‘ยากัญชา’ 2,000 ขวด ถึงมือหมอสัปดาห์หน้า อภ.ลุยเฟส2 ปลูก 3 พื้นที่ ตั้งเป้าผลิตล้านขวด

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ที่โรงแรมอีสติน แกรนด์ สาทร องค์การเภสัชกรรม (อภ.) ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กรมการแพทย์ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และภาคีเครือข่ายการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการหัวข้อ “มุมมองหลากมิติของการกำหนดทิศทางกัญชาทางการแพทย์” เพื่อสรุปผลและรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติมจากผู้มีประสบการณ์ และมีแนวคิดนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ทั้งนี้เวทีดังกล่าวได้เชิญ นายมาร์ติน วูดบริดจ์ นักเภสัชวิทยา ผู้เชี่ยวชาญด้านกัญชาทางการแพทย์ ประเทศนิวซีแลนด์ และเป็นผู้ร่างหลักเกณฑ์คู่มือกัญชาทางการแพทย์ ประเทศนิวซีแลนด์ มาเป็นวิทยากร และร่วมแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ในการดำเนินการกัญชาทางการแพทย์ของประเทศไทย

นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการ อภ. กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวในอาเซียนที่ขับเคลื่อนกัญชาทางการแพทย์ จึงเป็นที่จับตาของทั่วโลกว่าจะมีการดำเนินการอย่างไรเกี่ยวกับความรับผิดชอบต่อสังคม ความปลอดภัยของผู้ป่วย ด้วยการสร้างแนวทางการใช้ประโยชน์กัญชาทางการแพทย์ให้ได้มาตรฐานระดับโลก และจะถอดบทเรียนนำผลสรุปจากเวทีเสนอต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ สธ.ต่อไป

นายมาร์ติน วูดบริดจ์ นักเภสัชวิทยา ผู้เชี่ยวชาญด้านกัญชาทางการแพทย์ ประเทศนิวซีแลนด์

นพ.วิฑูรย์ กล่าวถึงความคืบหน้าของการจัดส่งสารสกัดกัญชาทางการแพทย์ว่า อภ.ได้จัดส่งสารสกัดกัญชาสูตรทีเอชซีสูง จำนวน 4,500 ขวด ให้กรมการแพทย์ และ 12 โรงพยาบาลที่เปิดให้บริการคลินิกกัญชาทางการแพทย์ครบแล้ว ส่วนสารสกัดกัญชาสูตรซีบีดีสูง 500 ขวด และสูตรทีเอชซีและซีบีดี 1:1 อีก 1,500 ขวด อยู่ในกระบวนการ ยืนยันว่าภายในสัปดาห์หน้าจะสามารถจัดส่งส่วนที่เหลือทั้งหมดให้กรมการแพทย์และโรงพยาบาลได้

“และหลังจากนี้ก็จะเริ่มปลูกกัญชาทางการแพทย์ในเฟสที่ 2 ต่อทันที ซึ่งจะเน้นการปลูกสูตรซีบีดีสูง เนื่องจากสูตรซีบีดีสูงมีความเข้มข้นสูง ผลิตได้น้อย จึงจะเน้นในส่วนนี้เพิ่มมากขึ้น เพราะการปลูกครั้งแรก อภ.ปลูกสูตรซีบีดีเพียง 1 ใน 3 เท่านั้น ดังนั้นในครั้งที่ 2 จะเพิ่มขึ้นอีกเป็น 2 ใน 3 คาดว่าจะใช้เวลา 4 เดือน หรือได้ผลผลิตออกมาในช่วงเดือนธันวาคมนี้ ซึ่งผลิตได้อีกประมาณ 10,000 ขวด” นพ.วิฑูรย์ กล่าวและว่า สำหรับระยะต่อไป อภ.จะขยายการปลูกในระดับกึ่งอุตสาหกรรม โดยขยายพื้นที่ปลูกแบบอินดอร์เพิ่มขึ้นเป็น 1,000 ตารางเมตร ในพื้นที่โรงงานผลิตยารังสิต คลอง 10 จ.ปทุมธานี ซึ่ง อภ.ได้รับอนุมัติงบประมาณจากสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แล้ว 120 ล้านบาท โดยอยู่ระหว่างการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อเข้าทำการปรับปรุงอาคารสถานที่ให้มีความพร้อมปลูกกัญชาทางการแพทย์ คาดว่าต้นปี 2563 จะเริ่มดำเนินการปลูกได้ ซึ่งจะได้ผลผลิตเพิ่มขึ้น 10 เท่า หรือประมาณ 1 แสนขวด

นพ.วิฑูรย์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมีการร่วมมือกับกรมการแพทย์และมหาวิทยาลัยแม่โจ้ปลูกกัญชาทางการแพทย์ ซึ่งเมื่อวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา ได้รับใบอนุญาตปลูกจากคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษแล้ว คาดว่าจะสามารถเริ่มปลูก 12,000 ต้น ภายในกลางเดือนกันยายนนี้ เพราะอาคารสถานที่และระบบความปลอดภัยมีความพร้อมแล้ว และจะปลูกสายพันธุ์ไทยทั้งหมด ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมเมล็ดทั้งสายพันธุ์ที่มีทีเอชซีสูง ซีบีดีสูง และสูตรหนึ่งต่อหนึ่งด้วย ซึ่งส่วนนี้ค่าดว่าจะได้ประมาณหลักแสนถึงล้านขวด

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก สธ. ประสานให้ อภ.จัดส่งตำรับยาศุขไสยาศน์และตำรับทำลายพระสุเมรุให้ 13 โรงพยาบาล ที่เปิดคลินิกกัญชาทางการแพทย์แผนไทยในวันที่ 28 สิงหาคมนี้ นพ.วิฑูรย์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้มีการจัดส่ง เพราะอยู่ในขั้นตอนหารือว่าจะดำเนินการจัดส่งอย่างไรเพื่อความปลอดภัย เพราะสิ่งที่จัดส่งยังถือเป็นยาเสพติด ต้องมีระบบควบคุมกำกับติดตาม เช่น การจัดส่งสารสกัดกัญชาสูตรทีเอชซีสูง ก็มีการติดตามผ่านกล้องวงจรปิด และติดตั้งระบบจีพีเอส

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon