จี้กทม.เร่งสร้าง “เขื่อนคลองลาดพร้าว” เสร็จตามแผนเม.ย.63 

เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (กทม.) นายกิตติ บุศยพลากร รองประธานสภากรุงเทพมหานครคนที่หนึ่ง เป็นประธานการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สี่ (ครั้งที่2) พ.ศ.2562 โดยมี พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ นายศักดิ์ชัย บุญมา นายสกลธี ภัททิยกุล นายเกรียงยศ สุดลาภา รองผู้ว่าฯกทม. คณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ ผู้อำนวยการสำนักงานเขต และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม

นายภาส ภาสสัทธา สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ได้เสนอญัตติขอให้ กทม.เร่งรัดการก่อสร้างเขื่อนคลองลาดพร้าวให้เป็นไปตามแผนงานโครงการ ตามแผนงานโครงการ เนื่องจากกทม.ได้ดำเนินการก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล. และประตูระบายน้ำคลองลาดพร้าว คลองบางบัว คลองถนน คลองสอง และคลองบางชื่อ จากบริเวณเขื่อนเดิมอุโมงค์ยักษ์พระรามเก้า-รามคำแหง ไปทางประตูระบายน้ำคลองสองสายใต้ ความยาว 22.65 กิโลเมตร (กม.) รวมทั้งก่อสร้างเขื่อนสองฝั่งคลองเป็นระยะทาง 45.30 กม. ครอบคลุม 8 เขตโดยได้รับงินอุดหนุนจากรัฐบาล เป็นเงิน 1,646 ล้านบาท ซึ่งกทม.ได้มีการลงนามสัญญาจ้างกับ บริษัท ริเวอร์ เอนจิเนียริ่งจำกัด เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2559 และสิ้นสุดสัญญา เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน ที่ผ่านมา สำนักการระบายน้ำ จะมีการขอขยายสัญญาในการก่อสร้างออกไปอีก 300 วัน ซึ่งจะสิ้นสุดในเดือนเมษายน 2563 ปัจจุบันมีการส่งมอบพื้นที่แล้ว 26,008 เมตร แต่ผู้รับจ้างไม่เข้ามาทำงานให้แล้วเสร็จในส่วนที่เป็นพื้นที่ที่มีการส่งมอบ และยังมีพื้นที่ที่ยังไม่ได้มีการส่งมอบ เนื่องจากติดปัญหาบ้านรุกล้ำ ทำให้การก่อสร้างเขื่อนคลองลาดพร้าว เกิดความล่าช้า ไม่เป็นไปตามสัญญา ชึ่งจะส่งผลกระทบต่อแผนการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯ

นายศักดิ์ชัย กล่าวว่า ความแตกต่างการรื้อถอนบ้านรุกล้ำพื้นที่สาธารณะในโครงการทางเลียบเจ้าพระยาได้รับมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้สามารถจ่ายค่าชดเชยให้กับผู้บุกรุกที่สาธารณะ ขณะที่การก่อสร้างเขื่อนคลองลาดพร้าว กลับไม่ได้รับความเห็นชอบให้จ่ายค่าชดเชย ทำให้เกิดปัญหา แต่ปัจจุบัน พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนและการได้มา ซึ่งอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2562 มีผลบังคับใช้ เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ดังนั้นจึงได้มอบหมายให้สำนักการโยธา (สนย.) ไปศึกษารายละเอียดข้อกฎหมาย เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์การจ่ายค่าชดเชยให้กับผู้บุกรุกพื้นที่ ที่เข้าร่วมโครงการและยังไม่เข้าร่วมโครงการให้มีความเหมาะสม เพื่อไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำ โดยเร็วที่สุด ซึ่งเชื่อว่าการจ่ายค่าชดเชยจะทำให้แก้ไขปัญหาการก่อสร้างล่าช้า ทั้งนี้ ยืนยันว่ากทม.จะเดินหน้าโครงการให้สำเร็จ

 

บทความก่อนหน้านี้‘อนุทิน-ศักดิ์สยาม’ ควงคู่ ดอดขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า​ พบ​ ‘นายกฯ’ คาดคุยไฮสปีด 3 สนามบิน
บทความถัดไปมันนี่เอ็กซ์โปอุดรธานี 2019 คึกคัก คนแห่ซื้อประกันเพิ่มความมั่นคง ช่วงภาวะเศรษฐกิจผันผวน