หมอเตือนดื่มมากในเวลาสั้นๆ เสี่ยง “สุราเป็นพิษ” เฉียบพลันถึงตาย

วันที่ 24 กันยายน นพ.สรายุทธ์ บุญชัยพานิชวัฒนา ผู้อำนวยการสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณีการเสียชีวิตของ น.ส.ธิติมา นรพันธ์พิพัฒน์ หรือ ลันลาเบล พริตตี้สาว ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายสูงกว่า 400 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ว่า  เมื่อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าสู่ร่างกายจะดูดซึมและกระจายไปทุกส่วนของร่างกายภายในเวลา 5 นาที โดยออกฤทธิ์กดระบบประสาทส่วนกลาง มีผลต่อการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกาย

“ดื่มแอลกอฮอล์ช่วงแรกจะทำให้มีระดับแอลกอฮอล์ในเลือดประมาณ 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เมื่อมากกว่า 200 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จะทำให้ผู้ดื่มเกิดอาการสับสน มากกว่า 300 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จะเกิดอาการง่วง สับสน ซึม มึนงง ถ้ามากกว่า 400 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ขึ้นไป อาจทำให้สลบ กดสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับการหายใจ การรู้สึกตัว ทำให้เสียชีวิตได้” นพ.สรายุทธ กล่าวและว่า ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมากในระยะเวลาสั้นๆ อาจทำให้เกิดภาวะแอลกอฮอล์เป็นพิษเฉียบพลัน ถึงขั้นเสียชีวิต

นพ.สรายุทธ กล่าวว่า สัญญาณเตือนภาวะสุราเป็นพิษ เช่น เกิดอาการสับสน พูดไม่ชัดหรือพูดไม่รู้เรื่องอย่างหนัก อาเจียน จังหวะการหายใจผิดปกติหรือหายใจช้าลง ตัวเย็นผิดปกติ ผิวหนังซีดหรือกลายเป็นสีม่วง หมดสติ ไม่รู้สึกตัว หรือรู้สึกตัว แต่ไม่สามารถตอบสนองการรับรู้ได้ กรณีที่ภาวะสุราเป็นพิษรุนแรง อาจส่งผลให้ผู้ป่วยเกิดอาการโคมา สมองถูกทำลาย และเสียชีวิตในที่สุด ดังนั้น หากพบเพื่อนหรือบุคคลอื่นๆ มีอาการอาการดังกล่าว ให้รีบโทร.แจ้ง 1669 เพื่อขอความช่วยเหลือ หรือนำส่งโรงพยาบาลเพื่อพบแพทย์อย่างเร่งด่วน หรือให้การดูแลเบื้องต้น โดยการพยายามปลุกให้ตื่นและพยุงให้อยู่ในท่านั่ง ให้ดื่มน้ำเปล่าถ้าสามารถดื่มได้ พยายามทำให้ร่างกายอบอุ่น หากผู้ป่วยเป็นลมหมดสติ ให้จัดนอนในท่านอนตะแคง คอยสังเกตอาการจนกว่ารถพยาบาลจะไปรับ

ทั้งนี้ มีรายงานว่าช่วงปี 2561 พบผู้เข้ารับการบำบัดรักษาอาการติดสุราของสถาบันฯ มากเป็นอันดับที่ 2 ของประเภทยาเสพติดที่ใช้เสพ โดยมีจำนวน 1,050 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 16.94 ของผู้ป่วยทั้งหมด แบ่งเป็น เพศชาย 937 คน คิดเป็นร้อยละ 89.24 และเพศหญิง 113 คน คิดเป็นร้อยละ 10.76 ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 40 – 44 ปี คิดเป็นร้อยละ 18.29 รองลงมา ช่วงอายุ 45 – 49 ปี คิดเป็นร้อยละ 16.67 และช่วงอายุ 35 -39 ปี คิดเป็นร้อยละ 16.57

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ศาลฎีกาผู้ดีชี้ขาด นายกฯอังกฤษ ปิดสภาไม่ได้ ขัดต่อกฎหมาย
บทความถัดไป‘หม่อมเต่า’มอบการบ้าน 3 เรื่องเร่งด่วน 10 นโยบายสำคัญ ขับเคลื่อนภารกิจแรงงานปี’63