ผลิตขยะคนละ 1.15 กก./วัน สธ.ประกาศ ‘ลด คัด แยกขยะ เลิกถุงพลาสติก-โฟม’

เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม ที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.ณัฐวุฒิ ประเสริฐสิริพงศ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) เป็นประธานเปิดงานวันสุขบัญญัติแห่งชาติ ประจำปี 2562 ภายใต้สุขบัญญัติข้อที่ 10 มีสำนึกต่อส่วนร่วม ร่วมสร้างสรรค์สังคม ซึ่งตรงกับวันที่ 28 พฤษภาคมของทุกปี โดยมี นายชาญยุทธ์ พรหมประพัฒน์ ผู้อำนวยการกองสุขศึกษา คณะผู้บริหารกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร (กทม.) กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เทศบาลนนทบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใต้สังกัด สบส.เข้าร่วมงานพร้อมร่วมกันประกาศเจตนารมณ์ “ลด คัด แยกขยะ ลดใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วและกล่องโฟม” ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบโครงการจิตอาสาพระราชทาน เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ โดยกำหนดให้การลดและคัดแยกขยะมูลฝอยเป็นภารกิจที่หน่วยงานภาครัฐต้องปฏิบัติทั่วประเทศ

นพ.ณัฐวุฒิกล่าวว่า สุขบัญญัติเป็นหลักเกณฑ์พื้นฐานในการดำรงชีวิต แต่คนรุ่นใหม่อาจไม่รู้จัก หากไม่มีหลักเกณฑ์ดังกล่าวอาจทำให้การใช้ชีวิตเป็นไปอย่างยากลำบาก โดยเฉพาะปัญหาขยะที่เป็นปัญหามานานจนถึงปัจจุบัน ซึ่งทุกภาคส่วนจะต้องร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว สำหรับ สบส. ล่าสุด ได้ออกมาตรการให้หน่วยงานทั้งภายในและนอกสังกัดที่เข้ามาใช้ห้องประชุมของ สบส. จัดประชุมและจัดกิจกรรมต่างๆ ให้จัดเก็บขยะที่เกิดขึ้นกลับไปทิ้งยังหน่วยงานของตัวเองด้วย เนื่องจากแต่ละครั้ง สบส.จัดเก็บขยะได้ปริมาณมาก ทำให้ต้องเสียงบประมาณจำนวนมากจัดการขยะดังกล่าว

“จึงออกนโยบายให้หน่วยงานที่มาจัดประชุมนำขยะกลับไปด้วย ใครไม่ให้เอากลับก็จะเตือนก่อน หากไม่เอาขยะกลับไปจะติดแบล็กลิสต์ไว้ไม่ให้มาใช้ห้องประชุมอีก ซึ่งตามหลักการผู้ผลิตขยะจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบขยะที่เกิดขึ้น โดยขยะที่คนนอกก่อขึ้นต้องเอากลับไป ส่วนคนในต้องพยายามหามาตรการจัดการปัญหา รวมถึงฝากให้คนรุ่นใหม่มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา เริ่มจากการคัดแยกขยะด้วยการทิ้งขยะให้ลงถังขยะให้ถูกประเภท” นพ.ณัฐวุฒิกล่าว

ด้าน น.ส.วาณิช สาวาโย ผู้อำนวยการส่วนน้ำเสียชุมชน คพ. เปิดเผยว่า ปริมาณขยะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี เช่นเดียวกับอัตราเฉลี่ยการเกิดขยะมูลฝอยที่สูงขึ้น โดยเมื่อปี 2559 อัตราการเกิดขยะมูลฝอยอยู่ที่ 1.13 กิโลกรัม (กก.) ต่อคนต่อวัน ปี 2560 อยู่ที่ 1.14 กก.ต่อคนต่อวัน และปี 2561 อยู่ที่ 1.15 กก.ต่อคนต่อวัน โดยเป็นค่าเฉลี่ยของทั้งประเทศ สำหรับอัตราเกิดขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้น ปริมาณขยะจะขึ้นอยู่กับที่ตั้งและรายได้ ซึ่งคนในเมืองจะผลิตขยะมากกว่าคนที่อยู่ในเขตชุมชนรอบนอกและชุมชนเกษตรกรรม เพราะมีกำลังซื้อมากกว่าพื้นที่อื่น อย่างไรก็ตาม หน่วยงานรัฐต้องสร้างแรงบันดาลใจให้คนผลิตขยะลดน้อยลง ที่ผ่านมา คพ.ได้เชิญชวนมูลนิธิและองค์กรต่างๆ ในการร่วมกันแก้ปัญหา ตลอดจนให้ข้าราชการเป็นตัวอย่างแบบอย่างที่ดีตามมาตราการลด คัด แยกขยะ ซึ่ง ครม.ให้เป็นแนวปฏิบัติของหน่วยงานรัฐทั่วประเทศ ขณะเดียวกัน ได้จัดการรณรงค์กินอาหารให้หมดจาน สั่งมาแค่พอเพียง และกวาดเศษอาหารให้ลงถัง จากนั้นจะรวบรวมและจำหน่ายให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร

“แผนจัดการขยะในอนาคต คพ.มองว่ามาตรการคัดแยกขยะเป็นมาตรการจัดการปัญหาปลายทาง ความจริงจำเป็นต้องลดขยะตั้งแต่ต้นทาง ตามหลักการสากล ด้วยหลักการ 3Rs ลดการใช้ ใช้ซ้ำและนำกลับมาใช้ใหม่ โดยต้องลดปริมาณขยะที่ก่อให้เกิดขยะให้ได้มากที่สุด หันมาใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นต้น” น.ส.วาณิชกล่าว

 

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้บ้านสี่เสาฯ เปิดให้ลงนาม ไว้อาลัย ‘ป๋าเปรม’ ที่หน้าบ้าน นำภาพ ‘ป๋า’ เล่นเปียโน ร้องเพลงติดไว้ที่เต็นท์ให้ร่วมรำลึก
บทความถัดไปกกต.รับรอง 3 ส.ส.ใหม่ เผยปฏิญาณตนเสร็จโหวตนายกฯได้ทันที ชี้ ปาร์ตี้ลิสต์จัดสรรตาม กม.