คพ.ติดตามการแก้ปัญหา ‘บ่อขยะ’ แพรกษา จ.สมุทรปราการ

กรณีที่มีเหตุการณ์เพลิงไหม้บ่อขยะแพรกษา ต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ เมื่อเดือนมีนาคม 2557 และก่อให้เกิดผลกระทบกับชุมชนโดยรอบและมีเรื่องร้องเรียน ซึ่งมีการแก้ไขมาอย่างต่อเนื่องนั้น

เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้นำคณะลงพื้นที่เพื่อติดตามความก้าวหน้าการแก้ไขปัญหาพร้อมสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 13 (ชลบุรี) สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด (ทสจ.) สมุทรปราการ ท้องถิ่น จ.สมุทรปราการ อบต.แพรกษา และเครือข่ายภาคประชาชน โดยได้ร่วมประชุมหารือและติดตามความก้าวหน้าการแก้ไขปัญหาผลกระทบเพื่อให้แก้ไขปัญหาผลกระทบจากบ่อขยะแพรกษาเป็นรูปธรรมอย่างจริงจัง

นายประลอง กล่าวว่า ที่ประชุมมีประเด็นหารือโดยเฉพาะเรื่องเร่งรัดการดำเนินการให้เป็นไปตามแผนฟื้นฟูพื้นที่บ่อขยะแพรกษา ของห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) เด่นชัยปากน้ำ ที่ได้เสนอไว้ ได้แก่ การบริหารจัดการขยะเก่าที่สะสมในบ่อขยะพื้นที่ 150 ไร่ โดยการรื้อร่อนและคัดแยกขยะมาผลิตเชื้อเพลิงขยะ, การจัดการน้ำเสียที่ขังอยู่ในบ่อขยะ, การติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมในพื้นที่บ่อขยะและพื้นที่ชุมชนโดยรอบ และการปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์ในพื้นที่ พร้อมทั้งเพิ่มความถี่ในการสื่อสารข้อมูลการดำเนินงานต่อภาครัฐและประชาชนอย่างต่อเนื่อง

จากนั้นคณะได้ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการก่อสร้างโรงร่อนและคัดแยกขยะ ซึ่งบริษัทฯ ได้รายงานว่าจะแล้วเสร็จ และติดตั้งเครื่องจักรเพื่อผลิตเชื้อเพลิงจากขยะประมาณปี 2563

นายประลอง กล่าวว่า ได้เดินทางต่อไปยังบ่อขยะแพรกษาใหม่ เพื่อติดตามการบริหารจัดการขยะที่ศูนย์บริหารจัดการขยะชุมชน โดยวิธีเปลี่ยนเป็นพลังงานทดแทนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของบริษัท อีสเทิร์น เอเนอร์จี้ พลัส จำกัด ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานเชื้อเพลิงจากขยะ ขนาด 9.9 เมกกะวัตต์ ประกอบด้วย ระบบคัดแยกขยะ ระบบฝังกลบขยะแบบถูกหลักสุขาภิบาล การทำสถานที่เก็บกักเชื้อเพลิงขยะ (RDF) สำหรับเตาเผาผลิตไฟฟ้า ซึ่งเป็นไปตามแนวทางการแปรรูปขยะเป็นพลังงาน นอกจากนี้ ยังระบบบำบัดมลพิษทางอากาศและน้ำเสีย การผลิตสารชีวภาพด้วย ซึ่งบริษัทฯ มีแผนงานขยายกำลังผลิตไฟฟ้าในอนาคต โดยโรงไฟฟ้าแห่งนี้มีเทคโนโลยีในการผลิตไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพ มีระบบการบริหารจัดการภายในโรงงานและระบบการจัดการขยะที่ดี มีการควบคุมมลพิษเพื่อลดและป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่ง เป็นรูปแบบการแก้ไขปัญหา การจัดการขยะมูลฝอย ที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลทำให้ชุมชนกับโรงไฟฟ้าสามารถอยู่ร่วมกันได้ โดยจะเห็นได้จากมีการขยายตัวของชุมชนโดยรอบโรงไฟฟ้าดังกล่าว

บทความก่อนหน้านี้‘ไต้หวัน’ จี้ ‘จีน’ สำนึกเหตุจลาจล ‘เทียนอันเหมิน’
บทความถัดไปเรื่องดีต่อวงการบอลไทย ‘เอเอฟซี’ รับรอง ‘สมยศ’ เป็นสภากรรมการบริหาร