“อัศวิน” ย้ำ หน.โยธาเขตบางรักบกพร่องชัดเจน เล็งตั้งกก.สอบฯ ด้าน ผอ.หนีประชุมอ้างเยี่ยม นร.เจ็บ

เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมการบริหารเขตระดับผู้อำนวยการเขต 50 เขต ปรากฎว่ามีผู้อำนวยการเขตเข้าร่วมเพียง 44 เขต เนื่องจากอีก 6 เขต อยู่ระหว่างเปิดรับสมัครการคัดเลือกบุคคลเพื่อเลื่อนและแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการเขต อย่างไรก็ตาม การอบรมครั้งนี้ น.ส.ภคภรณ์ สงวนศักดิ์ ผู้อำนวยการเขตบางรัก ไม่ได้เข้าร่วมประชุมโดยได้แจ้งดเหตุผลกับปลัด กทม.ว่า ติดภารกิจเยี่ยมนักเรียนโรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์ เขตบางรัก ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุเครนหักโค่นจนทำให้เศษวัสดุตกใส่หลังคาโรงยิม

พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวถึงกรณีอุบัติเหตุเครนที่เขตบางรัก ว่า ชัดเจนแล้วว่าหัวหน้าฝ่ายโยธามีความบกพร่อง ขณะนี้ได้ย้ายไปประจำที่สำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) เพื่อตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ส่วนผู้อำนวยการเขตบางรักอยู่ระหว่างชี้แจงรายละเอียดต่อปลัด กทม.

“จากนั้น ปลัด กทม.จะเสนอมายังผม เพื่อพิจารณาต่อไปว่าจะดำเนินการอย่างไร กรณีที่เจ้าของอาคารยืนยันว่า ไม่ได้ฝ่าฝืนคำสั่งระงับการก่อสร้าง เพียงแต่อยู่ระหว่างการติดตั้งอุปกรณ์เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการทำงาน ซึ่งกรณีดังกล่าวเป็นไปไม่ได้” พล.ต.อ.อัศวิน กล่าว

นอกจากนี้ พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินเตรียมลงพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า ก็สามารถทำได้ เพื่อช่วยกันดูแล แต่เหตุที่เกิดขึ้นอาจไม่เกี่ยวข้องกับการทุจริต ยกเว้นมีการเรียกรับเงิน ขณะเดียวกัน ได้กำชับให้ทุกเขตลงพื้นที่สำรวจฝาท่อระบายน้ำที่มีอยู่ประมาณ 800,000-900,000 ฝา ให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัย โดยให้สำรวจและปรับปรุงแก้ไขให้เสร็จภายใน 1 เดือน และหากพบว่าสั่งให้แก้ไขแล้วไม่ดำเนินการ จนเกิดเหตุซ้ำอีก ก็จะสั่งย้ายทันที แต่ก็ต้องพิจารณาเป็นกรณีไป รวมถึงสั่งการให้ลงพื้นที่สำรวจปัญหาต่างๆ ของชุมชน เพื่อเร่งแก้ไข โดยกรณีฉุกเฉินสามารถเบิกจ่ายไปใช้ได้ทันที ซึ่งทุกเขตมีวงเงินเขตละ 3 ล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาเดือดร้อนให้กับประชาชนอย่างเร่งด่วน ขณะที่โรงเรียนในสังกัด กทม.437 แห่ง ก็ได้รับจัดสรรงบกลางแห่งละ 5 แสนบาท เพื่อปรับปรุงซ่อมแซมอาคารเรียน ห้องน้ำ เช่นเดียวกัน

“อย่างไรก็ตาม การแต่งตั้ง หรือ โยกย้ายผู้อำนวยการเขต เชื่อว่า ไม่มีปัญหาต่อการบริหารงานในพื้นที่ เพราะทุกคนมีประสบการณ์การทำหน้าที่ตั้งแต่ระดับหัวหน้าฝ่าย ผู้ช่วยเขต และผู้อำนวยการมาก่อน ไม่ว่าจะย้ายไปอยู่ที่ใด ก็มีเวลาศึกษาพื้นที่ได้ แม้ผู้อำนวยการเขตจะไม่ลงพื้นที่ แต่ก็ต้องติดตามงาน และมอบหมายให้หัวหน้าฝ่ายที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ ไม่ใช่ปล่อยปละละเลย” พล.ต.อ.อัศวิน กล่าว

บทความก่อนหน้านี้SACICT เอาใจคนรักผ้าฝ้ายทอมือ จัดงาน “ฝ้ายทอใจ ครั้งที่ 12” รวมผลิตภัณฑ์ผ้าฝ้ายจากทั่วประเทศ
บทความถัดไปปตท. เปิดกลยุทธ์กีฬา มุ่งพัฒนาเยาวชนและผู้ขาดโอกาสทั่วประเทศ