แพทย์แผนไทยออก 6 เกณฑ์คัดกรองผู้ป่วยใช้ ‘ยากัญชา’ ส่ง ‘ศุขไสยาศน์’ ถึง 13 รพ.เริ่มจ่าย 2 ก.ย.นี้

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.มรุต จิรเศรษฐสิริ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และ นพ.ปราโมทย์ เสถียรรัตน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยฯ แถลงข่าวพร้อมเปิดคลินิกกัญชาทางการแพทย์แผนไทยในสถานบริการสุขภาพ 13 แห่ง ซึ่งจะเปิดเพื่อใช้ประโยชน์กับผู้ป่วย ภายใต้การควบคุมของแพทย์พร้อมกันในวันที่ 2 กันยายนนี้

นพ.มรุตกล่าวว่า ภายหลังกรมการแพทย์จัดประชุมเชิงปฏิบัติการส่งเสริมและพัฒนาการใช้ตำรับแผนไทยที่มีกัญชาปรุงผสมอยู่ ในการจัดตั้งคลินิกกัญชาทางการแพทย์แผนไทย ให้แก่ผู้บริหาร 18 โรงพยาบาล ที่ให้บริการทางการแพทย์แผนไทย เพื่อเตรียมความพร้อมเปิดคลินิกกัญชาทางการแพทย์แผนไทยในโรงพยาบาลครอบคลุมทุกเขตสุขภาพ ระหว่างวันที่ 26-27 สิงหาคม ที่กรมการแพทย์แผนไทยฯ โดยได้มีการจัดทำคู่มือการจัดตั้งคลินิกกัญชาในสถานบริการสุขภาพ เพื่อจัดทำเป็นแนวทางในการให้บริการกัญชาทางการแพทย์แผนไทย ในวันที่ 2 กันยายนนี้ โดยในสถานบริการสุขภาพ 13 เขตสุขภาพ จะต้องมี 4 องค์ประกอบ ได้แก่ 1.แพทย์แผนไทยที่สั่งการรักษาผ่านการอบรมและได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) 2.สถานที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายจาก อย. 3.เวชภัณฑ์ได้รับอนุญาตผลิตตามมาตรฐาน WHO-GMO และผ่านการตรวจวิเคราะห์คุณภาพจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และองค์การเภสัชกรรม (อภ.) ดำเนินการจัดส่งยา และ 4.มีแนวเวชปฏิบัติ (CPG) จากกรมการแพทย์แผนไทยฯ

นพ.มรุตกล่าวว่า ในวันที่ 2 กันยายนนี้ จะเริ่มจ่ายยาตำรับแผนไทยที่มีกัญชาปรุงผสมอยู่ 1 ตำรับ จาก 16 ตำรับก่อน ได้แก่ ยาศุขไสยาศน์ ปัจจุบันผลิตเสร็จแล้ว เตรียมพร้อมจ่าย 4,400 ซอง ซองละ 2 กรัม (ก.) จาก 5,500 ซอง ส่วนที่เหลือไม่ผ่านการตรวจวิเคราะห์คุณภาพจะทำลายทิ้งทันที ซึ่งจะทยอยส่งตำรับยาไปยังสถานบริการสุขภาพ 13 แห่ง ในวันที่ 28 สิงหาคมนี้ และยาตำรับหมอพื้นบ้านเฉพาะรายที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษ ได้แก่ น้ำมันกัญชาสูตรตำรับนายเดชา ศิริภัทร หรืออาจารย์เดชา หมอพื้นบ้านและประธานมูลนิธิข้าวขวัญ จ.สุพรรณบุรี ขณะนี้อยู่ระหว่างการผลิต คืบหน้าร้อยละ 99

