แพทย์เผยเคล็ดลับคืนหุ่นดีแม่หลังคลอดแบบปลอดภัย ห่วงลดน้ำหนักผิดวิธี

เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า จากกรณีข่าวคุณแม่หลังคลอดลดน้ำหนักด้วยการกินยาลดน้ำหนักจนเสียชีวิต ในพื้นที่จังหวัดอ่างทองนั้น โดยปกติหลังคลอดบุตรน้ำหนักแม่หลังคลอดจะลดลงทันทีประมาณ 6 กิโลกรัม (กก.) และจะลดลงอีกเมื่อร่างกายขับน้ำส่วนเกินที่สะสมอยู่ออกไป ร่างกายหลังคลอดจะยังเก็บสะสมสารอาหารเอาไว้เพื่อผลิตน้ำนมให้กับลูกในช่วง 6 เดือนแรก แต่ยังมีน้ำหนักเกินหรือมากกว่าก่อนตั้งครรภ์อยู่บ้าง แต่จะค่อยๆ ลดลง ในช่วงนี้แม่หลังคลอดไม่ควรกินยาลดความอ้วน เนื่องจากยาลดความอ้วนบางชนิดกินแล้วไปกดที่สมองทำให้เบื่ออาหาร บางชนิดทำให้มีการ   เผาผลาญอาหารมากขึ้น ซึ่งยาเหล่านี้มีอันตราย บางตัวกินมาก ๆ อาจทำให้ติดยา ประสาทหลอน หรือหัวใจวายได้ และ  ยาบางตัวยังส่งผ่านน้ำนมไปทำอันตรายต่อตัวลูกอีกด้วย  โดยปกติแล้วแม่หลังคลอดที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ก็สามารถช่วย   ลดไขมันในร่างกายได้เพราะร่างกายสร้างน้ำนมจะดึงเอาไขมันในร่างกายไปใช้ ซึ่งการให้นมลูกสามารถช่วยเผาผลาญพลังงานในร่างกายได้ถึง 500-800 กิโลแคลอรีต่อวัน หากให้นมลูกอย่างต่อเนื่อง 4-6 เดือน ก็จะช่วยลดขนาดส่วนเกิน   ของสะโพก หน้าท้อง ต้นแขน ต้นขาได้เป็นอย่างดี และช่วยให้น้ำหนักกลับมาปกติ

พญ.พรรณพิมล กล่าวว่า แม่หลังคลอดที่คลอดเองตามธรรมชาติ สามารถออกกำลังกายเบา ๆ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะทำให้แผลฝีเย็บแตกหรือแผลแยก เพราะไม่เกี่ยวข้องกับการออกกำลังกาย ควรบริหารร่างกายให้ได้วันละ 30 นาที ในช่วงที่ลูกหลับหรือมีคนช่วยดูแล ซึ่งอาจแบ่งเป็นช่วงเช้า 15 นาที และเย็น 15 นาที โดยเดินบ่อย ๆ หรือทำความสะอาด กวาดบ้าน ถูบ้าน ล้างจาน ทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนบ้าน เช่น เดินออกกำลังกายที่สวนสาธารณะ สำหรับกรณีที่ผ่าคลอดหรือการคลอดที่มีภาวะแทรกซ้อน ควรปรึกษาแพทย์ก่อน แต่โดยทั่วไปสามารถเริ่มมีกิจกรรม ทางกายเบา ๆ ได้ ภายใน 4–6 สัปดาห์หลังคลอด ซึ่งในครั้งแรก ๆ อาจเริ่มบริหารเพียงไม่กี่ท่าหรือท่าละไม่กี่ครั้ง เช่น การเดิน ปั่นจักรยานอยู่กับที่ เพราะร่างกายยังอ่อนเพลียอยู่  แล้วจึงค่อย ๆ เพิ่มขึ้นไปทีละนิดเมื่อร่างกายแข็งแรงที่สำคัญควรสนุกไปกับการออกกำลังกายที่คุณแม่ชอบ เพราะเมื่อชอบแล้วจะทำให้มีความตั้งใจและทำต่อไปได้เรื่อย ๆ

“ในช่วงให้นมลูก ร่างกายต้องการอาหารที่มีแคลอรีเพิ่มขึ้น 300-500 กิโลแคลอรีต่อวัน จึงควรกินอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบทั้ง 5 หมู่  โดยเลือกอาหารที่มีโอเมก้า 3 สูง เช่น ถั่ว ไข่ และปลา พร้อมกับหลีกเลี่ยงอาหารที่มีโซเดียม และน้ำตาลสูง เลือกกินคาร์โบไฮเดรตที่ไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้องจะช่วยให้อิ่มนานขึ้น พร้อมกับอาหารที่มีแคลเซียมและโปรตีนสูง อาทิ นม โยเกิร์ต  ถั่ว กล้วย ผักใบเขียว และเนื้อสัตว์ที่ไม่ติดมัน เน้นกินผักและผลไม้ที่มีแคลอรีต่ำ ให้วิตามิน และใยอาหารสูง เนื่องจากการกินผักและผลไม้สามารถช่วยทำให้รู้สึกอิ่มท้องได้เร็ว ที่สำคัญยังเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการควบคุมปริมาณแคลอรี และต้องดื่มน้ำสะอาดให้มากเพียงพอเพื่อป้องกันการขาดน้ำ ไม่ควรดื่มน้ำอัดลม หรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง นอกจากนี้ ควรหาเวลานอนพักทุกครั้งที่มีโอกาสหรือในเวลาที่ลูกหลับ เพื่อช่วยให้ร่างกายได้พักผ่อนเพิ่มขึ้นในแต่ละวัน เนื่องจากการนอนหลับไม่เพียงพอจะส่งผลให้คุณแม่หิวบ่อย ร่างกายเผาผลาญพลังงานได้น้อย ทำให้การลดน้ำหนักหลังคลอดนั้นทำได้ยากขึ้นด้วย” พญ.พรรณพิมล กล่าว

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon