กรมแพทย์แผนไทยฯ จับมือ ม.ขอนแก่น ปั้นงานวิจัยครบวงจรสู่มาตรฐานสากล

วันที่ 26 กันยายน ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น จ.ขอนแก่น นพ.มรุต  จิรเศรษฐสิริ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ลงนามข้อตกลงความร่วมมือ (เอ็มโอยู) ในการสร้างและพัฒนางานวิจัยและนักวิจัย การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างบุคลากร และการเชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลด้านการวิจัย กับ รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล ที่ปรึกษารักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น

นพ.มรุต กล่าวว่า การลงนามข้อตกลงดังกล่าว จัดขึ้นเพื่อสร้างความต่อเนื่องในการร่วมมือด้านงานวิจัยระหว่าง กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกและมหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยคณะเภสัชศาสตร์ สถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี (Cholangiocarcinoma Research Institute, CARI) และสถานบริหารจัดการงานวิจัยคลินิก (Academic Clinical Research Office, ACRO) คณะแพทยศาสตร์ ทั้งในการศึกษาวิจัยก่อนคลินิกและทางคลินิก โดยพัฒนาข้อเสนอหรือโครงการวิจัยร่วมกัน ให้คำปรึกษาและเป็นพี่เลี้ยงเพื่อพัฒนาศูนย์วิจัยทางคลินิก จัดการข้อมูล (Data management) จัดการความรู้ (knowledge management) พัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการวิจัย สร้างและพัฒนาภาคีเครือข่ายนักวิจัย และเชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลด้านการวิจัยด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกร่วมกัน

“ความร่วมมือดังกล่าวที่ได้วิจัยร่วมกันก่อนหน้านี้ เช่น การศึกษาประสิทธิผลและความปลอดภัยของตำรับยาไทยในการรักษาโรคเกี่ยวกับภูมิคุ้มกันผิดปกติจากศิลาจารึกวัดโพธิ์ การศึกษาความปลอดภัยและประสิทธิผลของตำรับยาปลูกไฟธาตุในมารดาที่ให้นมบุตร เพื่อใช้เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์สนับสนุนฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาเพิ่มเติมจากบัญชียาหลักแห่งชาติ และหลักฐานสนับสนุนความปลอดภัยของการใช้ยา การศึกษาและพัฒนาตำรับยาเบญจอำมฤตย์ เพื่อยืนยันประสิทธิผลและความปลอดภัยของตำรับยาเบญจอำมฤตย์ และนำข้อมูลการวิจัยที่ได้ไปขยายผลประกอบการศึกษาวิจัยทางคลินิกในระยะต่อไป อันจะนำไปสู่การพัฒนาเป็นยาและผลิตภัณฑ์เพื่อใช้ในการรักษาโรคมะเร็งตับของประเทศ จากความร่วมมือผ่านการศึกษาในโครงการดังกล่าวข้างต้นทำให้กรมการแพทย์แผนไทยฯ และ ม.ขอนแก่น จึงดำเนินการลงนามความร่วมมือต่อเนื่อง ในการสร้างและพัฒนางานวิจัยให้ครบวงจรตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง สร้างเครือข่ายนักวิจัยด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างบุคลากร และการเชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลด้านการวิจัย ทั้งนี้เพื่อก่อให้เกิดความเชื่อมั่นและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล และสามารถนำการศึกษาวิจัยต่างๆ มาใช้อ้างอิงในระบบบริการสุขภาพได้ต่อไป” นพ.มรุต กล่าว

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon