นักวิชาการ-เอ็นจีโอตั้งรับ รมว.ทส.คนใหม่ “ไม่เขี้ยวจริง” อย่ามา ที่นี่ของแรง

นักวิชาการ-เอ็นจีโอตั้งรับ รมว.ทส.คนใหม่ “ไม่เขี้ยวจริง” อย่ามา ที่นี่ของแรง

วันที่ 16 มิถุนายน นายศศิน เฉลิมลาภ ประธานมูลนิธิสืบนาคเสถียร ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวการแต่งตั้งนายวราวุธ ศิลปอาชา ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคชาติไทยพัฒนา เข้ามาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) ว่า ในช่วง 2559-2562 การทำงานกระทรวงนี้กระเตื้องขึ้นมาก หลายงานที่ทำได้ถึงขั้นปฏิรูปการแก้ไขปัญหาพื้นฐาน เช่น การส่งเสริมสวนป่าเศรษฐกิจผ่านการยกเลิกกฏหมายไม้หวงห้าม การออกกฏหมายป่าชุมชน การอนุญาตให้ชุมชนอยู่ในป่าอนุรักษ์ในระดับแก้ไขกฏหมาย การปฏิรูปการจัดการอุทยานแห่งชาติทางทะเล การเก็บเงินรายได้อุทยานแห่งชาติเพิ่มขึ้น 5-6 เท่าตัว การวางโรดแม็บขยะพลาสติก การวางนโยบายบริหารจัดการแร่ การเพิ่มแหล่งน้ำผิวดินและบ่อบาดาลให้ชุมชน

“แต่ว่าที่ รัฐมนตรีคนใหม่คนนี้ ผมไม่เคยได้ยินชื่อเสียงการทำงานเรื่องพวกนี้มาก่อน ได้ยินแต่ทำทีมฟุตบอลให้ จ.สุพรรณบุรี เท่านั้น ก็รอดูกันว่าจะไปต่อ หรือ หลงทาง แต่นั่นแหละ สำหรับทส.แล้ว ในวงการการเมืองเขาเห็นเป็นเพียงกระทรวงเกรดซี ไม่มีใครมาแย่งชิงและอยากได้ ไม่มีพรรคการเมืองพรรคไหนที่แสดงจุดยืนว่าจะเข้ามาทำงานกระทรวงนี้อย่างจริงจัง ทั้งที่กระทรวงนี้เป็นกระทรวงวิชาการและปฏิบัติที่เกี่ยวกับความเป็นอยู่ของประชาชนโดยตรง มีความสำคัญกับชีวิตผู้คนไม่แพ้กระทรวงอื่นเลย แต่เราไม่มีสิทธิเลือกอยู่แล้ว จะส่งใครมาก็ส่งมา เราก็จะดูว่าเขาจะทำงานได้ไหม”ประธานมูลนิธิสืบฯกล่าว

ผศ.ธนวันต์(จิรพล) สินธุนาวา นักวิชาการสิ่งแวดล้อม และนายกสมาคมพัฒนาคุณภาพสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า 4-5 เดือนที่ผ่านมา ทส.เกียร์ว่างมาตลอด เพราะรอความชัดเจนของรัฐมนตรีคนใหม่ ทำงานอะไรก็ไม่เต็มที่ เช่น จัดงานวันสิ่งแวดล้อมโลก ใช้เงินมหาศาล แต่ผลที่ได้มีต่ำมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการปลูกฝังให้คนรุ่นใหม่ใส่ใจเรื่องของการดูแลสิ่งแวดล้อมได้ผลน้อยมาก สิ่งที่ได้คือแค่การได้ใช้งบประมาณให้หมดไปแค่วาระหนึ่งเท่านั้น เป็นการทำงานแบบเคยชินมากกว่าจะตั้งใจทำงานเพื่อให้เห็นผลเปลี่ยนแปลง

“ดังนั้นคนที่เข้ามาเป็นรัฐมนตรีในกระทรวงนี้ นอกจากรู้เรื่องแล้ว ต้องเขี้ยวด้วย มิฉะนั้นก็จะเหมือนวนลูปเดิม คือ ข้าราชการบอกยังไงก็เชื่อตามนั้น ปล่อยให้ข้าราชการชักจูงไปในทางเดิมๆไม่มีอะไรใหม่ๆเกิดขึ้น ยิ่งการเข้ามาอยู่แบบไม่ตั้งใจมา หรืออยู่ตรงไหนก็ได้ขอให้มีตำแหน่งไว้ก่อนก็จะยิ่งเป็นเหมือนเดิม ผมไม่ทราบนะครับว่าใครจะมา แต่ขออย่าให้คนที่มาเป็นแบบที่ผมพูด เพราะจะน่าเสียใจมาก ทส.เป็นกระทรวงที่สำคัญ เมืองนอกและประเทศที่พัฒนาแล้ว เขาจะให้ความสำคัญพอๆกับกระทรวงมหาดไทย หรือกลาโหม แต่น่าเสียใจที่บ้านเราเป็นแค่กระทรวงเกรดซี”ผศ.ธนวันต์ กล่าว

นายหาญณรงค์ เยาวเลิศ ประธารมูลนิธิเพื่อการจัดการน้ำ(ประเทศไทย) กล่าวว่า หากรัฐมนตรีทส.เป็นคนตามที่อยู่ในกระแสข่าวจริง ถือว่า ยังเด็กมาก เมื่อเทียบกับความเคียวของข้าราชการในทส.หลายๆคน ต้องทำงานหนักทำการบ้านมากมาย ทั้งเรื่องตั้งแต่รากหญ้าชาวบ้าน ไปจนถึงงานระหว่างประเทศ

“หลายๆคนเคยคิดว่า ไม่เป็นไร แค่เข้ามาบริหาร เดี๋ยวข้าราชการประจำเขาก็จะช่วยทำเอง ถ้าคิดแบบนี้ก็จะได้รู้ครับว่าที่นี่ไม่เหมือนที่อื่น และงานในกระทรวงก็จะเหมือนเดิม เหมือนกับรัฐมนตรีคนที่ผ่านๆมา เข้าไม่ถึงประชาชน เพราะเชื่อข้าราชการประจำมากเกินไป งานระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นอนุสัญญาต่างๆ ไม่ได้ไปประชุม หนือไปแล้วแค่ไปเปิดงานแล้วกลับ ไม่เสวนากับใคร ไม่รู้จริงในงานนั้นๆไม่เป็นที่ประทับใจของภาคีสมาชิกประเทศอื่นๆ ผลก็คือ ประเทศไทยไม่มีความคืบหน้าที่จะดำเนินการตามอนุสัญญาระหว่างประเทศไม่ต่ำกว่า 20 อนุสัญญา แล้วเรื่องชาวบ้าน คนอยู่กับป่าที่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องดี แต่ปฏิบัติจริงมีรายละเอียดยิบย่อยมากมายที่ราชการไม่เคยไปอธิบายให้ชาวบ้านฟัง อันนี้ผมก็ถือโอกาสบอกไปยัง รัฐมนตรีคนใหม่ด้วย ซึ่งไม่ทราบเหมือนกันว่าเป็นใคร”นายหาญณรงค์ กล่าว

บทความก่อนหน้านี้ร.ร.สรรพวิทยาคม จัดพิธีไหว้ครู
บทความถัดไปเพจดังโพสต์คลิป ‘หนุ่มเคอรี่’ ร่วมวงวิวาท แม่ก็อยู่ในเหตุการณ์ ก่อนโดนยิงดับ