“ซึ่งตำรับนายเดชาจะต้องมาลุ้นว่าจะสามารถจ่ายยาน้ำมันกัญชาทันวันที่ 2 กันยายนนี้หรือไม่ เพราะกำลังรอการอนุมัติจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในคน สธ. เนื่องจากเงื่อนไขของคณะกรรมการยาเสพติดให้โทษ คือการนำมาใช้จะต้องมีการวิจัยเต็มรูปแบบ หากผ่านการอนุมัติจะดำเนินการได้” นพ.มรุตกล่าว และว่า ส่วนเกณฑ์การคัดกรองผู้ป่วยการรักษาในคลินิกกัญชาในสถานการบริการสุขภาพ ได้แก่ 1.ผู้ป่วยที่มีอาการ หรือเป็นโรคที่เข้าเกณฑ์ตามแนวเวชปฏิบัติในการเข้ารับการรักษาด้วยตำรับยาแผนไทยที่มีส่วนผสมของกัญชา 2.ในคลินิกกัญชามีแพทย์ แพทย์แผนไทย แพทย์แผนไทยประยุกต์ เห็นสมควรได้รับการรักษาด้วยตำรับยาที่มีส่วนผสมของกัญชา 3.เพศชายหรือเพศหญิงที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป 4.ได้รับการรักษาด้วยยาขนานแรก และวิธีการมาตรฐานทางการแพทย์แล้วอาการไม่ดีขึ้น 5.ผู้ป่วยที่มีสัญญาณชีพ และอาการทางคลินิกคงที่ และ 6.มีการรับรู้และสติสัมปชัญญะดี สามารถสื่อความหมายเข้าใจ ทั้งนี้ ขอให้ผู้ป่วยเปิดใจให้แพทย์ได้ทำการวินิจฉัยเพื่อใช้ตำรับยากัญชาได้อย่างเหมาะสม

นพ.มรุตกล่าวว่า ยืนยันว่าผู้ป่วยที่รับยาไม่มีค่าใช้จ่าย เนื่องจากเป็นของกลางกัญชาที่ได้รับจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ยกเว้นค่าบริการแพทย์ และค่าตรวจวินิจฉัย

ด้าน นพ.ปราโมทย์กล่าวว่า การจ่ายยาประกอบด้วย 2 รูปแบบ ได้แก่ ตำรับยาแผนไทยที่มีกัญชาผสมอยู่ รวม 16 ตำรับ และตำรับหมอพื้นบ้านเฉพาะราย ซึ่งมีการใช้ภายใต้เงื่อนไขที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการพิจารณาการศึกษาวิจัยในคน สธ. ขณะนี้มี 13 โรงพยาบาลเครือข่ายแพทย์แผนไทยนำร่อง พร้อมให้บริการยากัญชาทางการแพทย์แล้ว ได้แก่ 1.โรงพยาบาล (รพ.) สมเด็จพระยุพราชเด่นชัย จ.แพร่ 2.รพ.บางกระทุ่ม จ.พิษณุโลก 3.รพ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี 4.รพ.เสาไห้ จ.สระบุรี 5.รพ.ดอนตูม จ.นครปฐม 6.รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี 7.รพ.พล จ.ขอนแก่น 8.รพ.อาจารย์ฟั่น อาจาโร จ.สกลนคร 9.รพ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ 10.รพ.พนา จ.อำนาจเจริญ 11.รพ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี 12.รพ.ป่าบอน จ.พัทลุง และ 13.รพ.การแพทย์แผนไทยและการแพทย์ผสมผสานยศเส ส่วนระยะที่ 2 จะเป็นโรงพยาบาลที่มีความพร้อมในการจัดบริการทั่วประเทศ

