ราชกิจจาฯ ประกาศพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฉบับใหม่ ให้สิทธิลูกจ้างเพียบ! มีผลอีก 30 วัน

หลังจากมีการขับเคลื่อนร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฉบับใหม่ จนผ่านการพิจารณาของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)   โดยเนื้อหากฎหมายได้เพิ่มสิทธิประโยชน์ต่างๆนั้น

อ่านเพิ่มเติม>>

ลูกจ้างเฮลั่นรับปีใหม่!! กม.คุ้มครองแรงงานผ่านสนช. ได้สิทธิประโยชน์หลัก 7 ข้อใหญ่

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 5 เมษายน เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาระบุว่า   สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา  26 ประกอบกับมาตรา 40 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้   โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เหตุผลและความจำเป็นในการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้  เพื่อยกระดับการคุ้มครองลูกจ้างให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลและมีประสิทธิภาพมากขึ้น อันจะทำให้ลูกจ้าง ซึ่งเป็นประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศมีความมั่นคงในการทำงานและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และจะเป็นประโยชน์แก่ความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งการตราพระราชบัญญัตินี้สอดคล้องกับเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในมาตรา 26 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแล้ว

ทั้งนี้ สำหรับเนื้อหาสาระสำคัญของพ.ร.บ.ดังกล่าว  จะให้สิทธิประโยชน์ลูกจ้าง   7 ประเด็นใหญ่ๆ คือ ประเด็นที่ 1  ลากิจธุระจำเป็นได้ค่าจ้าง 3 วันทำงานต่อปี  ประเด็นที่ 2  ลูกจ้างหญิงตั้งครรภ์ลาก่อนคลอด หลังคลอดได้ 98 วัน ประเด็นที่ 3 กรณีนายจ้างมีการเปลี่ยนตัว เปลี่ยนนิติบุคคล หากลูกจ้างไม่ยินยอม ก็สามารถรับค่าชดเชยพิเศษตามกฎหมายฉบับนี้ โดยหากทำงานมาครบ 20 ปีก็ได้รับ 400 วัน   ประเด็นที่  4  ได้รับค่าชดเชยใหม่กรณีเลิกจ้างจะเพิ่มเป็น 6 อัตราจาก 5 อัตรา คือ อัตราที่ 1 ลูกจ้างที่ทำงานมาครบ 120 วัน แต่ไม่ครบ 1 ปีได้ค่าขดเชย 30 วัน   อัตราที่  2  ลูกจ้างหากทำงานครบ 1 ปีแต่ไม่ครบ 3 ปี ได้ค่าชดเชย 90 วัน  อัตราที่ 3 ลูกจ้างทำงานครบ 3 ปีแต่ไม่ครบ 6 ปีจะได้รับเงินชดเชย 180 วัน  อัตราที่ 4  ทำงานครบ 6 ปี แต่ไม่ครบ 10 ปี ได้รับเงินชดเชย  240 วัน  อัตราที่  5   ลูกจ้างทำงานครบ 10 ปี แต่ไม่ครบ 20 ปี ได้เงินชดเชย  300 วัน และอัตราที่ 6  ลูกจ้างทำงานครบ 20 ปีขึ้นไปจะได้รับเงินชดเชย 400 วัน

ประเด็นที่ 5  กรณีย้ายสถานประกอบการไปที่อี่น หากลูกจ้างไม่ตามไปก็สามารถบอกเลิกสัญญาจ้างได้ และได้สิทธิชดเชยตาม 6 อัตรา ซึ่งกฎหมายเก่าไม่ได้เลย เราต้องตามไป แต่ของใหม่ให้สิทธิเราเลือกได้   กรณี 6 กรณีค่าตอบแทน หากนายจ้างไม่จ่ายค่าตอบแทน จะเป็นในบางอาชีพ อย่างเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) คนขับรถส่งของ ก็เป็นงานที่ไม่มีค่าล่วงเวลา แต่จะได้ค่าตอบแทนเป็นหลัก หากเกินเวลาปกติ โดยของเดิมดอกเบี้ยให้ร้อยละ 7.5 ต่อปีกรณีลูกจ้างไปฟ้องขอ แต่กฎหมายใหม่ให้ได้สูงสุดถึง 15 เปอร์เซ็นต์ต่อปี และประเด็นที่ 7  ให้สิทธิเท่าเทียมระหว่างหญิงชาย โดยลูกจ้างมีสิทธิเท่าเทียมกันในเรื่องค่าจ้าง ค่าตอบแทน ซึ่งกฎหมายเดิมไม่กำหนด แต่ของใหม่เราเพิ่มตรงนี้ว่า ลูกจ้างชายหญิงมีงานเท่าเทียมกันต้องได้รับค่าตอบแทนเท่ากัน  ซึ่งตรงนี้สอดคล้องกับอนุสัญญาแรงงานระหว่างประเทศ (ILO)  ฉบับที่ 100

 

ทั้งนี้ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

อ่านเพิ่มเติม  ประกาศราชกิจจานุเบกษา

บทความก่อนหน้านี้ปิดฉากแล้ว! ประชุมรมต.คลัง-ผู้ว่าการแบงก์ชาติอาเซียน เดินหน้าเชื่อมโยงระบบการเงิน พรุ่งนี้เยี่ยมชมถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน
บทความถัดไปสถานทูตเตือนคนไทยติดตามข้อมูลใกล้ชิด หลังไฟป่าเกาหลีใต้ลามเข้าเมือง