ผู้ว่า สตง.คืนความมั่นใจ “ท้องถิ่น” ใช้งบกองทุนสุขภาพตำบล

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มหกรรมกองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น 12 ปี กปท. เดินหน้า พลังท้องถิ่นไทย รอบรู้ สร้างสุขภาพ อย่างยั่งยืน เมื่อวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา นายประจักษ์ บุญยัง ผู้ว่าการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เปิดเผยระหว่างบรรยาย “สตง.ยุคใหม่เพื่อนคู่ใจท้องถิ่น”  ตอนหนึ่งว่า บทบาทใหม่ของ สตง.ในปัจจุบันนอกจากเรื่องของการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณแล้ว ยังเป็นการให้คำปรึกษาและตอบคำถามกับหน่วยงานผู้ใช้จ่ายงบประมาณได้ ซึ่งที่ผ่านมาได้ช่วยให้หน่วยงานต่างๆ สามารถทำงานได้อย่างคล่องตัวมากขึ้นไปแล้วพอสมควร

สำหรับบทบาทหน้าที่ใหม่ของ สตง. ได้เกิดขึ้นภายหลังรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มีผลบังคับใช้ ซึ่งได้มีการทบทวนบทบาทหน้าที่ รวมถึงปัญหาและอุปสรรคที่สำคัญของหน่วยงานต่างๆ โดยพบว่าหน้าที่ของ สตง. คือการทำให้การใช้จ่ายเงินของแผ่นดินเกิดประโยชน์สูงสุด จึงได้มีการปรับหรือลดทอนบทบาทต่างๆ เพื่อความคล่องตัวในการทำงานของหน่วยงานรัฐมากขึ้

นายประจักษ์ กล่าวว่า เมื่อเงินแผ่นดินเป็นของทุกคนในชาติ จึงต้องช่วยกันทำอย่างไรให้ทุกบาททุกสตางค์ถูกใช้จ่ายอย่างเกิดประโยชน์สูงสุด และถูกต้องตามกฎหมาย โดยที่ไม่มีใครต้องมารับโทษจากการใช้จ่ายที่เป็นไปเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ดังนั้น ที่ผ่านมาบางหน่วยงานที่อาจมีความไม่มั่นใจ หรือลังเลว่าการใช้จ่ายจะถูกต้องหรือไม่ ทำแล้วจะเกิดปัญหา จึงเกิดการชะงักชะงันไม่กล้าใช้จ่าย ปัจจุบันได้มีการกำหนดแนวทางและปรับเปลี่ยนวิธีการ จนพบว่าตัวเลขค้างท่อของ กปท. มีแนวโน้มใช้จ่ายที่ดีขึ้น

ผู้ว่าการ สตง. กล่าวว่า ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ.2561 มาตรา 57 ระบุว่าในกรณีที่หน่วยรับตรวจมีการสอบถามเกี่ยวกับการปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย ผู้ว่าการหรือเจ้าหน้าที่จะต้องตอบข้อสอบถามโดยเร็ว และไม่ช้ากว่า 30 วัน และในกรณีที่หน่วยรับตรวจได้ปฏิบัติตามแล้ว ยังมิให้ถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่ชอบหรือไม่ถูกต้องอีกด้วย

“ถ้าหลายระเบียบเป็นอุปสรรคปัญหาของการทำงาน สตง. สปสช. หรือทุกภาคส่วนเองต่างพร้อมช่วยกันปรับปรุงเพื่อให้เป็นประโยชน์มากยิ่งขึ้น จึงขอให้มั่นใจ ถ้าเรามีเจตนารมณ์เดียวกันในการทำให้เงินทุกบาทของประเทศเกิดประโยชน์สูงสุด ก็ต้องมาร่วมมือกัน ไม่อยากให้มองว่า สตง. อยู่ต่างฝ่าย ไม่สนประโยชน์ภาพรวมทำงาน คอยแต่จะจับผิด เพราะเราไม่ได้หยุดแค่นั้น” นายประจักษ์ กล่าว

นายประจักษ์ กล่าวว่า นอกจากตรวจสอบแล้ว สตง.มีบทบาทการให้คำปรึกษา ให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง ตามกฎหมายและบทบาทหน้าที่ของแต่ละหน่วย ไม่ว่าจะท้องถิ่น ราชการ หรือรัฐวิสาหกิจ จึงขอให้มั่นใจว่า สตง.จะเดินทางไปด้วยกัน ไม่จับผิด แต่มีทัศนคติที่จะทำให้สิ่งผิดพลาดได้รับการแก้ไข

“ขณะเดียวกัน เมื่อพบว่าในเรื่องใดมีการกระทำผิดกันมาก จำเป็นที่จะต้องดูว่าปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นจากอะไร หากมีปัญหาในทางปฏิบัติหรือข้อกฎหมาย หน่วยงานที่กำหนดกฎเกณ์จะต้องร่วมกันแก้ไขระเบียบต่างๆ เพื่อไม่ให้ต้องเกิดความลังเลในการปฏิบัติ” นายประจักษ์ กล่าว

บทความก่อนหน้านี้คอลัมน์ เคี้ยวตุ้ย…ตะลุยกิน : ชิมขนมข้าวยาคูรสละมุน อิ่มเอมอาหารสุขภาพที่ภูกะเหรี่ยง
บทความถัดไปหญิงหน่อยเตือนรัฐบาล สิ่งที่จะทำให้รบ.อยู่ยาว ไม่ใช่จำนวนส.ส. แต่คือศรัทธาจากปชช. (มีคลิป)