นพ.ปราโมทย์กล่าวว่า ตามแผนจะผลิตก่อน 5 ตำรับ ขณะนี้ล็อตแรก ได้แก่ ยาศุขไสยาศน์ ผ่านการวิเคราะห์คุณภาพและพบมีความปลอดภัยเพื่อเตรียมจ่ายยาถึงมือผู้ป่วยแล้ว โดยในวันที่ 28 สิงหาคมนี้ อภ.จะทยอยจัดส่งไปตามโรงพยาบาล ส่วนล็อตที่ 2 ได้แก่ ยาทำลายพระสุเมรุ มีสรรพคุณบรรเทาอาการเกร็งกล้ามเนื้อ แขนขาอ่อนแรงในผู้ป่วยอัมพฤกษ์ อัมพาต ทำการผลิตแล้ว 2,000 ซอง อยู่ระหว่างการส่งตรวจวิเคราะห์คุณภาพ หากผลพบมีความปลอดภัยอาจจัดส่งไปพร้อมกับตำรับยาสุขไสยาศน์ ส่วนตำรับทัพยาธิคุณ ยาตำรับไฟอาวุธ และยาตำรับแก้สัณฑฆาต กล่อนแห้ง อยู่ระหว่างการผลิตและจะทยอยส่งภายในเดือนตุลาคมนี้ และคาดว่าเดือนตุลาคมนี้จะมีตำรับยาแผนไทยครบ 16 ตำรับ ให้บริการในคลินิกกัญชาทางการแพทย์แผนไทย ซึ่งจะมีการติดตามการใช้กับผู้ป่วย เช่น โรคที่ใช้ ปริมาณการใช้ ประสิทธิภาพการรักษา เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย

นพ.ปราโมทย์กล่าวว่า ขณะที่น้ำมันกัญชาสูตรนายเดชา ซึ่งได้มอบสูตรตำรับให้แก่กรมการแพทย์แผนไทยฯ รวมถึงคนไข้ที่ได้ทำการลงทะเบียนเพื่อรับน้ำมันกัญชา การใช้จะทำควบคู่กับการวิจัย โดยโรงพยาบาล 18 แห่ง คือโรงพยาบาล 13 แห่งเดิม ที่ให้บริการตำรับยาแผนโบราณ แต่จะเพิ่มเติมอีก 5 แห่งคือ 1.รพ.เถิน จ.ลำปาง 2.รพ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ 3.รพ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี 4.รพ.เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จ.ระยอง และ 5.รพ.ห้วยเกิ้ง จ.อุดรธานี ภายใต้การวิจัยชื่อโครงการติดตามลักษณะการใช้และคุณภาพชีวิตของผู้ใช้น้ำมันกัญชาในทางการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก The cannabis practice pattern and quality of Life study (Thai cannabis PQ study) ซึ่งมีระยะเวลาศึกษา 6 เดือน

“ทั้งนี้ น้ำมันกัญชาทุกขวดจะเข้าสู่ระบบบันทึกผล เพื่อติดตามผลการรักษาของการใช้ ส่วนความปลอดภัยจะติดตามผ่านระบบของ อย. โดยน้ำมัน 6 แสนขวด ทุกขวดจะมีเลขแทร็กกิ้งและคิวอาร์โค้ดติดข้างขวด และทุกขวดจะถูกส่งเข้าระบบตรวจสอบ ไม่สามารถจัดทำข้อมูลใหม่ หรือปรับแต่งข้อมูลได้” นพ.ปราโมทย์กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามถึงเหตุผลที่เลือก 5 ตำรับจาก 16 ตำรับผลิตก่อน นพ.ปราโมทย์กล่าวว่า เนื่องจากเป็นตำรับที่โรงพยาบาลมีการใช้ในผู้ป่วยบ่อย โดยเป็นการผลิตตามความประสงค์ของแพทย์ที่ได้แจ้งไว้ ประกอบการปริมาณของกลางกัญชาแห้ง ซึ่งในตำรับที่ 3 จะต้องใช้ช่อดอก และจะต้องรอผลผลิตจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) อีสาน ที่จะได้ผลผลิตช่อดอกในตุลาคมนี้ แต่ทั้ง 16 ตำรับ ยืนยันจะผลิตได้ภายในเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งทุกตำรับจะผลิตขั้นต่ำตำรับละ 10,000 ขวด

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon