัดการพื้นที่ป่าอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าต้นน้ำเสื่อมสภาพ โดยสำรวจขอบเขตป่าพื้นที่อนุรักษ์ที่ยังมีสภาพเป็นป่าสมบูรณ์ และขอบเขตพื้นที่ป่าที่ถูกบุกรุก ให้ชุมชนหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน เข้ามามีส่วนร่วมจัดทำฐานข้อมูลเพื่อใช้บริหารจัดการพื้นที่ป่าอนุรักษ์ และป้องกันปัญหาบุกรุกพื้นทีเพิ่มเติม ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญในการปฏิบัติการทวงคืนผืนพื้นที่ป่า และฟื้นฟูสภาพป่าเสื่อมโทรมต่อไป


รัฐมนตรีทส.กล่าวอีกว่า สำหรับแนวทางการดำเนินการพื้นที่ที่ถูกบุกรุก หากมีการใช้พื้นที่อยู่ก่อนวันที่ 30 มิถุนายน 2541ให้มีการพิสูจน์สิทธิ์ตามมติครม.ดังกล่าว หากพบบุกรุกหลัง 17 มิถุนายน 2557 จะดำเนินการยึดคืนและดำเนินคดี พร้อมจัดทำโครงการฟื้นฟูพื้นที่ป่าอนุรักษ์ต่อไป ซึ่งหากตรวจพบการบุกรุกระหว่าง 30 มิถุนายน 2541 -17 มิถุนายน 2557 ให้ทำการตรวจสอบคุณสมบัติว่าผู้บุกรุกเป็นใคร หากเป็นผู้ยากไร้ มีรายได้น้อย จะสำรวจข้อมูลด้านเศรษฐกิจ พร้อมจัดเวทีชี้แจงทำแผนพัฒนาชุมชนต้นน้ำ และการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ตามหลักการจัดการลุ่มน้ำที่สอดคล้องกับภูมิสังคม และฟื้นฟูพื้นที่ปลูกพืชเชิงเดี่ยวให้เป็นการจัดการอย่างยั่งยืน แต่หากบุกรุกโดยนายทุนจะยึดคืน ดำเนินคดี และจัดทำโครงการฟื้นฟูพื้นที่ป่าอนุรักษ์ทดแทน โดยนับตั้งแต่เริ่มแผนปฏิบัติงาน การจัดการพื้นที่ป่าอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าต้นน้ำเสื่อมสภาพได้ดำเนินการในพื้นที่ไปแล้วทั้งสิ้น 293 แห่งทั่วประเทศ ประกอบด้วย อุทยานฯ 154 แห่ง เขตรักษาพันธุ์ฯ 62 แห่ง และเขตห้ามล่าฯ 77 แห่ง จากข้อมูลพื้นที่ตามประกาศ มีพื้นที่ป่าอยู่กว่า 71.3 ล้านไร่ เป็นพื้นที่ป่าสมบูรณ์กว่า 66.08 ล้านไร่ เป็นพื้นที่ใช้ประโยชน์ 5.22 ล้านไร่ ในจำนวนพื้นที่ใช้ประโยชน์ หากแบ่งพื้นที่บุกรุกตามช่วงเวลา มีพื้นที่บุกรุกก่อนมติ ครม. 30 มิถุนายน 2541 จำนวน 3.66 ล้านไร่ พื้นที่บุกรุกระหว่าง 30 มิถุนายน 2541-17 มิถุนายน 2557 จำนวนกว่า 1.2 ล้านไร่ และมีพื้นที่บุกรุกหลัง 17 มิถุนายน 2557 จำนวน 5.69 หมื่นไร่ และเป็นพื้นที่มีเอกสารสิทธิจำนวน 289,832.02 ไร่

พล.อ.สุรศักดิ์ กล่าวอีกว่า การบริหารจัดการข้อมูลอย่างเป็นระบบร่วมกับทุกภาคส่วน จนเกิดความเข้าใจร่วมกัน นำสู่การบริหารจัดการพื้นที่ต่อไป ทั้งนี้ชุมชุมสามารถอยู่ในพื้นที่ได้ตามระเบียบและกติกาที่ทำโดยกระบวนการมีส่วนร่วม สร้างความเข้าใจที่ตรงกัน ลดความขัดแย้งเรื่องการใช้ทรัพยากร ชุมชนก็สามารถอยู่กับป่าได้อย่างสันติสุข และเมื่อพื้นที่ป่าอนุรักษ์ได้รับการฟื้นฟู ไม่ถูกบุกรุกเพิ่มก็จะสามารถรักษาป่าไว้ได้ตามเป้าหมาย

บทความก่อนหน้านี้“อุตุฯ” เผยอากาศเย็นระลอกสุดท้ายมาแล้ว หลังจากนั้นจะร้อนยาว
บทความถัดไป‘หมอธี’ ปลื้มปัญหาหนี้ครูดีขึ้น เล็งหารือ ‘ก.พ.ร.’ หลังพบ สกสค. ออกข้อบังคับฯ อาจไม่เป็นไปตาม กม.