‘สาธิต’ ปลื้มไทยเจ๋งติดอันดับ 6 โลก ‘ระบบสุขภาพดีที่สุด’ แซงหน้าสเปน-ฝรั่งเศส

เมื่อวันที่ 9 กันยายน นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นประธานเปิดงานประชุมวิชาการกระทรวงสาธารณสุข ประจำปี 2562 สู่ศตวรรษที่ 2 การสาธารณสุขไทย เพื่อคนไทยสุขภาพดี ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-11 กันยายน ที่โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ซิตี้ จอมเทียนพัทยา จ.ชลบุรี โดยมีบุคลากรทางการแพทย์ทุกสาขาวิชาชีพ ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคกว่า 5,000 คน เข้าร่วม เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ และรวบรวมผลงานวัตกรรมทางการแพทย์ที่เป็นประโยชน์ เพื่อนำไปสู่การสร้างเครือข่ายทางวิชาการ ซึ่งมีการประกวดผลงานวิจัยวิชาการของบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข 4,058 ชิ้น พร้อมปาฐกถาพิเศษ เรื่อง ทิศทางการพัฒนาระบบสุขภาพไทย ในศตวรรษที่ 2

 

นายสาธิตกล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ สธ. ได้มอบหมายให้มาร่วมประชุมและเป็นประธานพิธีเปิดการประชุม โดยล่าสุด นิตยสารซีอีโอเวิร์ล (CEOWORLD) นิตยสารด้านธุรกิจของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นนิตยสารที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก ได้จัดอันดับประเทศที่มีระบบสุขภาพดีที่สุด ประจำปี 2562 จากประเทศทั่วโลก โดยจัดอันดับให้ไทยเป็นอันดับ 6 ของโลก ทำให้รู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตาม แม้จะมีความรู้สาธารณสุขน้อยมาก แต่พร้อมจะหาข้อมูลมาดำเนินงานของ สธ.ให้ดีที่สุด ในฐานะที่เป็นตัวแทนของประชาชนที่ได้เลือกเข้ามา และตัวแทนของพรรคการเมืองที่ได้เข้ามาดำรงตำแหน่ง ซึ่งตนก็มีความพร้อมและความตั้งใจ

นายสาธิตกล่าวว่า ขณะเดียวกันไทยได้รับการยอมรับด้านบุคลากรสาธารณสุข ทั้งแพทย์ พยาบาล และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ที่มาดูแลสุขภาพประชาชนในพื้นที่ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุขภาพประจำตำบล (รพ.สต.)

“ในสายตาคนอื่น สธ.จะเป็นอย่างไรไม่ทราบ แต่สำหรับผมเป็นกระทรวงที่ยิ่งใหญ่ในการให้ความรู้ การให้บริการสาธารณสุขและการใช้เครือข่าย เพื่อดูแลสุขภาพพี่น้องประชาชนอย่างมีคุณภาพที่สุด รวมทั้งต้องยอมรับว่า แพทย์แต่ละคนจะสร้างวิชาชีพ และถ่ายทอดจริยธรรมจากรุ่นสู่รุ่น ทำให้วันนี้ไทยติดอันดับระบบสาธารณสุขที่ดีที่สุด โดยอันดับ 1.ไต้หวัน 2.เกาหลีใต้ 3.ญี่ปุ่น 4.ออสเตรีย 5.เดนมาร์ก 6.ไทย 7.สเปน 8.ฝรั่งเศส 9.เบลเยี่ยม และ 10.ออสเตรเลีย ถือได้ว่าเป็นครั้งแรกของไทย ที่ได้รับการจัดอันดับค่อนข้างสูง แซงหน้าสเปนและฝรั่งเศส ใกล้เคียงกับประเทศพัฒนาแล้วหลายประเทศ และถือว่าไทยเป็นพี่เบิ้มในภูมิภาคเอเชียตะวันเฉียงใต้ นับเป็นความภาคภูมิใจของชาวสาธารณสุข” นายสาธิตกล่าว

นอกจากนี้ นายสาธิตกล่าวว่า สำหรับการติดอันดับโลกครั้งนี้ ได้พิจารณาจากปัจจัยต่างๆ ได้แก่ 1.โครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุข 2.ประสิทธิภาพของบุคลากรด้านสาธารณสุข ตั้งแต่แพทย์ พยาบาล และบุคลากรอื่นๆ 3.ค่าใช้จ่ายในระบบ 4.การเข้าถึงยาคุณภาพ และ 5.ความพร้อมของรัฐบาลในการจัดการระบบ โดยได้คะแนนทั้งหมด 67.99 เต็ม 100 โดยมองว่ามีตัวชี้วัดบางตัวที่ต้องปรับปรุง และไทยต้องยอมรับการประเมินและเดินหน้าต่อไป ทั้งนี้ ไม่หวังให้ไทยเป็นที่หนึ่งของโลก แต่ภายใต้ทรัพยกรที่มีอยู่ งบประมาณรายได้ประเทศ บุคลากรและผู้ใช้บริการ ซึ่งมีไทยงบ 2.44 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นค่าใช้จ่ายในส่วนต่างๆ และเหลืองบบริหารประเทศ 7 แสนล้านบาท และ สธ.ได้รับงบ 3 แสนล้านบาท ในการบริการ ซึ่ง สปสช. ได้รับงบเหมาจ่ายรายหัว 1.9 แสนล้านบาท

“แต่ผม และรัฐมนตรีว่าการก็จะเข้ามาเป็นผู้สนับสนุน สธ.อย่างเต็มที่ เพื่อสุขภาพอนามัยของคนไทยทุกคน รวมถึงคนที่เข้ามาอยู่ในประเทศไทย โดยคาดวังว่าจะร่วมกันทำงานร่วมกัน ซึ่งวิถีชีวิตเรา ยอมรับว่าไม่สามารถทำอะไรให้สำเร็จ 100% โดยความผิดพลาดทางการแพทย์นั้นย่อมมี แต่เราต้องมีการปรับปรุงให้น้อยที่สุดตามศักยภาพที่เราจะมี ซึ่งความผิดพลาดที่เกิดขึ้นแน่นอนว่าแพทย์ย่อมเสียใจ เพราะจากที่ผมเป็นทนายความ และได้ทำการช่วยต่อสู้คดีให้ ยอมรับว่าแพทย์ทุกคนมีความตั้งใจให้คนไข้รักษาหายทุกคน ทั้งนี้ คาดหวังการประชุมวิชาการครั้งนี้จะเกิดประสบการณ์สูงสุด โดยบุคลากรสาธารณสุขต้องดูแลสุขภาพของตนเองก่อนที่จะไปดูแลสุขภาพร่างกายของคนอื่น โดยสุขภาพแข็งแรงนำไปสู่ความสุข” นายสาธิตกล่าว

 

บทความก่อนหน้านี้‘อุตตม’ เล็งปราบคอร์รัปชั่น ยันจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐต้องโปร่งใส
บทความถัดไปกสถ.พร้อมประกาศผลสอบแข่งขันข้าราชการ อปท.หลัง 18 ก.ย.นี้