สธ.ป่วน! ‘ม็อบเกษตร’ บุกขอเจอ ‘เสี่ยหนู’ โชว์หลักฐานอ้างสารเคมีอันตราย จ่อฟ้องทั้งกระทรวง

เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม ที่สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข น.ส.อัญชุลี ลักษณ์อำนวยพร ประธานเครือข่ายอาสาคนรักแม่กลอง พร้อมด้วยกลุ่มเกษตรกรกว่า 20 ราย ซึ่งเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากกรณีการแบนสารเคมีทั้ง 3 สาร เดินทางเข้าพบกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เพื่อเรียกร้องให้นำหลักฐานเกี่ยวกับการแบนสารเคมีทั้ง 3 สาร ออกมาแสดงให้เห็นประจักษ์และเป็นจริง

น.ส.อัญชุลี กล่าวว่า จากการขึ้นป้ายต่อต้านสารเคมีทั้ง 3 สารที่มีสัญลักษณ์ของ สธ. กรมควบคุมโรคและสำนักงานปลัด สธ. ว่ามีผู้ป่วยกว่า 14,000 รายและมีเสียชีวิต 600 รายจากสารเคมี 3 ชนิด จึงอยากทวงถามคำถามกลับรัฐมนตรีว่าการสธ. และปลัด สธ. ระบุว่า 14,000 รายที่มีรายงานป่วยเนื่องด้วย 1 สารเคมีชนิดใด 2 รับสารเข้าไปวิธีใด 3 เสียชีวิตด้วยการรับสัมผัสทางใด หากเป็นการนำสารเข้าไปในกรณีที่ฆ่าตัวตายถือว่าเป็นการใช้ผิดวัตถุประสงค์ของสารเคมีที่ใช้กำจัดหญ้า สธ.จึงต้องมีความชัดเจนกว่านี้ เนื่องจากผู้ที่ได้รับผลกระทบคือ เกษตรกรผู้ใช้สารเคมีโดยตรง

“ขออธิบายตั้งแต่ประเด็นแรกของโรคเนื้อเน่า ที่หนองบัวลำพู มีผลออกมาชัดเจนว่าเกิดจากเชื้อแบคทีเรียไม่ได้เกิดจากพาราควอต ประเด็นที่ 2 คือโรคพาร์กินสัน หากมีคนป่วยจริง อยากจะให้ช่วยนำผลตรวจทางการแพทย์มายืนยันว่ามีผู้ป่วยพาร์กินสันจากพาราควอตจริง เพราะเราเองก็ถามมา 3 ปีแล้ว สธ.ก็ไม่เคยให้ข้อมูลเลย และประเด็นเรื่องของแม่สู่ลูก นั้น 1 ใน 3 ของโรงพยาบาล (รพ.) ให้ข้อมูลมาแล้วว่าไม่งานวิจัยนี้จริง ทั้งทาง รพ.พหพลพยุหเสนา รพ.อำนาจเจริญและรพ.สวรรค์ประชารักษ์ 1 ใน 3 รพ.นี้ได้ออกมาตอบแล้วว่าไม่มีงานวิจัยชิ้นนี้ ดังนั้น เคสของแม่สู่ลูกนั้นจะไปพิสูจน์กันบนศาลปกครอง” น.ส.อัญชุลีกล่าว

