มติบอร์ด ‘เมดิคัล ฮับ’ เพิ่ม ‘อเมริกา-ญี่ปุ่น’ รักษาในไทยฟรีวีซ่า 90 วัน จ่อชง ครม.ออก ‘เมดิคัล วีซ่า’

เมื่อวันที่ 26 กันยายน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมคณะกรรมการอำนวยการเพื่อพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (เมดิคัล ฮับ) ร่วมกับนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (กก.) ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบอำนวยความสะดวกให้แก่ชาวต่างชาติที่จะเดินทางมารับการรักษาพยาบาลในประเทศไทย ให้สามารถพำนักอยู่ในไทยได้นานขึ้น ซึ่งมีการขยายทั้งจำนวนประเทศและระยะเวลา

“ปัจจุบันประเทศที่สามารถเข้ารักษาในไทยโดยไม่ต้องลงตราวีซ่า 90 วัน มี 11 ประเทศ คือ รัฐอ่าวอาหรับ 6 ประเทศ กัมพูชา ลาว มาเลเซีย เวียดนาม และจีน ได้เสนอเพิ่มเติม 2 ประเทศ คือ สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น ซึ่งจะครอบคลุมผู้ป่วยและผู้ติดตามอีก 3 ราย รวม 4 ราย” นายอนุทิน กล่าวและว่า นอกจากนี้ ยังเสนอเพิ่มอีก 4 ประเทศ ที่สามารถขอวีซ่าแบบพำนักระยะยาว 10 ปี คือ เกาหลี เบลเยียม ออสเตรีย และนิวซีแลนด์ จากเดิมที่มี 14 ประเทศ คือ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย เดนมาร์ก ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร แคนาดา และสหรัฐอเมริกา รวมเป็น 18 ประเทศ และเพิ่มประเภทวีซ่าแบบใหม่เป็นประเภทรักษาพยาบาล (Medical Visa) Non – MT ชนิดใช้ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง คราวละไม่เกิน 1 ปี เพื่อให้สามารถอยู่ประเทศไทยได้นานขึ้น สะดวกสบาย ไม่ต้องเดินทางออกไปนอกประเทศแล้วเดินทางกลับเข้ามาใหม่ ซึ่งค่าเดินทาง ค่าตั๋วเหล่านี้ เปลี่ยนมาเป็นค่าใช้จ่ายในประเทศไทยจะดีกว่าหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ยังต้องให้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ทำเรื่องมาถึงตน เพื่อลงนามและเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ความอนุมัติเห็นชอบต่อไปด้วย

นายอนุทิน กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับนโยบายการเป็นศูนย์กลางด้านการแพทย์ (เมดิคัล ฮับ) และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เพราะเป็นการเพิ่มรายได้ให้แก่ประเทศไทย ปีที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ 3.42 ล้านครั้ง สร้างรายได้ถึง 2.8 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.02 ขณะที่สถานบริการสุขภาพมีการผ่านมาตรฐาน JCI 68 แห่ง มากที่สุดในอาเซียน ซึ่งจะร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ขับเคลื่อนนโยบายเมดิคัล ฮับ ให้ไทยติด 1 ใน 10 การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ในปี 2020 ส่งเสริมสุขภาพและการท่องเที่ยวในชุมชน ยกระดับเป็น Healthy Home Stay พัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพจากสมุนไพรไทยไปวางจำหน่ายต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา จีน ยุโรป

ผู้สื่อข่าวถามถึงข้อเสนอให้นักท่องเที่ยวต่างชาติต้องทำประกันสุขภาพหรือประกันชีวิตทุกรายก่อนเข้ามา เพราะหากไม่มีเมื่อมารักษาแล้ว โรงพยาบาลรัฐตามเก็บไม่ได้จะเกิดหนี้สูญจำนวนมากอย่างที่ผ่านมา นายอนุทิน กล่าวว่า จะไปเหมารวมว่าไม่มีการทำประกันสุขภาพมาเลยไม่ได้ ต้องดูลักษณะของนักท่องเที่ยวด้วย ซึ่งบางประเทศมีการทำประกันก่อนเข้ามาอยู่แล้ว มิเช่นนั้น เมื่อมาแล้วเกิดอุบัติเหตุคงไม่สามารถเข้ารับการรักษาโรงพยาบาลเอกชนที่มีบริการระดับสูงได้ ซึ่งตรงนี้ประกันจ่ายให้หมด ส่วนที่ไม่มีประกันแล้วเรียกเก็บค่าใช้จ่ายไม่ได้ ก็ยืนยันว่าเรารักษาตามมนุษยธรรม แต่ตรงนี้เป็นส่วนน้อย คงต้องมาว่ากันอีกที ซึ่งปีหนึ่งไม่เท่าไร เรารักษาให้ได้ ดูแลเป็นอย่างดี เขาก็จะรู้สึกดีกับประเทศไทย

เมื่อถามถึงเรื่องการนวดไทย นายอนุทิน กล่าวว่า ในที่ประชุมมีการเสนอเรื่องของการให้การนวดเป็นอาชีพสงวนสำหรับคนไทยเช่นกัน แต่ตนยังไม่รับเรื่อง เพราะต้องดูความเหมาะสมและเหตุผลจากหลายมิติก่อน ต้องขอพิจารณาขอข้อมูลเพิ่มเติม เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการทำมาหากิน การสร้างรายได้ของคนแต่ละคน ทุกอย่างมีสองด้าน ถ้าเราไปสงวนอย่างนี้ ในต่างประเทศที่คนไทยไปทำสปามีจำนวนมาก หากเราสงวนเขาก็อาจโต้ตอบกลับ ใครได้เปรียบเสียเปรียบเราต้องดูก่อน

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon