สธ.เผยฝุ่น 8 จว.ภาคเหนือ พบป่วยแล้ว 4 โรคกว่า 2 หมื่นใน 1 สัปดาห์

สธ.สรุปวิกฤตฝุ่น 8 จว.ภาคเหนือ ป่วย 4 โรคกว่า 2 หมื่นใน 1 สัปดาห์ แต่ไม่ยืนยันจากพีเอ็ม 2.5

เมื่อวันที่ 18 มีนาคม นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวภายหลังการประชุมระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์เรื่องการเตรียมความพร้อมด้านสาธารณสุขกรณีฝุ่นว่า ขณะนี้ได้เตรียมพร้อมทั้งประเทศ ไม่ใช่แค่พื้นที่ภาคเหนือ หรือตะวันออกเฉียงเหนือ เพราะอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ โดยขณะนี้ได้ตั้งศูนย์ปฏิบัติภาวะฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุขกรณีฝุ่นละอองขนาดเล็กขึ้นมาในจังหวัดที่มีปัญหา เพื่อเฝ้าระวังอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะพื้นที่สีเหลือง สีส้ม สีแดงที่ต้องเฝ้าระวัง ยิ่งในกลุ่มเสี่ยง นอกจากนี้ สธ.จะพัฒนาคลินิกมลพิษขึ้นมา เพื่อดูแลผู้ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหามลพิษเป็นพิเศษ โดยมีกรมการแพทย์เป็นผู้แนะนำ ซึ่งปัจจุบันคลินิกแห่งนี้มีอยู่ในโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี และจะกระจายไปยังโรงพยาบาลทั่วไปต่างๆ เบื้องต้นจะเป็นพื้นที่ที่มีปัญหาฝุ่นก่อน คือ ภาคเหนือ ภาคอีสาน คาดว่าปีนี้จะสามารถดำเนินการได้

“ขณะนี้กรมการแพทย์จัดทำคู่มือจัดตั้งคลินิกมลพิษเพื่อให้โรงพยาบาลต่างๆ ไปเป็นแบบอย่างในการดำเนินการ ทั้งนี้ สำหรับกลุ่มเสี่ยงหรือกลุ่มที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ คือ ผู้ที่มีอาชีพอยู่กลางแจ้ง เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ และโรคระบบทางเดินหายใจ ทาง สธ.ได้มอบหมายให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) หรือทีมหมอครอบครัวจัดหน่วยออกไปเยี่ยมถึงบ้านเฉพาะกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้อย่างเดียว” นพ.สุขุมกล่าว

นพ.ขจรศักดิ์ แก้วจรัส รองอธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กล่าวว่า จากการเฝ้าระวังสุขภาพผู้ป่วยที่เข้ามารับบริการที่โรงพยาบาลเครือข่ายการเฝ้าระวังโรคในช่วงที่มีปริมาณค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กสูงขึ้นนั้น จากการเฝ้าระวังเขตสุขภาพที่ 1 ทางภาคเหนือ ประกอบด้วย 8 จังหวัด คือ จ.เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน พะเยา แพร่ น่าน ลำพูน และลำปาง ระหว่างวันที่ 3-9 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมา โดยมีข้อมูลการเฝ้าระวังสุขภาพใน 4 กลุ่มโรค มีโรคทางเดินหายใจทุกชนิด โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคตาอักเสบ โรคผิวหนัง พบผู้ป่วยรวม 4 กลุ่มโรค จำนวน  22,000 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 580 รายต่อแสนประชากร ทั้งนี้ กลุ่มโรคที่พบมากสุด คือ โรคทางเดินหายใจทุกชนิดอัตราป่วย 285 รายต่อแสนประชากร โรคหัวใจและหลอดเลือดทุกชนิดอัตราป่วย 246 รายต่อแสนประชากร โรคตาอักเสบอัตราป่วย 24 รายต่อแสนประชากร และโรคผิวหนังอักเสบ 24 รายต่อแสนประชากร โดยกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป มีรายงานป่วยในกลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือดหัวใจจำนวน  6,756 ราย และทางเดินหายใจทุกชนิด 2,766 ราย ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้ป่วยที่กำหนดเป็นจำนวนผู้ป่วยในกลุ่มโรคที่เฝ้าระวังทั้งหมด แต่ไม่ได้หมายความโรคทั้งหมดเกิดจากฝุ่นละออง เพราะถึงแม้จะไม่มีฝุ่นละอองก็ยังพบกลุ่มโรคเหล่านี้มาพบแพทย์อยู่ดี

พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ฝุ่นละอองในพื้นที่ภาคเหนือจะมีทั้งพีเอ็ม 2.5 และพีเอ็ม 10 โดยจะแยกการเฝ้าระวังเป็นกลุ่มสี ซึ่งจะมีเกณฑ์การเฝ้าระวังอยู่ หากเป็นสีเหลือง ต้องเริ่มเฝ้าระวังในกลุ่มเสี่ยง ส่วนสีส้ม ต้องเฝ้าระวังด้านสุขภาพในประชาชนทุกกลุ่ม และสีแดง เป็นสีที่มีผลต่อสุขภาพทุกกลุ่ม อย่างไรก็ตาม สำหรับการดูแลตัวเองที่ดีที่สุด คือ ติดตามสถานการณ์ว่า ค่าฝุ่นมากน้อยแค่ไหน และเราอยู่ในกลุ่มไหน เป็นกลุ่มเสี่ยงหรือไม่ เพื่อจะได้ปฏิบัติตัวถูก และลดกิจกรรมการสัมผัสฝุ่นน้อยที่สุด ดูแลบ้านให้สะอาด และหากต้องออกจากบ้านให้สวมหน้ากากอนามัย แต่ถ้ามีอาการผิดปกติให้ปรึกษาแพทย์ทันที

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ไทยร่วมอาเซียนถก 5 ยักษ์การค้าโลก ลุ้นปลดล็อก 13 ประเด็นเพิ่มการค้าโลก
บทความถัดไประทึก! ไฟไหม้บ้านเก่าแก่กลางเมืองกาญจน์ วอดกว่า 10 หลัง โชคดีไร้เจ็บ-เสียชีวิต