“หมอประกิต” ท้วง รมช.คลัง อย่าถอยหลังลดภาษี “ยาเส้น” แนะหาพืชทดแทนช่วยชาวไร่ยาสูบ

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวถึงกรณีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง มีแนวคิดจะลดภาษีสรรพสามิตยาเส้นตามข้อเรียกร้องของเกษตรกรผู้ปลูกใบยาสูบ ที่ปัจจุบันที่จัดเก็บภาษี 0.1 บาทต่อกรัม ซึ่งเป็นการปรับเพิ่มขึ้นจากเดิม 0.005 บาทต่อกรัม ว่า ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดการปรับลดภาษียาเส้นเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากการขึ้นภาษียาเส้นกรมสรรพสามิตได้ศึกษาอย่างรอบคอบและเตรียมการมาหลายปีแล้ว และภาษีที่ขึ้นไป เพียงแต่ส่งผลให้ราคาขายปลีกยาเส้นเพิ่มขึ้น ซองละ 2 บาท จากเดิม 10 เป็น 12 บาท หรือซองเล็กจาก 5 บาท เป็น 7 บาท

“ยาเส้นหลายยี่ห้อราคาขายปลีกก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นเลยด้วยซ้ำ แสดงถึงว่าภาษีที่ขึ้นจัดว่าน้อยมาก และข้อเท็จจริง ชาวไร่ยาสูบไม่ได้รับผลกระทบ แต่จะส่งผลกระทบต่อพ่อค้าคนกลางที่ขายยาเส้น ที่สำคัญคนไทยที่สูบบุหรี่ยาเส้น มีถึงเกือบ 5 ล้านคน ซึ่งมาตรการภาษีเป็นการป้องกันและทำให้คนสูบบุหรี่น้อยลง รัฐบาลต้องรู้ว่า ทุกวันนี้ มีคนไทยมากกว่า 1 ล้านคน ที่ป่วยจากโรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่ แม้ยังมีชีวิตอยู่แต่ต้องเข้า-ออกโรงพยาบาลเพื่อรักษาโรค การการเจ็บป่วยจากการสูบบุหรี่ตามโรงพยาบาลทั่วประเทศ โดยเฉพาะโรงพยาบาลของรัฐบาล เพราะคนสูบบุหรี่ส่วนใหญ่เป็นคนจน ซึ่งรัฐบาล โดยกระทรวงการคลัง และกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ต้องแบกรับภาระค่ารักษาพยาบาลจากโรคที่เกิดจากบุหรี่แต่ละปีเป็นมูลค่ามหาศาล สูงกว่ารายได้จากภาษีที่รัฐจัดเก็บได้” ศ.นพ.ประกิต กล่าว

นอกจากนี้ ศ.นพ.ประกิต กล่าวต่อไปว่า การจัดการปัญหาเรื่องยาสูบ มี 2 ด้าน ขึ้นอยู่กับรัฐบาลจะเลือกด้านไหน ระหว่างรัฐบาลอยากปกป้องสุขภาพของประชาชน โดยสนับสนุนให้คนสูบบุหรี่น้อยลง ลดคนที่จะป่วยจากโรคที่เกิดจากสูบหรี่ ลดค่าใช้จ่ายงบประมาณการรักษาพยาบาล ลดความแออัดของระบบบริการ นอกจากจะประหยัดค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาลที่รัฐบาลต้องอุดหนุนทั้งผู้ป่วยบัตรทอง และสวัสดิการข้าราชการแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมสุขภาพของประชาชนทั้งประเทศด้วย

“หรือรัฐบาลจะเอาใจพ่อค้าคนกลางที่มักจะอ้างชาวไร่ยาสูบบังหน้า โดยลดภาษี ชะลอการขึ้นภาษี ไม่สนใจสุขภาพของประชาชน ซึ่งหากเลือกอย่างหลัง คนไทยจะสูบบุหรี่ลดลงได้อย่างไร คนเจ็บป่วยจะน้อยลงได้อย่างไร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง รับปากช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่ยาสูบ โดยยอมลดภาษีทั้งที่ก่อนหน้านี้ได้ประกาศขึ้นไปแล้ว ถือเป็นการเดินถอยหลัง และยังขัดต่อพันธกรณีของประเทศไทยภายใต้อนุสัญญาควบคุมยาสูบด้วย หากจะแก้ปัญหาชาวไร่ยาสูบเดือดร้อนจากการที่คนสูบบุหรี่ลดลงจากการขึ้นภาษี สิ่งที่รัฐบาลต้องทำคือ ช่วยเหลือชาวไร่ยาสูบปลูกพืชทดแทน หรือทำอาชีพอื่น ไม่ใช่กลับไปลดภาษีหรือชะลอการขึ้นภาษียาสูบ ตามคำเรียกร้องของบริษัทบุหรี่” ศ.นพ.ประกิต กล่าว

 

บทความก่อนหน้านี้เปิดบักทึก ‘ลงมติ’ 2 ครั้ง รัฐบาลแพ้โหวตถกข้อบังคับฯ พบ ส.ส.ซีกรัฐบาลขาดประชุมเพียบ
บทความถัดไปอัลทรอนเปิดตัว “กระดานอัจฉริยะ” รุกตลาดบีทูบีโตดี จับกลุ่มองค์กรธุรกิจ-เอสเอ็มอี-สตาร์ทอัพ