พีมูฟ บุกทส. ค้าน ร่างพ.ร.บ.อุทยาน-ร่าง พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า

พีมูฟ บุกทส. ค้านร่าง พ.ร.บ.อุทยาน-ร่าง พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) หรือ กลุ่มพีมูฟ เดินทางมายังทส. กว่า 150 คน โดยมีตัวแทนกลุ่มพีมูฟเข้าร่วมประชุมคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินที่อยู่ในความรับผิดชอบของทส. โดยใช้เวลานานกว่า 5 ชั่วโมง

นายประยงค์ ดอกลำไย ที่ปรึกษากลุ่มพีมูฟ ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมว่า ขณะนี้ประเทศไทยกำลังจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 24 มีนาคม 2562 และ ร่าง พ.ร.บ.อุทยาน แห่งชาติ พ.ศ..และร่าง พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ…ไม่ใช่กฎหมายเร่งด่วน อีกทั้งยังเป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับผู้คนจำนวนมาก และมีความสำคัญต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ จึงสมควรที่ต้องมีการพิจารณาอย่างรอบคอบโดยมีการส่วนร่วมของทุกฝ่ายอย่างไม่เร่งรีบ และเราอยากให้รัฐบาลชุดใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชนได้เข้ามาพิจารณาร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับอีกครั้งด้วย


นายประยงค์ กล่าวต่อว่า ร่างพ.ร.บ.อุทยานฯ ยังมีการกำหนดการถือครองที่ดิน โดยจัดทำเป็นโครงการชั่วคราวไม่เกิน 20 ปี และการอนุญาตเป็นรายบุคคล ทางกลุ่มพีมูฟเห็นว่าควรมีการรับรองสิทธิเป็นแปลงชุมชน ไม่ใช่รายบุคคล การรองรับเป็นโฉนดชุมชนจะเป็นการกระตุ้นให้ชาวบ้านอนุรักษ์ป่าร่วมกัน แต่หากเป็นบุคคลและภาครัฐไม่เข้ามาตรวจสอบสุดท้ายก็กลายเป็นปัญหาอย่างที่เป็นมา เพราะร่างกฎหมายได้กำหนดให้บุคคลที่อยู่ในพื้นที่โครงการไม่ต้องรับโทษตามกฎหมายขาดความชัดเจนว่า ไม่มีความผิดหรือมีความผิดแต่ไม่ต้องรับโทษ

ที่ปรึกษากลุ่มพีมูฟ กล่าวว่า นอกจากนี้ร่างกฎหมายยังไม่มีบทบัญญัติว่าด้วยสิทธิชุมชนในการใช้ประโยชน์เพื่อการยังชีพอย่างยั่งยืนในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหรือพื้นที่ผ่อนปรนเพื่อการใช้ประโยชน์และบริหารจัดการร่วม จะทำให้ทำการประมง การเก็บหาอาหารเพื่อการยังชีพ หรือการหาของป่า ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ และพื้นที่สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าที่มีพื้นที่ทางทะเล และแหล่งน้ำจืดหรือการใช้สอยในพื้นที่ป่าของคนในชุมชนเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย

ด้านนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า เบื้องต้นจะนำข้อเรียกร้องของกลุ่มพีมูฟยื่นเสนอต่อคณะอนุกรรมการฯ เพื่อพิจารณา หรือหากมีบางอย่างแก้ถ้อยคำได้ก็จะดำเนินการให้ ส่วนการนำมติครม.30 มิถุนายน 2541 มายึดหลักในการแก้ไขปัญหานั้น ก็เป็นเรื่องอดีตไป แต่ต่อไปนี้รัฐบาลเห็นควรจะนำมติครม. 26 พฤศจิกายน 2561 เรื่องพื้นที่เป้าหมายและกรอบมาตรการแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ป่าไม้มาแก้ปัญหาแทน

อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า กลุ่มชาวบ้านยังเรียกร้องให้รัฐเข้าช่วยเหลือชาวบ้านที่ถูกดำเนินคดี โดยได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบว่าการดำเนินคดีนั้นๆ มีข้อผิดพลาดประการใดหรือไม่ โดยยึดตามคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คำสั่งที่ 64/2557 และ 66/2557 ซึ่งผ่อนปรนให้แก่ผู้ยากไร้เป็นหลัก อย่างไรก็ตามชุมชนที่ได้รับการผ่อนปรนก็ยังอยู่อาศัยและทำกินได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่รัฐบาลกำหนดด้วยการร่วมกันรักษาป่า

บทความก่อนหน้านี้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชสาส์นอำนวยพร เนื่องในวันชาติสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน
บทความถัดไปหนุ่มน้อยใจแฟนสาว คบ 3 ปีรู้ทีหลังมีครอบครัวแล้ว ดื่มเบียร์ก่อนโดดคลองรังสิตประยูรศักดิ์ดับ(ชมคลิป)