‘อธิบดีอุทยานฯ’ รายงาน รมว.ทส. ‘การ์มองเต้’ อยู่ในเขตอุทยานฯทั้งแปลง ไม่ใช่ที่ สปก.

“อธิบดีอุทยานฯ” รายงาน รมว.ทส. “การ์มองเต้” รุกป่าทับลาน อยู่ในเขตอุทยานฯทั้งแปลง ไม่ใช่ที่ สปก. ดื้อสร้างต่อ ถูกจับซ้ำถึง 2 ครั้ง อัยการสั่งไม่ฟ้องเหตุ สปก.โคราชอ้างเขตปฏิรูปแต่ตำรวจไม่แจ้งอุทยานฯ ยันยังต้องเดินตาม ม.22 พร้อมฟ้องแพ่งต่อ ชี้หวังใช้นโยบายรัฐเอื้อกลุมทุนที่ถูกดำเนินคดีแล้ว รอ ONE MAP เสร็จเข้าเขต สปก.ทำคดีรุกวังน้ำเขียวถูกบิดเบือน “ดำรงค์”ซั ดผู้มีอำนาจสั่งปากเปล่าชะลอคดีทำปัญหายืดเยื้อ พรรคการเมืองไปใช้บริการไม่เหมาะทำนายทุนไม่กลัวกฎหมาย จ่อลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าคดีทั้งหมด

เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รายงานต่อนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ทรัพยากรฯ และผู้บริหารกระทรวงทรัพยากรฯระบุว่าตามที่มีการนำเสนอข่าวกรณีพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้เลือกสถานที่จัดงานสัมมนา ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ณ 88 การ์มองเต้ รีสอร์ท อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นบริเวณที่อุทยานแห่งชาติทับลานจับกุมดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกพื้นที่ในเขตอุทยานฯ ขอรายงานข้อมูลความเป็นมาเกี่ยวกับการจับกุมดำเนินคดี 88 การ์มองเต้ รีสอร์ต ดังนี้ 1. เมื่อวันที่ 9 พ.ค.2555 ได้มีการสนธิกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจยึดดำเนินคดี 88 การ์มองเต้ รีสอร์ต โดยตรวจพบมีสิ่งก่อสร้างลักษณะเป็นที่พัก 1 หลัง มีการปลูกต้นมะม่วงไว้เกือบเต็มพื้นที่ คำนวณพื้นที่ได้ประมาณ 20 ไร่ จึงแจ้งความดำเนินคดีกับพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรวังน้ำเขียว ปจว. ข้อ 9 คดีอาญาที่ 560/55 ลงวันที่ 9 พ.ค. 2555 (นายดำรงค์ พิเดช เป็นอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ ในขณะนั้น)

2. เมื่อวันที่ 31 มี.ค. 2560 คณะพนักงานเจ้าหน้าที่ชุดพญาเสือและอุทยานแห่ชาติทับลาน ได้เข้าตรวจยึดดำเนินคดีเพิ่มเติมกับ 88 การ์มองเต้ รีสอร์ต เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีการปลูกสร้างอาคารและบ้านพัก ลักษณะเป็นรีสอร์ต และมีการเปิดให้บริการกางเต็นท์และบ้านพัก ซึ่งพบมีสิ่งปลูกสร้าง 18 รายการ อาทิ สระน้ำ บ้านไม้ในลักษณะต่างๆ อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ 2504 จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมให้กับพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรวังน้ำเขียว ตามที่ได้กล่าวโทษร้องทุกข์ไว้แล้ว เพื่อสืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป

นายธัญญาระบุอีกว่า 3. ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ได้มีการแก้ไขปัญหาการถือครองที่ดินของราษฎรในพื้นที่อำเภอวังน้ำเขียวมาโดยตลอด จึงได้มีการชะลอการพิจารณาการติดประกาศ ตามมาตรา 22 แห่ง พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 เนื่องจากต้องการหาแนวทางร่วมกันในการแก้ไขปัญหาที่ดินของราษฎร ตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 ฉบับใหม่ที่จะมีผลบังคับใช้ อย่างไรก็ตามในปัจจุบันอุทยานแห่งชาติทับลานอยู่ระหว่างดำเนินการเพื่อประกาศใช้มาตรา 22 กับแปลงที่ดินที่ถูกดำเนินคดี ต่อไป 4. พื้นที่ที่ได้จับกุมดำเนินคดีดังกล่าว อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติทับลานทั้งแปลง และอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแก่งดินสอ ป่าแก่งใหญ่ และป่าเขาสะโตน ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 239 (พ.ศ. 2510) กฎกระทรวง ฉบับที่ 812 (พ.ศ. 2521) และกฎกระทรวง ฉบับที่ 895 (พ.ศ. 2523) ซึ่งกรมป่าไม้ไม่เคยมอบพื้นที่ดังกล่าวให้ ส.ป.ก. เข้าไปดำเนินการปฏิรูป และพื้นที่ดังกล่าวมิได้อยู่ในพื้นที่ทับซ้อนกับพื้นที่ ส.ป.ก. ตามประกาศพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินฯ ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. 2521 แต่อย่างใด