น.ส.อัญชุลี กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่จะมาถึงนี้จึงคาดหวังว่าจะไม่มีการแบนสารขึ้น เนื่องจากมีการพิสูจน์ตามหลักวิชาการมาถึง 2 ปี มีหลักฐานชัดเจนว่า หากเกษตรกรใช้สารถูกต้อง จะไม่มีสารตกค้างในผักและผลไม้อย่างที่เอ็นจีโอ (NGO) กล่าวไว้และต้องการดูผลตรวจสารตกค้างที่มีการกล่าวว่าพบที่ จ.น่าน เนื่องจากผู้ว่าราชการ จ.น่าน มีผลตรวจชัดเจนว่าไม่มีการตกค้างดังกล่าว และในกรณีที่ จ.ราชบุรี ที่ถูกกล่าวหาว่ามีการทำงานร่วมกับสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ในขณะนี้ สสจ. ทั้งสิ้น 7 จังหวัดมีจดหมายชัดเจนว่าไม่เคยร่วมงานกับเอ็นจีโอ จึงอยากทราบว่าท่านปลัด สธ.รับทราบเรื่องนี้บ้างหรือไม่ อย่างไรก็ตาม วันนี้ได้ทำหนังสือส่งมายังรัฐมนตรีว่าการสธ.กว่า 10 ฉบับ และปลัดสธ.อีกกว่า 10 ฉบับ ซึ่งไม่มีการตอบกลับใดๆ แต่ในขณะเดียวกัน สธ.ได้เปิดต้อนรับเอ็นจีโอ แต่ไม่เคยรับข้อมูลใดๆ จากทางเครือข่ายของตนเลย จึงอยากมาทวงถามความจริงให้ชัดเจน และการกระทำเช่นนี้เป็นการฟังความข้างเดียวหรือไม่

นายสนิท ตั่นติลักษณพันธ์ เกษตรกรชาวดำเนินสะดวกผู้ได้รับผลกระทบ กล่าวว่า เป็นชาวเกษตรกรที่ได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรอย่างถูกต้องตามกฎหมายและมีการขออนุญาตใช้สารดังกล่าวแล้ว รับผลกระทบการจากแบนสารเคมีดังกล่าวที่ได้รับคือทั้งในเรื่องของ 1. ผลกระทบจากราคาผลผลิตที่ออกสู่ตลาด 2. การแบนสารเคมีที่ต้องใช้ในการทำเกษตร

นายสนิท กล่าวว่า สารเคมีต่างๆ หากมีการนำมาใช้อย่างถูกต้องและเหมาะกับการใช้ ก็จะไม่ส่งผลใดกับทั้งผู้ใช้และไม่มีสารตกค้าง เนื่องจากมีการตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วว่าไม่มีสารตกค้างในผลผลิต จึงอยากทราบว่าทางคณะกรรมการที่เห็นชอบในการแบนสารเคมีดังกล่าวนำผลการตรวจมาจากที่ใด อยากให้มีการนำมาเปิดเผยให้แก่ประชาชนให้รับรู้

“ส่วนตัวผม ตรวจเลือดทั้งกับทางรัฐบาลและตรวจเองตามรพ.จังหวัด ไม่มีการผลการติดเชื้อในร่างกาย การให้ยกเลิกสารเคมีดังกล่าวนั้นส่งผลกระทบต่อเกษตรกร ตอนนี้ทุกคนมองว่าผลผลิตมีสารตกค้าง ทำให้ไม่มีใครซื้อ ขายไม่ได้ เป็นเกษตรกรมาทั้งชีวิต ไม่เคยป่วยจากการใช้สารเคมีเลย” นายสนิท กล่าว

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าม็อบชาวเกษตรกร ยืนยันจะปักหลักเข้าพบกับนายอนุทิน เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม และยืนยันยื่นเรื่องฟ้องทั้งรัฐมนตรีว่าการ สธ. ปลัด สธ.และคณะกรรมการขับเคลื่อนปัญหาสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูงต่อศาลปกครองอย่างแน่นอน

บทความก่อนหน้านี้ผกก.เมืองภูเก็ตเผย ยังไม่แจ้งข้อกล่าวหาชายกระโดดถีบสาว จยย.ล้ม วอนสังคมชมคลิปอย่างมีสติ
บทความถัดไป‘ไทยยูเนี่ยน’ เตรียมออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุน เสริมแกร่งโครงสร้างทางการเงิน เสนอขาย 26-28 พ.ย. ดอกเบี้ย 5% จ่ายทุก 3 เดือน