คพ.พัฒนาระบบคาดการณ์สถานการณ์มลพิษอากาศ ทำนายฝุ่นจิ๋วแม่นยำขึ้น

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า เนื่องจากที่ผ่านมา สถานการณ์ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานคร (กทม.) อาจส่งผลต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชน ขณะเดียวกัน คพ.ได้จัดทำยุทธศาสตร์การจัดการมลพิษ 20 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายและยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการสิ่งแวดล้อมในระดับประเทศ และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 ตามหลักการพัฒนาที่ยั่งยืน มุ่งเน้นที่การลดระดับฝุ่นละอองขนาดเล็ก และสารเบนซีนในพื้นที่สำคัญที่ต้องพัฒนาระบบการบริหารจัดการมลพิษ เช่น การศึกษาและกำหนดศักยภาพการรองรับมลพิษของพื้นที่ (carrying capacity) การพยากรณ์สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ พีเอ็ม 2.5 เพื่อแจ้งเตือนประชาชน และการเตรียมการรับมือมลพิษใหม่ เช่น ฝุ่นละอองขนาดนาโน (Nano-particle) มลพิษข้ามแดนระยะไกล (Long range transport pollution) เป็นต้น

นายประลองกล่าวว่า ดังนั้น คพ.จึงได้พัฒนา ระบบคาดการณ์สถานการณ์มลพิษทางอากาศ เพื่อเป็นเครื่องมือสนับสนุนการดำเนินงานของยุทธศาสตร์ดังกล่าวให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ทั้งยังสามารถใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุนการบริหารจัดการปัญหาสถานการณ์ในพื้นที่เป้าหมาย เช่น พื้นที่ภาคเหนือและในกรุงเทพมหานคร ได้อย่างแม่นยำมากขึ้น โดยระบบดังกล่าวได้พัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของแบบจำลองคณิตศาสตร์ด้านการกระจายตัวมลพิษอากาศ และแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ด้านสภาพอุตุนิยมวิทยาและชั้นบรรยากาศที่พัฒนาโดย องค์การบริหารสมุทรศาสตร์และบรรยากาศแห่งสหรัฐอเมริกา (US. National Oceanic and Atmospheric Administration) และองค์การพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา (US. Environmental Protection Agency)

นายประลองกล่าวว่า ปัจจุบันระบบดังกล่าว ใช้สนับสนุนการคาดการณ์สถานการณ์มลพิษทางอากาศที่แม่นยำสูงสุดได้ไม่เกิน 3 วัน ในพื้นที่ต่างๆ ได้แก่ 1. พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล 2. พื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือของประเทศไทย สามารถคาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่รวมถึงการเคลื่อนตัวของมลพิษข้ามแดน 3. พื้นที่เขตควบคุมมลพิษ ต.หน้าพระลาน จ.สระบุรี สามารถประเมินสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กที่เกิดขึ้นจากแหล่งกำเนิดมลพิษภายในพื้นที่ และ 4.พื้นที่เขตควบคุมมลพิษ ต.มาบตาพุด จ.ระยอง สามารถประเมินศักยภาพการรองรับมลพิษของพื้นที่ (Carrying Capacity) โดยเฉพาะสารอินทรีย์ระเหยง่ายจากแหล่งกำเนิดมลพิษ นอกจากนี้ ยังสามารถใช้สนับสนุนการประเมินสถานการณ์ที่เกิดจากกรณีเหตุฉุกเฉินที่ต้องการรับมืออย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ รวมถึงสามารถใช้ประเมินสถานการณ์กรณีร้องเรียนปัญหามลพิษทางอากาศ

“ทั้งนี้ เพื่อให้การจัดการมลพิษทางอากาศประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย คพ.จึงได้ปรับปรุงและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มศักยภาพในการประมวลผล (ระบบคอมพิวเตอร์) สำหรับการพยากรณ์ให้สามารถทำนายผลได้ล่วงหน้าจากเดิม 3 วันเป็นประมาณ 5-7 วัน และมีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนต่อการทำงานของรัฐบาลต่อไป” นายประลอง กล่าว

บทความก่อนหน้านี้คืนถิ่นเก่า! ‘ฉลามชล’ กระชาก ‘สินทวีชัย’ หวนร่วมทัพ แย้มเป็นทีมสุดท้ายเส้นทางค้าแข้ง
บทความถัดไปเพื่อไทย จ่อถล่ม นโยบายรบ. 3 ปมใหญ่ คุณสมบัติบิ๊กตู่-รมต.สีเทา-รธน.