อธิบดีอุทยานฯ ระบุอีกว่า5. จากการประสานงานทางโทรศัพท์ เมื่อวันที่ 22 ก.ค. กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรวังน้ำเขียว ทราบว่า อัยการเจ้าของสำนวนคดีได้มีความเห็นสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาในคดีดังกล่าว และแจ้งเหตุผลที่สั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหามายังสถานีตำรวจภูธรวังน้ำเขียว เมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2561 แต่สถานีตำรวจภูธรวังน้ำเขียวก็ไม่ได้ดำเนินการแจ้งให้อุทยานแห่งชาติทับลานทราบ ตามมาตรา 146 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งจากการตรวจสอบเหตุผลที่อัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องนั้น เนื่องจาก สนง.สปก.จ.นครราชสีมา ได้ให้ข้อมูลต่ออัยการว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ.2521 ทั้งที่ข้อเท็จจริงปรากฏว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติทับลานทั้งแปลง ยังมิได้มีการออกเอกสารสิทธิ ส.ป.ก. 4-01 แต่อย่างใด ข้อเท็จจริงในคดีดังกล่าว มีความคล้ายคลึงกับคดีของ อิมภูฮิลล์ รีสอร์ท ซึ่งอุทยานแห่งชาติทับลานได้ดำเนินการกล่าวโทษร้องทุกข์ดำเนินคดีกับนายชำนาญ กลิ่นจันทร์ เจ้าหน้าที่สำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดนครราชสีมา เนื่องจากพบว่านายชำนาญ กลิ่นจันทร์ ได้กระทำการออกเอกสารสิทธิ สร.5 ก. โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ส.ป.ก. ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน

“นอกจากนี้ จะเห็นได้ว่ามีความพยายามใช้โครงการของรัฐบาลในการเอื้อประโยชน์แก่กลุ่มนายทุนที่ได้ถูกดำเนินคดีไว้แล้ว สำหรับเป็นเครื่องมือในการต่อสู้คดีเพื่อให้หลุดพ้นจากความผิด ประกอบกับได้มีการนำแนวเขตตามโครงการ ONE MAP มากล่าวอ้างในบริเวณที่ได้ตรวจยึดดำเนินคดีไว้แล้วว่าเป็นพื้นที่ ส.ป.ก. จึงทำให้แนวทางการแก้ไขปัญหาที่ดินของราษฎร และการดำเนินคดีต่างๆของกรมอุทยานแห่งชาติฯในพื้นที่อำเภอวังน้ำเขียว ถูกบิดเบือนไปจากข้อเท็จจริง” นายธัญญาระบุ

ด้านนายดำรงค์ พิเดช หัวหน้าพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย และอดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า จากการติดตามกรณีที่เกิดขึ้นทราบว่า รีสอร์ตดังกล่าวถูกจับดำเนินคดีถึง 2 ครั้ง ครั้งแรกในยุคที่ตนเป็นอธิบดีกรมอุทยานฯ โดยตรวจสอบพบบ้านพัก 1 หลัง และสวนมะม่วง แต่ไม่พบผู้แสดงตนเป็นเจ้าของ เจ้าหน้าที่จึงประกาศให้มีการรื้อถอนตามมาตรา 22 พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 ต่อมามีผู้อ้างว่าเป็นเจ้าของ คือ นายภุชพงศ์ พิพัฒน์ ซึ่งมีการส่งเรื่องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตามขั้นตอนของกฎหมาย

นายดำรงค์กล่าวอีกว่า ต่อมาในปี 2560 เจ้าหน้าที่ชุดพญาเสือได้เข้าจับกุมอีกครั้ง ตรวจยึดพื้นที่ 30 กว่าไร่ พบมีสิ่งปลูกสร้างเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงส่งเรื่องไปยังอัยการ แต่อัยการสั่งไม่ฟ้อง เนื่องจากเห็นว่าผู้ประกอบการขาดเจตนา อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้แจ้งผลที่อัยการสั่งไม่ฟ้องมายังอุทยานฯทับลาน ซึ่งการสั่งไม่ฟ้องไม่ได้หมายความว่าคดีจบ ทางกรมอุทยานฯ ต้องประกาศใช้มาตรา 22 เพื่อให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง และฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทางเพ่งต่อไป ประกอบกับที่ผ่านมาผู้ใหญ่ผู้มีอำนาจไปผ่อนผันกับคนในพื้นที่ว่าไม่ให้ใช้มาตรา 22 ในการรื้อถอน โดยสั่งปากเปล่า เด็กก็กลัวไม่กล้าดำเนินการอะไร จนทำให้ปัญหาบานปลายจนถึงทุกวันนี้

หัวหน้าพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทยกล่าวต่อว่า ส่วนนักการเมืองที่ไปจัดประชุมก็เป็นเรื่องไม่ควรและไม่เหมาะสม เพราะเราเป็นพรรครัฐบาล ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการในพื้นที่ไม่เกรงกลัวความผิดและกฎหมายบ้านเมือง ส่วนที่อ้างว่าเป็นที่ส.ป.ก.นั้น ไม่ใช่แน่นอน เพราะอุทยานไม่เคยมอบพื้นที่บริเวณดังกล่าวให้ ส.ป.ก. และที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก.ที่รับรองเขตก็ถูกแจ้งความดำเนินคดีไปแล้ว

นายดำรงค์กล่าวว่า ทั้งนี้ตนได้ให้คำแนะนำหัวหน้าอุทยานฯ ในการประกาศใช้มาตรา 22 ได้ทันที โดยให้ประกาศแจ้งเตือน 2 ครั้ง แล้วจึงเข้าไปรื้อถอนตามกฎหมาย ซึ่งหากมีการรื้อถอนตนจะเดินทางไปร่วมให้กำลังใจด้วย ทั้งนี้ในฐานะ ส.ส. ตนจะลงพื้นที่เพื่อติดตามการแก้ปัญหารีสอร์ตบ้านพักตากอากาศของนายทุนที่บุกรุกพื้นที่อุทยานฯทับลาน ในเร็วๆ นี้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้บาสเกตบอลสาวไทยพ่ายปินส์จบรองแชมป์สกูลเกมส์
บทความถัดไปคนพิการ ขอโควต้าสลากกินแบ่งเพิ่ม โวยรัฐไม่เหลี่ยวแล บีบให้เป็นอาชญากร